แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักวิ่งสมัครเล่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักวิ่งสมัครเล่น แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565

วิ่งสไตล์ใครสไตล์มัน

ทุกครั้งที่ไปวิ่งในสวนสาธารณะ หากเราสังเกตุดีๆจะพบว่าเพื่อนๆนักวิ่งในสวนสาธารณะ (ไม่รวมคนที่เดิน) ทุกคนมีท่าทางลักษณะการวิ่งแตกต่างกันออกไป เหตุผลน่าจะเกิดจากหลายเหตุปัจจัยเช่นอายุ, เพศ, สุขภาพ, สรีระร่างกาย, เวลา และอื่นๆ 


ตีวงให้แคบลงเพื่อหาคำตอบเรื่องการวิ่งที่แตกต่างกัน ก็จะได้การเปรียบเทียบโดยอ้างอิงเหตุปัจจัยที่เท่ากันและหรือใกล้เคียงกันในกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มนี้อาจมีมากกว่า 10 คนแต่ละคนมีข้อแตกต่างกันเพิ่มเติมอีกคือพื้นฐานการวิ่งและเป้าหมายของการวิ่ง 

คำพูดยอดฮิตคือ "วิ่งเพื่อสุขภาพ" น่าจะไม่ต้องมองเรื่องพื้นฐานเลยเพราะการวิ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว ส่วนเป้าหมายคือให้สุภาพแข็งแรง ซึ่งจริงๆ การวิ่งเพื่อสุภาพ ให้ถูกต้องเป็นดังนี้

"หลักของการวิ่ง"

  1. ใช้ท่าวิ่งที่เป็นธรรมชาติ ไม่เกร็ง เวลาลงเท้าใช้ส้นเท้าสัมผัสพื้นก่อนจึงวางเท้าเต็ม แล้วยกส้นเท้าขึ้นเข่าไม่ยกสูงมากและไม่เหยียดสุดลำตัว ศรีษะตั้งตรงข้อศอกงอเล็กน้อย และกำมือหลวม ๆ
  2. ควรใช้ความเร็วที่รู้สึกเหนื่อยจนต้องหายใจแรง แต่ไม่ถึงกับต้องหายใจทางปาก หรือมีอาการหอบ เมื่อวิ่ง 4-5 นาที ควรมีเหงื่อออก แล้ววิ่งต่อไปได้เกิน 10 นาที ควรวิ่งวันละครั้ง นานครั้งละ 20 - 60 นาที ใน 1 สัปดาห์ควรวิ่งให้ได้อย่างน้อย 3 วัน
  3. ก่อนและหลังการวิ่งทุกครั้งควรอบอุ่นร่างกาย และผ่อนคลายร่างกายประมาณ 4-5 นาที โดยวิ่งเหยาะๆด้วยความเร็วที่น้อยกว่าที่ใช้วิ่งจริง และทำกายบริหารเหยียดกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

ที่มา: วิ่งเพื่อสุขภาพ

จะเห็นได้ครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างเป็นการวิ่งเพื่อสุภาพจะได้ลักษณะการวิ่งแบบเกียร์เดียว ส่วนที่เหลือชี้ชัดได้ว่าเป็นนักวิ่งที่มีเป้าหมายเกินกว่าการวิ่งเพื่อสุขภาพ จัดเป็น "นักวิ่งสมัครเล่น" พอเขามีเป้าหมายชัดเจนเขาก็สมัครใจที่จะวิ่งให้แตกต่างออกไป เช่นวิ่งบ่อย, วิ่งทนวิ่งไกล, วิ่งเร็ว, ท่าวิ่งแปลกๆ, วิ่งแล้วหอบแดก เป็นต้น

เราจักไม่รู้หรอกว่า "นักวิ่งสมัครเล่น" กลุ่มนี้มีเป้าหมายของตนเองอย่างไร หากอยากรู้ก็คงดูได้คร่าวๆ จากความแตกต่างของการวิ่งนั้นแล้วไปค้นคว้าหาคำตอบเอาเอง เช่น บทความของสสส. นี้ การวิ่งดีมีประโยชน์ วิ่งอย่างไรไม่ทำร้ายสุขภาพ

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ก้อง Blackmonster นักวิ่งความเร็วดั่งสัตว์ประหลาด

 RUNไปเรื่อยๆ

28 กุมภาพันธ์ 2020  · 


🏃‍♂‍RUNไปเรื่อยๆ : เพื่อนนักวิ่ง EP2 

++++++++++++++++++ 

👉พี่ก้อง Blackmonster นักวิ่งความเร็วดั่งสัตว์ประหลาด ผู้ใช้เวลา 2 ปีในการซ้อมวิ่ง คว้าตั๋ว Boston Qualify ด้วยสถิติการวิ่งมาราธอนเวลา 😱3:13:51 ชม.😱

++++++++++++++++++

👉จากการตะโกนเชียร์ข้ามฝั่งถนน..จนนำพาแอดให้รู้จัก “พี่ก้อง Blackmonster”

.

