วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564

โปรแกรมการฝึกวิ่งมาราธอน Advanced 1

เป็นโปรแกรมการซ้อมวิ่งจากโค้ชฮาล นักวิ่งผู้มีประสบการณ์ยาวนานและเขียนหนังสือวิ่งมาแล้วหลายเล่ม โปรแกรมAdvanced 1 จะค่อยๆมีการเพิ่มระยะทางในการซ้อมเหมือนกับโปรแกรม Novice และ Intermediate แต่จะมีระยะทางการซ้อมวิ่งระยะไกลเริ่มต้นจาก 16 กม. ไปจนถึง 32 กม. และมีการซ้อมวิ่งโดยใช้ Racepace มากกว่า จะมีวันซ้อมวิ่งแบบ Speedwork แค่หนึ่งวัน (ต่างจากโปรแกรม Advanced 2 ซึ่งมีสองวัน)


คำพูดของโค้ชฮาลถึงโปรแกรมการซ้อมวิ่งนี้

โค้ชได้เตือนว่า ในวันวิ่งระยะไกลห้ามใช้ Racepace เด็ดขาด ให้วิ่งแบบ Easy ไปเลย เพื่อไม่ให้เกิดความตึงเครียดมากเกินไป โดยเฉพาะกับการซ้อมแบบ Speedwork ในวันพฤหัส การซ้อมที่มากเกินไปจะส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพในการวิ่งอย่างแน่นอน


การซ้อมแบบ Speed sessions จะเป็นการซ้อมวิ่งขึ้นเนิน , วิ่งเทมโปและ Intervals ซึ่งจะมีการอธิบายรายละเอียดวิธีซ้อมในข้อมูลด้านล่างต่อไปนี้ แต่ถ้าใครรู้ตัวว่าซ้อม Speedwork ไม่ไหวก็ให้ไปใช้โปรแกรม Intermediate 1 และ 2 ได้ เพราะโปรแกรมการวิ่ง Advanced มันยากมาก และนักวิ่งที่คิดว่าตัวเองอยู่ในระดับ Advanced ก็มีอยู่ไม่มากเช่นกัน

 

และโค้ชยืนยันว่าไม่ว่าเพื่อนๆจะทำเวลาในการวิ่งมาราธอนได้มากน้อยเท่าไหร่ , มีเพศอะไร มีอายุมาน้อยแค่ไหน ก็มีสิทธิที่จะซ้อมแบบ Advance ได้ทั้งนั้น แต่สำหรับผู้ที่พึ่งจะวิ่งมาราธอนครั้งแรกในชีวิต ขอแนะนำให้ไปใช้โปรแกรมการซ้อมง่ายๆอย่าง Novice 2  ก่อน สามารถค้นหาได้ในเว็บไซต์ของเราเลย


วันวิ่งระยะไกล

กุญแจหลักในการซ้อมวิ่งมาราธอนคือการวิ่งระยะไกลในวันอาทิตย์ โดยจะเริ่มจาก 16 กม.ไปจนถึง 32 กม. (ซึ่งมีอยู่สามครั้งในสัปดาห์ที่ 11,13,15) แม้ว่านักวิ่งที่มีประสบการณ์บางคนจะวิ่งได้ไกลกว่านั้น แต่โค้ชฮาลมองไม่เห็นว่ามันจะทำให้มีข้อได้เปรียบอะไรขึ้นมา เพราะว่าเขาลองมาเองแล้วและก็ทำให้เหนื่อยมากขึ้นด้วย เก็บแรงเอาไว้ซ้อมวิ่งแบบเน้นคุณภาพตลอดทั้งสัปดาห์ดีกว่า และก็เราสามารถหยุดซ้อมได้บางวันหรือจะสลับวันบ้างก็ได้ แต่ห้ามงดวิ่งระยะไกล การวิ่งระยะไกลจะมีระยะทางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ในทุกสัปดาห์ที่สามจะมีการลดระยะทางลงเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัว การพักนั้นเป็นสิ่งสำคัญในทุกโปรแกรมการซ้อม


วิ่งให้ช้า

เพื่อนๆบางคนคงคิดอยากจะใช้ความเร็วให้เต็มที่ อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด!! โดยปกติแล้วโค้ชฮาลจะแนะนำให้วิ่งช้ากว่า Racepace ประมาณ 30-90 วินาที/1.6 กม. (1 ไมล์) นี่มันสำคัญมากโดยเฉพาะกับนักวิ่งระดับสูงที่มีการซ้อมแบบ Speedwork รวมอยู่ด้วย โค้ชบอกว่าไม่ว่าเราจะวิ่งด้วยความเร็วเท่าไหร่ หากเราวิ่งได้ 90-120 นาที รับรองว่าได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีแน่ เราจะได้เผาผลาญแคลอรี่และสอนให้กล้ามเนื้อรู้จักสงวนพลังงาน การวิ่งเร็วเกินจะทำให้กล้ามเนื้อฉีกโดยไม่จำเป็น เก็บการวิ่งเร็วไว้ใช้ในวันลงแข่งจริงเถอะ ดังนั้นในวันซ้อมวิ่งระยะไกลให้เราวิ่งแบบสบายๆในระดับที่สามารถวิ่งไปพูดคุยไปได้


