วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564

เท่ดี SOS ID มีประโยชน์เกินกว่าจะมองข้าม

 Running Insider

12 มกราคม 2019  · 

👇 เท่ดี  SOS ID มีประโยชน์เกินกว่าจะมองข้าม

.


ไปซ้อมวิ่งหรือลงสนาม

เกิดเป็นลมหมดสติ หรือเจออุบัติเหตุไม่คาดฝัน

.

แต่เราดันมึนๆ พูดไม่ได้  

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

มองที่ข้อมือเจอ

SOS ID 

ที่บรรจุข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น

ต่อการรักษา การช่วยเหลือ และติดต่อคนใกล้ตัว

เพราะ "สิ่งที่ช่วยชีวิตคนได้ แต่หลายคนมองข้ามไป คือ ข้อมูลผู้ประสบเหตุ"

__________________

เมื่อทาง BananaRun : เรื่องอุปกรณ์วิ่ง เป็นเรื่องกล้วยๆ 

ตั้งใจมาเล่าเรื่องนี้แอดฟัง แอดนี่ไม่ลังเลเลยที่จะสั่งทำของตัวเอง

และของคนรอบตัวไปหลายชุด ! 

__________________

ด้วยความพิถีพิถัน

วัสดุคัดสรรอย่างดีพรีเมี่ยมเป็นเครื่องประดับที่เรียบหรูดูดีได้เลย 

สายเป็นซิลิโคนสีดำ มากับแผ่นแสตนเลสผิวด้าน

ล็อคได้แน่น

⛏ สลักข้อความ ภาษาอังกฤษ

ชื่อคุณ | ชื่อเบอร์โทร | บุคคลติดต่อฉุก | กรุ๊ปเลือด | ยาที่แพ้

หรือสลักตัวเลข PB Marathon เอาไว้จูงใจการซ้อมได้ด้วย

ต้องไปวิ่งทางไกล วิ่งต่างประเทศ หรือชอบผจญภัย

กระทั่งซ้อมวิ่งริมทาง มีไว้แอดว่าดี 

: : : น่ามอง น่าใช้  ให้ไวเลย : : : 

__________________

ราคา  350 บาท ลดจาก 550 บาท

ราคานี้ถึงเดือนมกราคมนี้เท่านั้น 

ค่าจัดส่ง 70 ทั่วประเทศ 

อยู่ที่ไหนก็สั่งได้ผ่าน LINK นี้

👇👇👇👇👇👇👇👇

http://bit.ly/2SNHOKm 

__________________

วิธีการ

1. กดสั่งซื้อ ชำระเงิน

2. BananaRun จะส่ง Link ให้คุณกรอกข้อความเพื่อสลักชื่อ

3. ร้านจัดทำ จัดส่ง คุณรอรับ *จะเซอร์ไพร์สทำให้แฟนก็ได้

    แอบถามให้ว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ได้รับ  

___________________

แอดใจดี อยากทำให้ชาว - Running Insider 

2 ชิ้นครับ ชาย 1 หญิง 1 เอาไปใส่เท่ๆ และปลอดภัย 

1. กดไลค์เพจนี้ และแชร์โพสต์นี้เป็นสาธารณะ 

พร้อมเขียนข้อความที่แชร์ออกไปว่า 

"SOS ID มีประโยชน์เกินกว่าจะมองข้าม #RunningInsider #BananaRun 

2. แอดจะสุ่มเลือกจากแชร์ที่ถูกกดออกไป เป็นชาย 1 หญิง 1 รับรางวัล 

3. หมดเขตศุกร์ 18 มกราคม 2019 18:00 น. ประกาศผลเสาร์ 19 ม.ค.

ร่วมสนุกกันมาเยอะๆ ละ จำนวนโควต้าของขวัญจะขยับได้น้าาา

___________________

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ LINE ของ BananaRun

👇👇👇👇👇👇👇

http://bit.ly/2qr2bjn 

คนสนใจเยอะนะ ดูจากโพสต์นี้ได้ 

https://www.facebook.com/386031981479948/posts/2050235951726201/ 

___________________

#SOSID โพสต์เมื่อ 12 - มกราคม - 2019 15:40

แอดเอง

ที่มา: https://www.facebook.com/RunningInsider/posts/389349898497262

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564

สรุปผลการวิ่งเดือนมีนาคม 2564 พร้อมการบ้าน week 12

 