เวลาผมไปงานวิ่ง แล้วเห็นนักวิ่งแนวหน้าวิ่งกลับตัวมา ผมก็ชอบหันไปมองว่านักวิ่งแนวหน้าคนไหนวิ่งเป็นอย่างไร ฟอร์มวิ่งดีไหม ดูแล้วพี่ๆเค้าเหนื่อยไหม วันนึงเราจะกลับตัวเร็วๆแบบนั้นได้ไหม

.

ในงานเดิน-วิ่งศิริราช ปี 2019 ระยะ 21k แอดได้เห็นพี่ท่านหนึ่งกลับตัวมาด้วยความเร็วที่ดูนิ่ง วิ่งฟอร์มดี ทุกก้าวดูมั่นคงมาก พอเข้าเส้นชัยมาก็มีน้องบอกว่า “เนี่ย พี่คนนี้จะทำ Boston Qualify (BQ)” เราฟังแล้วก็แบบว่า โอ้ว น่าทึ่งมาก ขอให้พี่เค้าทำสำเร็จ ในใจก็เชียร์พี่เค้าตลอดแม้จะไม่รู้จักกันก็ตาม 

.

จนวันหนึ่งก่อนไปวิ่ง บางแสน 42 ปี 2019 พี่ที่รู้จักก็เล่าให้ฟังว่าพี่เค้าวางแผนจะทำ BQ ที่บางแสน42 นะ พอวันวิ่งบางแสน 42 ก็เห็นพี่เค้าวิ่งเกาะกลุ่มมากับนักวิ่งขาแรงทั้งหลาย ผมยังตะโกนข้ามฝั่งไปเชียร์ (ทั้งๆที่ไม่เคยคุยกับพี่เค้า แต่รู้จักชื่อครับ) พอเข้าเส้นมาก็ทราบว่าพี่เค้าได้คิงคอง ติด Top 100 วิ่งจบที่เวลา 3:18 ชม. ซึ่งจริงๆก็ผ่านเวลา BQ แล้ว แต่อาจจะต้องเผื่อเวลาให้เร็วกว่านี้อีกสักนิด เพื่อความแน่ใจ 

.

จอมบึงมาราธอน สนามที่พี่เค้าตั้งใจว่าจะทำ BQ ให้เวลาเหลือๆก็ได้เดินทางมาถึง งานนี้แอดไปวิ่งระยะฮาฟฯ ก็เห็นพี่ก้องตอนวิ่งกลับตัวระยะฟูลมาราธอนมา ซึ่งตอนที่เห็นพี่ก้องแอดก็คิดว่าวันนี้พี่เค้าต้องทำได้แน่ๆ เพราะสนามจอมบึงราบเรียบกว่าบางแสนเยอะ สถิติน่าจะดีขึ้นแน่นอน 

.

พอเข้าเส้นชัยมาแอดก็ไลน์ถามน้องที่รู้จักพี่ก้องว่า พี่ก้องได้ BQ ไหม น้องก็แคปหน้าจอ FB พี่ก้องส่งมาบอกว่าพี่เค้าทำได้สำเร็จแล้ว แอดก็แอบดีใจไปด้วย เพราะรู้ว่าการจะได้ BQ มันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและวินัยมากมายที่ชีวิตมนุษย์คนนึงจะต้องเสียสละ มุ่งมั่นเพื่อให้เป้าหมายนั้นสำเร็จ

++++++

👉พี่ก้อง Blackmonster  คือใคร...จากนั่งบนอานจักรยาน สู่การใส่รองเท้าวิ่ง?

พี่ก้อง หรือ นายรัฐศาสตร์ ศรีเมือง อายุเข้าหลัก 4 กลางๆ ผู้มีสถิติการวิ่งในแต่ระยะที่โหดมากคือ 

10 k – 43 นาที / 21 k – 1:33:31 ชม. / 42 k – 3:13:51 ชม. 

ปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงงานแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พี่ก้องเรียนจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากม.เชียงใหม่ การเริ่มต้นออกกำลังกายของพี่ก้อง เกิดจากการที่เคยมีน้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม คือหนักจนคุณแม่พี่ก้องทนไม่ไหวเลยต้องซื้อจักรยานเสือภูเขามาให้ โดยหวังว่าจะเอาไปปั่นออกกำลังกายบ้าง แต่เมื่อได้จักรยานมาก็จอดไว้เฉยๆเสียมากกว่า จนมีวันนึง แม่พี่ก้องแอบมาออกทริปปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯ-หัวหิน ย้ำนะครับ ปั่นจากกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร  มารู้ข่าวในเช้าวันนั้น ด้วยความเป็นห่วงแม่เลยไปปั่นดักรอขบวน แต่ปั่นไปปั่นมาก็โดนขบวนใหญ่ทิ้งให้ปั่นอยู่คนเดียว พี่ก้องเลยมานั่งคิดว่า คุณแม่อายุ 60 กว่าๆ แต่ทำไมพี่ก้องปั่นสู้ไม่ได้เลย ตั้งแต่มาประมาณ 2 ปีก็มุ่งมั่นปั่นเพื่อลดน้ำหนัก เพื่อสุขภาพ นับมาถึงตอนนี้ก็ 8 ปีแล้วที่ชอบปั่นจักรยาน แถมยังเคยปั่น Audax 300 กิโลเมตรมาแล้วอีกด้วย 

.