การวิ่งแบบ 3/1 Training

คือการแบ่งระยะทางการวิ่งเป็น 4 ส่วน โดยสามส่วนแรกเราจะวิ่งแบบ Easy และส่วนสุดท้ายให้ใช้เพซที่เร็วกว่าเดิมแต่ยังไม่เร็วเท่ากับ Racepace  การวิ่งแบบ 3/1 Training นั้นมีไว้สำหรับนักวิ่งที่มีประสบการณ์มากแล้วเท่านั้น และถ้าอยากจะเอาการวิ่งรูปแบบนี้มาใช้ก็ให้ใช้ได้ 1 ครั้งต่อสามสัปดาห์เท่านั้น เช่นในสัปดาห์แรกวิ่งแบบ Easy , สัปดาห์ที่สองวิ่งแบบ 3/1 และสัปดาห์สุดท้ายจะมีการลดระยะทางเพื่อฟื้นตัว อย่าวิ่งเร็วในวันฝึกวิ่งระยะไกลสิ่งสำคัญอยู่ที่ระยะทางส่วนเรื่องความเร็วนั้นไม่ต้องไปใส่ใจ


การฝึกวิ่งขึ้นเนิน

แม้ว่าเส้นทางวิ่งมาราธอนมันจะเป็นเส้นทางราบเรียบ แต่การฝึกวิ่งขึ้นเนินสามารถทำให้กล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงขึ้น และการวิ่งขึ้นเนินยังมีแรงกระแทกน้อยกว่าการวิ่งบนพื้นราบเรียบอีกด้วย ถ้าหากเส้นทางในการวิ่งมาราธอนของเพื่อนๆมีเส้นทางขึ้นเนินด้วยก็ควรซ้อมวิ่งขึ้นเนินให้มากกว่าเดิมสัก 6 รอบขึ้นไป


ความเร็วที่ได้รับจากการซ้อมวิ่งขึ้นเนินจะไม่ต่างจากที่ได้มาจากการซ้อม Intervals ในสนามกีฬาเลย นักกีฬาโอลิมปิกชื่อ Frank Shorter เคยกล่าวไว้ว่าการฝึกวิ่งขึ้นเนินมันก็เหมือนกับการฝึกวิ่งแบบ Intervals  ให้เราเลือกเนินที่มีความยาวสัก 400 เมตร และวิ่งขึ้นไปอย่างสุดกำลังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นให้วิ่งจ๊อกกิ้งกลับลงมา และวิ่งกลับขึ้นใหม่จนกว่าจะจบการฝึก

 

ถ้าหากเพื่อนๆมีแผนจะเข้าร่วมการวิ่งมาราธอนที่มีเส้นทางลงเนินมากว่าขึ้นเนินเช่น “บอสตันมาราธอน” ล่ะก็ , ให้ซ้อมวิ่งลงเนินด้วย ซ้อมในปริมาณมากพอกันไปเลย มันจะช่วยฝึกกล้ามเนื้อให้เคยชินกับแรงกระแทกตอนวิ่งลงเนิน แต่อย่าซ้อมหนักเกินไปเดี๋ยวจะกลายเป็นได้รับบาดเจ็บ ในตอนที่โค้ชไปวิ่งบอสตันมาราธอนเขา ซ้อมวิ่งขึ้นเนินและลงเนินในอัตราส่วน 2/1 และสำหรับผู้เริ่มต้นก็ควรใช้ 3/1


Interval Training

สำหรับการฝึกเพื่อวิ่งมาราธอนการฝึกวิ่ง (800 เมตร ,1600 เมตร , หรือไกลกว่านั้น) แบบซ้ำๆมันได้ผลมากกว่าการวิ่งในระยะทาง 200,400 เมตร โค้ชฮาลจึงได้เอาระยะทาง 800 เมตรมาใช้ในโปรแกรมการซ้อมนี้ ให้เราใช้เพซที่มีความเร็วมากกว่า เพซในการวิ่งมาราธอน และในการวิ่งแต่ละรอบให้เราพักด้วยการจ็อกกิ้งหรือเดิน 400 เมตร