จบไปอีกเดือน เดือนมีนาคมนี้ซ้อมวิ่งหนักเอาการ คือ week 10 วิ่ง 1 full marathorn ต่อด้วย week 11 และ 12 วิ่ง interval กับ tempo ในวันพุธ พฤหัสใน week พอวันอาทิตย์ก็วิ่งยาว 18K แต่วันเสาร์ต้องพักวิ่งช้ามาก 4k

จบเดือนนี้รู้สึกมีอาการเจ็บเข่านิดหน่อย เป็นตอนกระโดดหรือลงบันได ถ้าพักวันจันทร์แล้วยังไม่หาย week 13 นี้ คงต้องลดความเข้มข้นการฝึกซ้อมลง


วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2564

วิ่ง 10K ต่ำกว่า 60 นาที สูตร 2

 ThaiRun ฮับความสุขนักวิ่ง

13 มีนาคม เวลา 15:11 น.  · 


เมื่อคุณสนิทกับการวิ่ง จนสนุกกับความเหนื่อยและทรมานของมันได้ระยะนึง ลองสร้างความเร้าใจของการวิ่ง ด้วยการทำลายสถิติตัวเองดูกันมั้ย โพสต์นี้มีเทคนิคเพิ่มความเร็วจากโค้ชม็อคมาบอกกัน

.

#ตรวจสอบ

ตรวจสอบตัวเองก่อนนะ ว่าคุณไม่ได้บาดเจ็บ มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ค่า BMI ไม่เกิน 30 (มีลิงค์ช่วยคำนวนอยู่ด้านล่างจ่ะ) เช็คให้ดีถี่ถ้วนว่ามีประวัติหรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบเลือดหัวใจและปอด (Cardiopalmonary) หรือข้อจำกัดใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อการเคลื่อนไหวร่างกายฉับไว เพราะโพสต์นี้ เราคุยกันเรื่องการพัฒนาการความเร็วของการวิ่ง สำหรับผู้นิยมท้าทายตัวเอง ถ้าความภาคภูมิของคนวัยทำงาน คือ ตำแหน่งที่สูงขึ้นบนผลตอบแทนมากขึ้น ความยินดีของนักวิ่งที่ได้รับ Personal Best หรือสถิติใหม่ส่วนตัวมาครอง ก็ย่อมมีความดีด๊าลิงโลดใกล้เคียงกัน

.

บรรดาเทคนิคเพื่อเสริมสภาพพัฒนาการให้สูงขึ้นนั้นมีมากมายให้ได้ลองเลือกกันไม่มีหมด แต่ 4 เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ น่าจะเพียงพอกับการต่อยอดพัฒนาการในระดับเริ่มต้นได้เลย ขอคัดสรรเอาบางส่วนที่เป็นเรื่องหลักในการตั้งรูปแบบ สร้างการ ‘เร้า’ ร่างกายให้ขึ้นสู่จุดที่จะพัฒนาได้ดีเท่านั้น เพื่อจะทำให้พัฒนาตัวนักวิ่งได้ดีกว่าเดิม มา...ลุยกันเลย

.

#สร้างพีค

เรื่องแรก คือ การซ้อมเพื่อสร้างความแข็งแรง+ทนทานสูงสุด ก่อนที่จะลงวิ่งจริงในสนาม หรือเรียกว่า สร้างความพีคให้ร่างกาย เพื่อนๆคง เคยเจอใช่ไหมล่ะ ไม่ว่าจะสนามซ้อม-สนามแข่ง ที่ถูกบรรดาคุณลุงคุณป้าวิ่งแซงไป พวกท่านแรงดีไม่มีตก เร่งขึ้นช่วงท้ายได้ดีอีกด้วย ของอย่างนี้สร้างสร้างและบ่มเพาะกันได้ หากทำความเข้าใจเรื่องต่อไปนี้

.

ลองยกตัวอย่าง เทคนิคสร้างร่างกายให้พีค (Peaking) ก่อนวิ่ง 10K การซ้อมอาทิตย์สุดท้าย เพื่อสร้างความมั่นใจให้แข้งขาจึงมีความจำเป็นยิ่ง บทความนี้ผมมีสูตรเพื่อกระตุ้นชุดกล้ามเนื้อและการใช้แหล่งพลังงานให้รัดกุมและมีประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นโดยกำหนดปริมาณความหนัก ( Intensity ) และ ระยะทาง ( Distance ) แบบกลางๆ ในคาบการซ้อมเพื่อปรับสภาพพีคของนักวิ่งระดับเริ่มต้นที่ค่อนข้างปลอดภัยและได้รับความนิยม มี 2 รูปแบบ คือ

.

