วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2562

อย่างน้อย...เขาก็ไม่เคยเดิน

นี่คือวลีที่ ฮารูกิ มูราคามิ 
นักเขียนชาวญี่ปุ่น 

ที่คนไทยรู้จักมากที่สุด 
เตรียมไว้เพื่อสลักบนป้ายหลุมศพ
°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°
ใช่ค่ะ...เขาเป็นนักวิ่งมาราธอนด้วย 
ไม่ใช่ไก่กา 
เขาเคยทำสถิติดีที่สุดไว้ที่สามชั่วโมงต้นๆ เลยด้วยซ้ำ แม้จะเริ่มวิ่งในวัยกลางคนแล้ว 
การเดินในมาราธอนมันน่าอับอายขนาดนั้นเลยเหรอ? อาจมีคนถามแบบนี้ 
จากประสบการณ์ 10 ปีในวงการวิ่งของเรา ขอตอบว่า...ไม่ค่ะ ไม่น่าอับอายแม้แต่น้อย 
มีแผนฝึกมาราธอนบางแผน เช่นของ เจฟ กัลโลเวย์ กำหนดให้วิ่งสลับเดินด้วยซ้ำ 
แต่ที่คนๆ นึงถึงขนาดอยากประกาศบนป้ายหลุมศพว่าเขาไม่เคยเดิน 
นั่นเพราะเบื้องหลังคำว่า “ไม่เดิน” 
°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°
มันคือการประกาศให้โลกรู้ว่า
“ฉันไม่เคยวิ่งมาราธอน
โดยไม่ซ้อม” ต่างหาก
°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°°
ทุกครั้งเมื่อเข้าฤดูกาลมาราธอน มูราคามิจะซ้อมด้วยไมเลจอย่างต่ำ 60 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ 
และเพิ่มไปจนถึง 90 กิโลเมตรในช่วงพีค 
...ใครทำได้แบบนี้ ก็สมควรที่จะภาคภูมิใจมิใช่หรือ 
มาราธอนในเวลา 5 ชั่วโมง เป็นเป้าหมายที่กำลังดี ที่จะพิสูจน์ตัวเองว่า 
“อย่างน้อย...ฉันก็ไม่เดิน”
เพราะข้อเท็จจริง 2 ข้อดังนี้ 
1) มันจะมีความเร็วอยู่ค่านึง ซึ่งถ้าเคลื่อนที่เร็วกว่าค่านี้ วิ่งจะเหนื่อยน้อยกว่าเดิน 
แต่ถ้าเคลื่อนที่ช้ากว่าค่านี้ เดินจะเหนื่อยน้อยกว่าวิ่ง 
โดยเฉลี่ยแล้วค่านั้นคือ 2.3 เมตรต่อวินาที หรือประมาณเพซ 7:14 นาที/กม. 
2) สมองคนเราจะเลือกทำสิ่งที่ประหยัดพลังงานที่สุด ในเงื่อนไขที่กำหนดให้ 
ดังนั้น ถ้ากำหนดว่าต้องเคลื่อนที่เร็วกว่า 7:14 นาที/กม. แน่นอนว่าทุกคนต้อง “วิ่ง” 
สรุปคือ ถ้าใครจบมาราธอนด้วย SUB 5 
แน่ใจได้เลยว่า เขาไม่ได้เดินยาวๆ แน่นอน 
...มาพิสูจน์ตัวเองกันมั้ย
#GarminBlueRun2019
#Sub1
#Sub5
#KeepRunning
#วิ่งลูกเดียวไม่มีเดิน
#ซับไฟว์ให้เด็กมันดู

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น