Bart Yasso จากนิตยสารรันเนอร์เวิร์ลแนะนำว่า ถ้าเราวิ่งมาราธอนโดยใช้เวลา 3 ชั่วโมงก็ให้เราซ้อมวิ่ง 800 เมตรให้ได้ภายใน 3 นาที ถ้าใช้เวลาวิ่งมาราธอน 3:10 ชั่วโมงก็ให้วิ่ง 800 เมตรให้ได้ภายใน 3:10 นาทีเป็นต้น แต่ถึงแม้เราจะสามารถวิ่ง 800 เมตร 10 รอบได้ภายใน 3:10 ชั่วโมงก็ไม่ได้การันตีว่าเราจะวิ่งมาราธอนได้



Designed by Freepik


การวิ่งเทมโป

จะเป็นการเพิ่มความเร็วในการวิ่งเรื่อยๆให้ใกล้เคียงกับเพซ 10k  โค้ช Jack Daniels ได้อธิบายเรื่องเพซสูงสุดในการวิ่งเทมโป ถ้าหากเป็นการวิ่งในเส้นทางราบเรียบว่ามันค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่งเทมโปนาน 45 นาที แต่เราจะเร่งความเร็วไปเกือบสูงสุดเมื่อผ่านไปแล้ว 3-6 นาทีในระหว่างการวิ่ง


ในโปรแกรม Advanced 1 จะมีการวิ่งเทมโปในวันพฤหัสทุกรอบสามสัปดาห์ โดยเราจะซ้อมกัน 30-40 นาที ในช่วง 10-15 นาทีแรกให้วิ่งแบบ Easy จากนั้นในช่วงกลางการซ้อม 10-20 นาทีถัดมาให้เพิ่มความเร็วสูงสุด และปิดท้ายการซ้อมด้วยการวิ่งแบบ Easy อีก 50-10 นาที


เราจะใช้วิธีค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆไม่ใช่อยู่ดีๆก็วิ่งเร็วทันที เราจะใช้ความเร็วสูงสุดแค่ 2/3 เท่านั้นและใช้ความเร็วระดับนี้นานไม่กี่นาที เราสามารถฝึกวิ่งเทมโปที่ไหนก็ได้ไม่ว่าจะเป็นถนน , การวิ่งเทรลหรือในลู่วิ่งสนามกีฬา การวิ่งเทมโปจะต้องไม่สร้างความรู้สึกเหนื่อยล้า เมื่อซ้อมเสร็จแล้วเราควรจะยังรู้สึกสบายอยู่ ดังนั้นอย่าเพิ่มความเร็วมากหรือนานจนเกินไป และจะให้ดีควรวิ่งคนเดียวถ้าวิ่งกับคนอื่นก็จะทำให้เราต้องใช้เพซเดียวกับเขาอีก ไม่ว่าเราจะวิ่งเร็วเกินหรือช้าเกินไปมันก็ไม่ดีทั้งนั้น


Race Pace

ส่วนใหญ่ในวันเสาร์เราจะมีการซ้อมวิ่งโดยใช้ Race Pace (จะเขียนบอกไว้ว่าสัปดาห์ไหนบ้าง) Race Pace ก็คือเพซที่เราตั้งใจจะเอามาใช้ในวันแข่งขันจริงนั่นเอง ถ้าหากว่าเราซ้อมเพื่อที่จะวิ่งมาราธอนโดยทำเวลาให้ได้ 4 ชั่วโมงหมายความว่าเราต้องวิ่งให้ได้ 9:09 นาทีต่อ 1.6 กม.(1 ไมล์)


การลงแข่ง

ปกติแล้วในโปรแกรมการวิ่งของโค้ชฮาลจะไม่ได้กล่าวถึงการไปลงแข่งวิ่งสักเท่าไหร่นัก แต่จะแนะนำให้ไปลงแข่งฮาล์ฟมาราธอนในสัปดาห์ที่ 9 เพื่อช่วยในการเพิ่มความฟิตให้กับร่างกาย แต่การไปลงแข่งในระยะทางก็ไม่ได้ให้อะไรกับเราเป็นพิเศษหรอก และถ้าหากใครเป็นนักวิ่งอาชีพก็สามารถปรับเปลี่ยนตารางเพื่อให้ตรงกับวันลงแข่งก็ได้


Easy Runs

การซ้อมวิ่งในวันจันทร์ , พุธ การวิ่งโดยใช้เพซ Easy และมีวันที่ลดระยะทางให้ได้พักด้วย แต่ถึงอย่างนั้นระยะทางการวิ่งทั้งหมดในแต่ละสัปดาห์ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทีละนิด โปรแกรมการซ้อมถูกออกแบบให้มีระยะทางทางการวิ่งเพิ่มมากที่สุดในช่วงท้าย ซึ่งก็สมเหตุสมผลอยู่ใช่ไหมล่ะ มีนักวิ่งมาราธอนนับพันคนที่ใช้โปรแกรมการซ้อมวิ่งของโค้ชฮาล ดังนั้นไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง


วันพัก

วันพักเป็นสิ่งสำคัญมากในทุกโปรแกรมการซ้อม ในช่วงเวลา 24-72 ชั่วโมงของการพัก หลังการซ้อมหนักร่างกายของเราจะสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่ และมีความแข็งแรงมากกว่าเดิมอีกด้วย โค้ชกำชับมาว่าอย่าซ้อมวิ่งหนัก หากมันไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และการซ้อมวิ่งเยอะนี่ล่ะที่จะช่วยให้เราเก่งขึ้นได้ แต่ถ้าหากไม่ได้พักร่างกายก็จะเริ่มล้ามากขึ้นเรื่อยๆ เราก็จะไม่สามารถเก่งขึ้นได้ ดังนั้นในทุกวันศุกร์ต้องพักอย่างเต็มที่ มันจะทำให้มีแรงซ้อมต่อในวันเสาร์อาทิตย์ แต่ถ้าหากจำเป็นหรือมีเหตุจำเป็นต้องพักมากขึ้นก็ให้พักไปเลย สิ่งสำคัญจะอยู่ที่ความคงเส้นคงวาในการซ้อม ถ้าเราซ้อมได้ครบ 18 สัปดาห์รับรองได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีแน่นอน


ที่มา : https://bit.ly/2pmFZub


เปิดกรุ๊ปให้เพื่อนๆ ที่รักการวิ่ง ไปคุยกัน

🏃 ‍♂ bit.ly/VRUNGROUP

.

#วิ่งไหนกันปั่นไหนดี #Sports #Running

#Cycling #Triathlon #Swimming


ที่มา: https://www.vrunvride.com/marathon-training-advanced-1/?fbclid=IwAR1nXgEtsZn-92ukX8UXuj9DoFC2Y6UxUBd7B0ts86eZLjqNWL2YabFVMPk

วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ผลประกอบครึ่งปี 2021 (ปีชงโควิค) และส่งการบ้าน week 25

 


แยกระยะสะสมรายเดือนได้ ดังนี้
  1. มกราคม 140.1k
  2. กุมภาพันธ์ 238.8k
  3. มีนาคม 262.4k
  4. เมษายน 246.4k
  5. พฤษภาคม 256.3k
  6. มิถุนายน 237.3k

เดือนมกราคมบันทึกแค่ครึ่งเดือนเพราะซื้อ Smart watch มาตอนต้นเดือนกว่าจะใช้เป็นใช้คล่องและเห็นประโยชน์ของการบันทึกผลการวิ่งขึ้นคราวด์ของ Zepp แต่ก่อนบันทึกผลการวิ่งลงสมุด มันก็ดีหลายอย่าง เช่นได้วาดแผนที่ที่ไปวิ่ง, จดบันทึกอาการบาดเจ็บ, จำนวนการเวทเทรนนิ่ง เป็นต้น


ช่วงนี้โควิท ระลอก 3 ยังระบาดแรงไม่เลิก การวิ่งก็ปรับลดความเข้มข้นลง กอรปกับงานแข่งวิ่งจัดไม่ได้ด้วย เลยวิ่งน้อยลง และไม่ได้วิ่้ง B2B วันเสาร์ เป็นหยุดพักเลย เพื่อวิ่ง 18k วันอาทิตย์

ทำไหมต้อง 18k เพราะ
  • พลังงานได้พอดี ไม่ต้องโหลด ไม่ต้องเติม กินแต่น้ำ
  • สภาพหลังวิ่ง ร่างกายไม่ช้ำมาก
  • ใช้เวลาไม่มากไม่น้อย 1.45 - 2 ชม. เท่านั้น หากมาสายก็ไม่ร้อนมาก
  • ระยะทางวิ่งยาว 20k+ มันยุ่งยาก
  • ระยะ 18k ก็พอทดสอบ ทดลองอะไรได้หลายอย่างถ้าขยัน เช่นวิ่งเทมโบ้ 3k 4 เที่ยว, วิ่ง Interval 500 เมตร 10 เที่ยว และวิ่งทำเวลา 10k แรกแล้วมาเช็คสภาพ 8k หลัง

วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2564

กฏ 5 ข้อของการมีสุขภาพดี

 Doctor Runner - วิ่งดิหมอ

25 พฤศจิกายน 2019  · 

เรื่องนี้น่าสนใจค่ะ 🙂 ใครอยากมีสุขภาพดีควรอ่าน ✅

ผลการศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพอันยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ถึง 34 ปี จากจำนวนประชากร 122,000 ราย โดยมหาวิทยาลัยฮาร์ดวาร์ด ✅