✦ ต้นสัปดาห์

ซ้อม High Aerobic Interval Tempo 7KM./2 หรือ การซ้อมบนสถิติความเร็วเก่าที่เคยทำได้ 7กม./2 ชุด วิ่งที่กำหนดเป็นตารางคือ 2×3.5KM jog 3 mins. หรือ วิ่ง 10KM av. Best Pace อ่านว่า “วิ่ง 3.5 กิโลเมตร แล้วสลับด้วยการจ๊อกเบาๆ 3 นาทีจำนวน 2 เที่ยว ที่ความเร็ว 10กิโลเมตร ดีที่สุดของคุณ” เช่น หากคุณวิ่งแข่ง 10 KM เวลาเก่าดีที่สุดเฉลี่ยได้เพซ 6:10-6:20 นาที ก็นำเพซความเร็วนั้นมาวิ่ง 3.5KM ในแต่ละเที่ยวของแผนฝึก แต่หากใครยังไม่เคยลงแข่งขันมาก่อนก็สามารถใช้ความเร็วจากการซ้อมเทมโปในระยะตั้งแต่ 6KM ขึ้นไปมาเป็นตัวตั้งได้เช่นกัน

.

ความเร็วดังกล่าวเป็นระดับการออกกำลังในระดับโซนหัวใจที่อยู่ในระดับแข่งขัน การนำมาทำในระยะสั้นๆใช้เวลาราว 15-25 นาทีนั้น ร่างกายยังสามารถฟื้นสภาพได้ดี และไม่หนักจนเกินไปเมื่อเทียบกับการวิ่งรวดเดียวซึ่งมันบอบช้ำมากและใช้เวลาฟื้นฟูนาน

.

✦ ปลายสัปดาห์ 

หรือ ก่อนแข่ง 60 ชั่วโมง ให้ผึก Carbohydrate Loading Interval หรือ การซ้อมความเร็วจังหวะเพื่อพัฒนาการกักเก็บกลัยโคเจน ชุดวิ่งที่กำหนดคือ 12×200 jog 200 อ่านว่า “ วิ่ง 200 เมตรแล้วสลับด้วยการจ๊อบเบาๆ 200 เมตร จำนวน 12 เที่ยว “ (หากผ่านไปได้ละก็ คุณจะวิ่งวันจริงสนุกมากๆ )

.

ความเร็วที่จะวิ่งนั้นเป็นตัวชี้เป็น-ชี้ตายของการทำคาร์บโหลดเลยทีเดียว หากช้าเกินไปก็ไม่ได้ประโยชน์หรือเร็วเกินไปอาจบาดเจ็บไม่ถึงกับล้มตายแต่ๆฟื้นตัวไม่ทันแข่งแน่ๆ ดังนั้นขอย้ำว่าให้ประเมินร่างกายของคุณเองให้ดีที่สุดก่อนจะลงมือทำ

.

สูตรคำนวนง่ายๆคือเอาสถิติ 10KM. ของคุณมาเเปลงเป็นหน่วย “วินาที” แล้วบวกอีก 3-5 วินาที เช่นหากคุณวิ่ง 10KM อยู่ที่ 60 นาที ก็ให้แปลงลงมาวิ่ง 200 เมตรที่เวลา 63-65 วินาที ควบคุมมันไว้ให้แม่นยำตลอดทั้ง 12 เที่ยว อดทนอย่างใจจ่อให้การวิ่งสิ้นสุดลง

.

#หลังวิ่ง

แล้วก็มาถึงขั้นตอนสำคัญหลังวิ่ง คือ การนำเข้าสารอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่สูงกว่าเดิมอีกสักหน่อย ใน 4 มื้อหลังซ้อม จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งในวันแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น โหลดหรือรับประทานแต่พอดีๆนะครับ กินแค่อิ่มเหมือนปกติก็พอ โหลดมากเกินไปจนน้ำหนักขึ้นกระทันหัน ก็แข่งแบบเสียเปรียบอีก

.

ขอให้วิ่งอย่างมีความสุขค่ะ

.

ช่วยกดแชร์ กดไลค์ ให้หน่อยน๊าา

.