เมื่อถามพี่ก้องว่าทำไมจึงกระโดดลงอานจักรยานมาวิ่ง พี่ก้องก็เล่าให้ฟังว่า เป็นความบังเอิญที่ครั้งหนึ่งพี่ก้องจะตามหาเสื้อปั่นจักรยานของคณะวิศวะ ม.เชียงใหม่ แล้วได้ไปอยู่ในกลุ่มไลน์กลุ่มนึงซึ่งมีนักวิ่งอยู่เยอะ เมื่อเห็นคนในกลุ่มส่งการบ้านวิ่งกันแล้วเห็นว่าอัตราการเต้นของหัวใจแต่ละคน ทะลุโซน 5 กันหลายท่านพี่ก้องก็เลยอยากจะทะลุไปโซน 5 บ้าง เพื่อปิดจุดอ่อนของตัวเองในการปั่นจักรยานสปริ๊นเร็วๆแข่งกับคนอื่นหลังจากนั้นพี่ก้องเลยตัดสินใจมาลองวิ่งดู 

.

เมื่อนักปั่น Audax 300 กม.ได้ลองวิ่งครั้งแรก...พี่ก้องบอกว่าวิ่งได้เพียง 1 กม.เท่านั้นครับ อ่านไม่ผิดครับ คนที่ปั่นจักรยานได้ 300 กม. มาวิ่งครั้งแรกได้เพียง 1 กม. เท่านั้น แต่ด้วยความไม่ยอมแพ้ของพี่ก้อง ก็ฝึกซ้อมวิ่งไปเรื่อยๆ จนผ่านไป 1 เดือน ก็สามารถวิ่ง 10 กม.แรกได้สำเร็จ ด้วย pace 6 ปลายๆ

.

การซ้อมวิ่งในช่วงแรกๆของพี่ก้องก็อาศัยการดูคลิปใน youtube ของครูดิน (สถาวร จันทร์ผ่องศรี) ที่ครูสอนท่าวิ่งเบื้อต้น สอนดริล สอนวิธีการวิ่งต่างๆ (ตัวอย่างคลิปครูดิน https://www.youtube.com/watch?v=g8AjafwAE1o&t=434s) ดูจนพี่ก้องเรียกตัวเองว่า “ศิษย์ กศน.ของครูดิน” เลยล่ะครับ

+++++++++

👉เมื่อวิ่งได้ 7 เดือน การวิ่ง Full Marathon แรกก็เกิดขึ้น

.

ฟูลมาราธอนแรกฟูลที่ใครๆต้องจดจำ ฟูลที่พี่ก้องน่าจะจำได้ดีคือการวิ่งที่ ชัยมงคลมาราธอน ด้วยการซ้อมวิ่งระยะ 30 กม มา 2 ครั้ง และวิ่ง 42.195 กม. 1 ครั้ง ทำให้มั่นใจมากว่าจะวิ่งได้ดี ปรากฏว่าพอวันวิ่งจริง เดินยับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 28 จบไปด้วยเวลา 4:55 ชม. เรียกได้ว่าทรมานบันเทิงกับแดดมากๆเลยทีเดียว 

.

ทุกวันนี้พี่ก้องวิ่งมาแล้ว 14 ฟูลมาราธอน 5 อัลตร้า ประสบการณ์การวิ่งเจอมาทุกรูปแบบ ตั้งแต่วิ่งมาราธอนเร็วสุดคือ 3:13 ชม.  / วิ่งช้าสุดเข้าเส้นชัยคนสุดท้ายด้วยเวลา 7:30 (ลากคนอื่นให้จบ) / DNF ในสนามบางแสน 42 

.

ด้วยความที่พี่ก้องไม่ค่อยไปวิ่งล่าถ้วยจึงไม่ได้มีถ้วยรางวัลมาครองมากมาย มีเพียง 6 ถ้วยเท่านั้น ซึ่งงานใหญ่ที่คว้าถ้วยมากก็คือ จอมบึงมาราธอนที่นอกจากจะได้ BQ ก็ยังได้อันดับที่ 4 รุ่นอายุ45-49 ปีมาครองด้วยครับ

.

หลายคนอาจสงสัยว่า พี่ก้องซ้อมวิ่งอย่างไรถึงได้ BQ แล้วอะไรที่จุดประกายให้พี่ก้องมีความคิดและมุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะทำ BQ บอกใบ้สักนิดว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากรูปภาพภาพนึงใน Facebook แต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามได้ใน part 2 นะครับ

ที่มา: https://www.facebook.com/RUNKeepGoing/posts/2378824029076163