--------------------------------


⭕ ได้ค้นพบ "กฏ 5 ข้อ ของการมีสุขภาพดี" ไว้ดังนี้

✅ 1. รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ (Eat nutritious diet)

ผู้คน 1 ใน 5 ของโลก เสียชีวิตจากการรับประทานอาหารที่ไร้คุณค่า อาหารอันสะสมไปด้วยสารก่อการอักเสบ และความเสื่อมของร่างกาย อาทิ เนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการแปรรูป, ขาดการรับประทานผลไม้ ธัญพืช อย่างเพียงพอ

มื้ออาหารที่พร้อมไปด้วย ผัก ผลไม้ที่มีกากใย ช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็ง และโรคหลอดเลือดเฉียบพลัน ที่เกี่ยวกับหัวใจและสมอง ได้ถึงร้อยละ 20

--------------------------------

✅ 2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ (Regular exercise)

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ขาดการออกกำลังกายสม่ำเสมอ*** เพิ่มโอกาสการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 20-30%

คำแนะนำสำหรับการออกกำลังกายที่เหมาะสม ต่อการมีสุขภาพดี คือการออกกำลังกลุ่มแอโรบิก ที่มีความเหนื่อยปานกลาง สัปดาห์ละ 150 นาที 

(aerobic, moderate intensity, 150 minutes a week) ✅

--------------------------------

✅ 3. รักษาระดับน้ำหนักตัวที่พอดี (Maintain healthy weight)

ประโยคนี้สำคัญที่คำว่า "พอดี" คือมีช่วงกว้างแบบจำเพาะบุคคล "ไม่ต่ำ หรือสูงเกินไป"

คำแนะนำคือ รักษาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ในระดับ 19.0-24.9 กิโลกรัม/เมตร2 

BMI คำนวนโดย น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง เมตร ยกกำลังสอง

ดัชนีมวลกายที่มาก หรือน้อยเกินไป จะมีความเสี่ยงกับกลุ่มโรคแต่ละชนิดแตกต่างกัน

ขณะนี้ ผู้คน 900 กว่าล้านคนบนโลก กำลังเผชิญกับภาวะอ้วน (obese) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คิดเป็น 3 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2016 !!!! ซึ่งอยู่ในเกณฑ์น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

--------------------------------

✅ 4. ไม่สูบบุหรี่ หรือหยุดสูบ (Stop smoking)

การหยุดบุหรี่ เพียง 1 ปีแรก สามารถลดโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดเฉียบพลันต่างๆ ทั้งสมอง หัวใจ ได้ถึงครึ่งหนึ่ง (50%)

ลดโอกาสเกิด โรคมะเร็งปอด ได้ 50% ในระยะเวลา 10 ปี หลังหยุดบุหรี่

ลดภาวะการมีบุตรยาก หรือเสื่อมสมรรถนะทางเพศ

--------------------------------

✅ 5. ดื่มไวน์แดง ในปริมาณปานกลาง (moderate amount of red wine)

สำหรับข้อนี้ถือว่ามีความอ่อนไหวพอควร เนื่องจากต้องปฏิบัติแบบเคร่งครัด คือ ไม่มากจนเกินไป

คำว่า "ไวน์แดงปริมาณปานกลาง" คือ 5 oz เป็น 1 drinks, วันละ ไม่เกิน 3 drinks

เนื่องจากการรับประทานไวน์แดง ในปริมาณที่เหมาะสม สามารถสรุปผลการศึกษาได้แล้วว่าสามารถช่วยลดโอกาสเกิดโรคมะเร็ง กลุ่มโรคหลอดเลือด และช่วยลดภาวะเครียดได้

แต่หากมีการรับประทานที่มากเกินระดับ ก็สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน

สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นๆ ก็มีรายงานว่ามีผลเชิงบวก เมื่อรับประทานในปริมาณที่กำหนด แต่อย่างไรก็ยังไม่สามารถสรุปผลได้แน่ชัด เท่ากับปริมาณของไวน์แดง

(ข้อนี้ แอดมินไม่อยากให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการรับประทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป อยากให้ทุกท่านศึกษาแบบถี่ถ้วน ตามคำแนะนำ)

--------------------------------

💥💥💥 นอกจากปัจจัยทั้ง 5 ข้อ ดังกล่าว ผู้วิจัยยังพบผลอันน่าอัศจรรย์ว่า

กลุ่มคนที่รักษาไว้ซึ่งปัจจัยทั้ง 5 ข้อนี้ จะมีอายุยืนกว่าอีกกลุ่มอย่างเห็นได้ชัด คือ ชาย มีอายุยืนขึ้นโดยเฉลี่ย 12 ปี และ หญิง อายุยืนขึ้น 14 ปี !!! 