#THAIRUN 

วิ่งไปด้วยกัน แข็งแรงไปด้วยกัน อยู่รักกันไปนานๆ

เรื่องโดย : โค้ชม้อก

Model: น้องแครอท

เสื้อวิ่ง : เสื้อ ThaiRun Today's Finisher

ลองคำนวน BMI ดูได้ที่นี่ครับ –> https://bit.ly/2jXdAEW

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564

เส้นบางๆ ระหว่าง " #ความแข็งแกร่งและการบาดเจ็บ"

 Doctor Runner - วิ่งดิหมอ

18 ตุลาคม 2020  · 


(หากเพื่อนๆ พอมีเวลา อยากให้ค่อยๆ พิจารณาบทความนี้ช้าๆ เพื่อนำไปปรับใช้กับการวิ่ง การฝึกซ้อมของตนเองกันค่ะ)

💥 เส้นบางๆ ระหว่าง " #ความแข็งแกร่งและการบาดเจ็บ" 💥

คุณเคยได้ยินไหม  #เจ็บเพื่อแข็งแกร่งกว่าเดิม 💪

ประโยคนี้มีความจริงซ่อนอยู่บางส่วน ... ยังไง❓

ทำไมจะแข็งแกร่งขึ้น หากผ่านความเจ็บมาบ้าง 😕❓

------------

ก่อนอื่นเราต้องรู้เท่าทัน #ความเจ็บ

ความเจ็บ เกิดจากอะไร ?

-> ร่างกายมีการตอบสนองรูปแบบหนึ่ง อันให้ทั้งคุณและโทษ นั่นคือ "การอักเสบ" (inflammation)

-> "สารอักเสบ" (inflammatory cytokines) เป็นตัวส่งต่อให้กับระบบประสาทรับรู้ ว่ามีการอักเสบบริเวณนั้น ระบบประสาทจึงทำให้เรารู้ว่า "เจ็บ" 

นั่นคือ เมื่อมีการใช้ "ใกล้เคียง" หรือ "เกินขีด" ความสามารถของเนื้อเยื่อขณะนั้นๆ

สารอักเสบ จะหลั่งออกมา ตามมาด้วยความเจ็บ

💥 เนื้อเยื่อจุดใดปรับตัวทัน จากความเจ็บ จะกลายเป็นหาย และแข็งแกร่ง !!! (Healing and regeneration) 

💥 เนื้อเยื่อใดปรับตัวไม่ทัน จากความเจ็บ ก็จะกลายเป็นหายไม่ทัน เจ็บเรื้อรัง !!! (Chronic injury)

(ลึกไปกว่านั้น อวัยวะแต่ละแห่ง แจ้งให้เรารู้ถึงการ "อักเสบ" ด้วยการ "เจ็บ" ได้เร็วช้าไม่เท่ากัน ... เช่น บางจุด สะสมมาก ก่อนแสดงความเจ็บ อันนี้ก็จะไม่ดี)

---------------

#คุณและโทษของการอักเสบ

อย่างที่หลายคนพอทราบ การอักเสบนำมาซึ่ง

❌❌ "ความเจ็บ ความปวด ความเสื่อม พังผืด ความอ่อนแอ"

ในขณะเดียวกัน การอักเสบจะตามมาด้วย

✅✅ "การฟื้นตัว การสมานของเนื้อเยื่อ การปรับองค์ประกอบ ของเซลล์ให้แข็งแรงขึ้น ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม ***" (จุดนี้เป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้น)

แต่กลับกัน !!! หากอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เหมาะสม การจะได้มาซึ่งความแกร่ง อาจกลายเป็นการบาดเจ็บเรื้อรัง !!! 😢

"สมดุลในแต่ละช่วงของการฝึกฝน พัฒนา จึงเป็นเรื่องจำเพาะบุคคล" 💓 (individual)

----------------

ทุกครั้งที่เราออกกำลังกาย เกินความคุ้นเคย เกินความหนักที่ตนเองเคยทำ ...

ร่างกายจะตามมาด้วยการอักเสบ ของเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ กระดูก ข้อ ที่ใช้นั้น

💥 จุดสำคัญ คือ เราต้องรู้ ...

เงื่อนไขที่เหมาะสม ต่อการสร้างความแกร่ง นั้นคืออะไร (Optimal condition) ***

1. จำกัดไม่ให้เกิดการอักเสบรุนแรง และพื้นที่จำกัด (localized low grade inflammation)

อธิบายให้เห็นภาพมากขึ้น : เจ็บตึงอ่อนๆ ยังใช้งานได้ ไม่จำกัดการเคลื่อนไหว ไม่บวม ไม่แดง พัก 2-3 วันแล้วทุเลา 👍✅

➕ บวกกับ

2. การมีระบบแอโรบิค (aerobic system) ที่แข็งแกร่งอยู่เสมอ (MUST‼️)

--------------

#ระบบแอโรบิค ที่แน่นหนัก ... ช่วยให้การบาดเจ็บกลายเป็นความแข็งแกร่ง ... ได้อย่างไร ?