--------------------------------

การศึกษาครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการตอกย้ำ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการมีคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดี ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข และมีอายุที่ยืนนาน

มาทบทวนตนเองกันนะคะ ว่ามีปัจจัยใดที่เรายังสามารถปรับแก้ และดูแลตนเองกันได้บ้าง เพื่อสุขภาพของทุกคน และคนรอบข้างนะคะ

--------------------------------

ด้วยรัก

©️ #วิ่งดิหมอ

source : World economic forum, November 2019

ที่มา: https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=562863607858011&id=285739865570388

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ทำความรู้จักกับ Drills ว่ามีความสำคัญอย่างไร

 Run Better

17 พฤศจิกายน 2019  ·   · 

วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Drills ว่ามีความสำคัญอย่างไร เพราะอะไรถึงต้องฝึก ไปหาคำตอบกันได้เลยครับ

.


==========================

.

ถ้า New PB หรือ สถิติการวิ่งใหม่ ๆ เป็นหนึ่งในสิ่งที่หลายคนปรารถนา...แต่สิ่งที่หลายคนยังคงพบเจอนั้นก็คือ

❓ ซ้อมเยอะแต่สถิติไม่พัฒนา ยิ่งซ้อมยิ่งเจ็บ

❓ โอเวอร์เทรนนิ่ง หรือ ตารางให้ซ้อมหนักเกินไป ไม่เหมาะกับสภาพร่างกาย ทำให้ร่างกายและจิตใจเกิดอาการล้า ไม่อยากซ้อม และล้มเลิกไปกลางทาง

❓ ไม่มีโปรแกรมการซ้อมที่แน่นอน ซ้อมตามเพื่อน ขาดความรู้ความเข้าใจในการซ้อมตามตาราง

❓ ไม่สะดวกไปซ้อมกับโค้ช ไม่มีเวลาไปพบเทรนเนอร์ ค่าใช้จ่ายในการเรียนสูงเกินไป

👉 ปัญหาทั้งหมด สามารถแก้ไขได้ด้วยคอร์ส #RunFaster 🏃‍♀🏃‍♂

👟 Run Faster 👟 เป็นคอร์สเรียนออนไลน์ 8 สัปดาห์ ที่ให้คุณได้เรียนรู้ #พื้นฐานการวิ่งที่จำเป็น พร้อม #โปรแกรมการฝึกซ้อมที่จะช่วยพัฒนาการวิ่งของคุณให้เร็วขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสการบาดเจ็บจากการวิ่งที่เร็วแต่ผิดวิธี 

.

เนื่องด้วยการวิ่งทำความเร็ว ถือว่าเป็นการแข่งขัน ไม่ว่าจะแข่งขันกับผู้อื่น หรือแข่งขันกับสถิติเดิมของตัวเอง นั่นหมายความว่าคุณเองต้องถือว่าเป็นนักกีฬาคนหนึ่ง ฉะนั้น เราไม่ได้ทำการออกกำลังกาย #แต่เรากำลังทำการฝึก เพื่อวิ่งให้ได้เร็วขึ้นกว่าสถิติเดิม โดยไม่บาดเจ็บ

.

โดย #หลักการเตรียมตัวไปจนถึงฝึก เพื่อเป็นนักกีฬาที่สามารถวิ่งให้ได้เร็วขึ้นกว่าสถิติเดิม โดยไม่บาดเจ็บ (ซึ่งเป็นหลักเดียวกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพด้วย) ของคอร์ส Run Faster ได้แบ่งออกเป็น 4 ช่วงด้วยกัน คือ

#ช่วงที่1

- ประเมินร่างกาย ทดสอบ ความคล่องตัว ความแข็งแรง ความสมดุล

- ฝึกพื้นฐานของแอโรบิค

#ช่วงที่2

- ฝึกท่าทางการเคลื่อนไหวพื้นฐานให้ได้อย่างถูกต้อง

- ฝึกทักษะการวิ่งเบื้องต้น ทักษะดริลล์การวิ่ง เรียนรู้และฝึกฝนฟอร์มวิ่งที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

- ฝึกระบบแอโรบิคให้มีประสิทธิภาพ

#ช่วงที่3

- เพิ่มงาน เพิ่มความหนัก เพิ่มความเร็ว อย่างเหมาะสม

- ฝึกความทนทานของระบบแอนแอโรบิค

#ช่วงที่4

- พัฒนาสมรรถภาพสูงสุด

- ฝึกพลังของระบบแอนแอโรบิค

.

ซึ่งหากทำครบทั้ง 4 ช่วงอยากถูกหลักการวิทยาศาสตร์การกีฬาแล้ว การวิ่งของคุณก็ย่อมพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน

.

🎁 #สิ่งที่คุณจะรับจากคอร์ส

✅1.โปรแกรมซ้อมวิ่งระยะ mini หรือ half marathon (ทั้งขั้นต้นและสูง)

✅2.วิธีการปรับประยุกต์โปรแกรม และการออกแบบตารางด้วยตัวเองเบื้องตัน

✅3.โปรแกรมการฝึกทักษะ ความแข็งแรง ความคล่องตัว ยืดหยุ่น พร้อมคลิปวิธีการฝึก

✅4. โปรแกรมพัฒนาฟอร์มการวิ่ง

✅5. โปรแกรมป้องกันและบรรเทาอาการบาดเจ็บ

✅6. โปรแกรมประเมินร่างกาย

✅7. Facebook Group ลับคอยตอบทุกคำถามตลอด 8 สัปดาห์

✅8. กิจกรรมสนุก ๆ ในการพัฒนาการวิ่งของคุณให้เร็วขึ้นไม่บาดเจ็บ เพื่อชิงของที่ระลึกจากทีมงาน Run Better ภายในคอร์ส

.

ทุกเนื้อหา และกิจรรมทั้งหมด นี้ถูกกลั่นมาจากประสบการณ์ตรงของ #โค้ชเป้ง สาธิก ธนะทักษ์ และทีมงาน Run Better ที่ผ่านการสอนนักวิ่งมาแล้วมากมาย ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ และพัฒนาปรับปรุงจนออกเป็นคอร์ส Run Faster นี้

🔖โดยทั้งหมดราคาเพียง 990 บาท/ คอร์ส8สัปดาห์ เท่านั้น

รับสมัครถึง 30 พ.ย. นี้

เริ่มเรียนพร้อมกัน 2 ธ.ค. 2562

.

🤝 สมัคร/อ่านรายละเอียด คลิก >> https://runbetter.co/runfaster

.

💬สอบถามเพิ่มเติม คลิก >> https://m.me/RunBetterCourse?ref=w5983969

.

Line: @runbetter

ที่มา: https://fb.watch/6kQFK9Kuoz/

วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564

รวมท่ายืดโดยครูสุข

Krusukh - ครูสุข

1 ตุลาคม 2019  · 

รวมท่ายืด

Original source  :  brightside

เรียบเรียง​ :ครูสุข

ผมไม่เคยลองใช้ 5 ท่า จาก 18 ท่า คือท่าที่ 1 , 11 , 13 , 14 และ 15 


วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2564

สวนบวรประชานันท์ ย้อนวิ่ง 18k สวนธน ส่งการบ้าน week 24 ปี 2021


 week นี้ สวนกทม.กลับมาเปิดปกติ มีโอกาสได้ไปวิ่งเล่นที่สวนบวรประชานันท์ ถ.อนามัยงามเจริญแถวๆบ้าน ส่วนวันอาทิตย์เช้าก็ได้กลับมาซ้อมวิ่งยาว 18k ที่สวนธนบุรีรมย์เหมือนเดิม



เกาะลำพูนที่กำลังปรับปรุงและจะทำสะพานข้าม



ทางวิ่งเดิน ปั่นของสวนบวรประชานันท์

ระยะทางที่วิ่งไป 10k


วิ่งยาว18k สวนธน

วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เทคนิคการวิ่ง ลดความเสี่ยงเจ็บ สำหรับคนน้ำหนักเยอะ

 Longyoung Run

28 กันยายน 2019  · 

เทคนิคการวิ่ง ลดความเสี่ยงเจ็บ สำหรับคนน้ำหนักเยอะ

--------------------------------------------


นักวิ่งเก่งๆจะมีฟอร์มท่าวิ่งที่ดี มองแล้วเท่จัง  ส่วนนักวิ่งใหม่ๆอย่างเราช่วงแรกๆ อาจหาฟอร์มตัวเองยังไม่เจอ  ปัญหาส่วนใหญ่หลักคือ มีการวิ่งที่ไม่ไม่ถูกลักษณะและมีวิธีการลงเท้าที่ผิดวิธี จึงทำให้ได้รับบาดเจ็บ  ยิ่งน้ำหนักตัวที่เกินพอดีไปนิดนึงอย่างพวกเราด้วยแล้ว มีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป อาจจะทำให้ข้อต่อเรา แบกรับน้ำหนักเราเยอะเกินไป การลงน้ำหนักเท้าจึงต้องทำด้วยความระวังมากขึ้น

--------------------------------------------

เทคนิคที่จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ คือ

1️⃣ ลักษณะการวิ่งที่ถูกวิธี - การวิ่งที่ถูกวิธีคือการวิ่งโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย   ห้ามแกว่งไปซ้ายไปขวา

2️⃣  แขนงอไม่เกิน 90 องศา - ไม่เกร็ง แกว่งแขนไปด้านหน้าและหลัง ขณะวิ่ง  มื่อแกว่งแขนถูกวิธีจะช่วยให้วิ่งได้ดี และบาลานซ์ร่างกายให้สามารถวิ่งได้ไม่เหนื่อย ส่งผลทำให้ร่างกายวิ่งได้สะดวก

3️⃣ ลักษณะลงเท้าที่ถูกวิธี - การลงเท้าสำหรับการวิ่งเพื่อลดการกระแทกที่จะเกิดขึ้นให้ลงปลายเท้าหรือกลางเท้า  ลงเท้าให้นิ่ม การลงเท้าที่ดีจะต้องผ่อนน้ำหนักให้ลงพื้นอย่างพอดี และไม่หนักหรือเบาเกินไป 

ลดระยะการก้าวเท้าให้สั้นขื้น  - ภาษาวิ่งเรียกว่า higher cadence  โดยเพิ่ม cadence (จำนวนก้าวต่อนาที) ในการวิ่งแทน 

การก้าวเท้าที่ยาวเกินไป (Over-striding) เมื่อเท้าสัมผัสกับพื้นดิน ส้นเท้าจะลงพื้นก่อน (heel strike) โดยขาจะกางออกตรง เข่าจะล็อคทําให้เกิดการเบรคและมีเเรงปะทะที่มาก ซึ่งสามารถทําให้เกิดการบาดเจ็บได้

จากภาพเห็นว่ายิ่งมุมของเข่ากางออกเท่าไหร่ จังหวะที่เท้าเราสัมผัสพื้นตำแหน่งของเท้านั้นอยู่ห่างจากลำตัวของเรา ภาษาอังกฤษเรียกว่า CG (Center of Gravity) หมายถึงว่าน้ำหนักตัวของเราจะลงตรงนั้น ยิ่งถ้าเท้าของเราสัมผัสพื้นห่างออกจากเส้นนี้มากเท่าไหร่ เเรงปะทะที่เกิดขื้นกับร่างกายก็จะยิ่งมากขื้นเท่านั้น !!! 

4️⃣  ให้ออกแรงด้วยกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง  - ให้ใช้แรงโน้มถ่วงโลก ไม่ให้ใช้กล้ามเนื้อน่อง หล้กการของการก้าวขาคือการยืดผลักขาไปข้างหลังเพื่อให้ตัวไปข้างหน้ามากกว่าการก้าวขายาวขึ้นไปข้างหน้า คือใช้กล้ามเนื้อก้นและ hamstring ให้มากขึ้นในการผลักดันนั่นเองค่ะ

การวิ่งที่ดี ต้องวิ่งมาจากก้นไงคะ เมื่อใช้กล้ามเนื้อด้านหลังมากแล้ว นี่คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราไม่ต้องแตะเบรคทุกครั้งที่ลงเท้าเหมือนกับการก้าวขายาว (overstride)ไปข้างหน้า ไม่ว่าจะลงพื้นด้วยปลายเท้า กลางเท้า หรือส้นก็ตาม การ overstride คือการแตะเบรคตัวดีเลย

-----------------------------------------------

💬   นี่เป็นเพียงหลักการเบื้องต้นสำหรับการวิ่งช่วงแรกๆ เพื่อให้สามารถวิ่งได้อย่างสนุกและต่อเนื่อง  ก้าวขาสั้น และไม่ยกสูง ทำให้ร่างกายเหนื่อยน้อยลง

แต่ท้ายสุด การวิ่งจะมีประสิทธิภาพคือต้องมีวินัยในการฝึกฝนและพักผ่อนให้เพียงพอ  ขอให้เพื่อนนักวิ่งมีก้าวการวิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองกันนะคะ

-----------------------------------------------

ที่มาข้อมูล :

- Daniels’ Running Formula by Jack Daniels

- Running Cadence: Why it Matters and How to Improve Yours https://is.gd/XAap9M

. .

กลุ่มพูดคุย "YoungRun"

https://www.facebook.com/groups/392343794827887/

ช่องทางสั่งซื้อสินค้า

https://www.digivshop.com/

อย่าลืมติดตาม กดติดดาวตั้งค่าเห็นก่อนนะคะ เพื่อไม่พลาดข้อมูลข่าวสาร #เผ่านักวิ่ง2 #longyoungrun

ที่มา: https://www.facebook.com/longyoungrun/posts/679884669176971