-> ระบบแอโรบิคจะช่วยสร้างรากฐาน โดยเกิด "การงอกของเส้นเลือดฝอยแทรกซึมเข้าไปยังเนื้อเยื่อ"

-> เส้นเลือดจะทำหน้าที่ลำเลียงเซลล์ภูมิคุ้มกัน และเซลล์ซ่อมแซม มายังจุดเกิดเหตุได้เก่ง !!!

-> เหมือนต้นไม้ที่มีทั้งรากแก้วและรากฝอยจำนวนมาก หาสารอาหารและดูดซึมของดีๆได้เก่ง !!!

จึงเป็นที่มาว่า ...

⭐ "ถ้าไม่อยากเจ็บจนเกินจุดที่สามารถฟื้นฟู ต้องสร้างรากฐานของระบบแอโรบิคให้ดี" ⭐

--------------

❌ ตัวอย่างคลาสสิคของนักวิ่งหน้าใหม่ หรือนักกีฬาที่เพิ่งหันมาพัฒนาตนไม่นานนัก จะเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ❌

เพราะเราอาจสนใจเทคนิคมากกว่าการสร้างฐาน !!!

นั่นคือ "ระบบแอโรบิคยังไม่แกร่ง" ‼️

เส้นเลือดฝอยยังไม่แทรกซึมเข้าทุกอณูของเซลล์กล้าม เมื่อเกิดการบาดเจ็บ ระบบการซ่อมแซมจึงเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ยาก ซ่อมแซมได้เชื่องช้า กว่าคนที่มีพื้นฐานแอโรบิคดี

"วิ่งเข้มข้นเท่ากัน แต่การฟื้นตัว หลังจากนั้นไม่เหมือนกัน !!!"

SAME RACE BUT DIFFERENT AFTER STORY

-------------

รากฐานของแอโรบิกที่ดี สร้างได้อย่างไร ...

"การซ้อมใดๆ ที่ใช้ความอึด อดทน ไม่เร่ง และทำได้นาน"

= ENDURANCE TRAINING

(แอดได้เคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง endurance ไว้ อ่านต่อได้ตรงนี้ 

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=768148767329493&id=285739865570388)

ยกตัวอย่างเช่น

- วิ่งช้า วิ่งโซน 2 LSD

- เดินทน

- ปั่นยาว

- ว่ายน้ำ

- เต้นรำ

- เวทเทรนนิ่ง

- etc.

นอกจากระบบแอโรบิค ที่แข็งแกร่ง

#ระบบความแข็งแรง (strength)

.      จากการฝึกเวทแต่ละจุดอย่างเหมาะสม เพื่อให้แต่ละจุดทานทนเพียงพอ ต่อการรับการฝึกวิ่งในแต่ละแบบ

#ความคล่องตัวยืดหยุ่นเคลื่อนไหว (mobility & flexibilty)

.    ร่างกายที่ขาดความยืดหยุ่น การเคลื่อนไหวของข้อต่อไม่สมบูรณ์ จะเป็นตัวจำกัดสมรรถนะ และเกิดแรงกระทำสะสมต่อจุดได้สูงกว่าผู้ที่มีความยืดหยุ่นดี

-------------

💚 หากคุณต้องการความเร็ว 

>>> ต้องสร้างฐานให้ดี เพราะหากฐานไม่แน่น เมื่อต้องเผชิญกับความเจ็บ จะฟื้นตัวได้ช้า ❌ จนอาจต้องหยุดชะงักการพัฒนา ความเร็ว ❌

💚 หากคุณต้องการสุขภาพที่แข็งแรง

>>> การค่อยๆ สร้างฐาน จะช่วยฟื้นฟูระบบสุขภาพที่เสื่อมโทรม เพิ่มโอกาสการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ที่เสียหายอยู่ก่อนหน้า

💚 หากคุณต้องการความอึดทน ในเรซทางไกล

>>> แน่นอนกลุ่มนี้มักฝึกซ้อมประเภทที่กล่าวอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว แอดไม่ค่อยห่วง มักสร้างฐานระบบแอโรบิคเก่ง แต่อาจขาดการฝึกฝนความแข็งแรง และความยืดหยุ่นได้

-------------

ทิ้งท้าย ....

ความสำคัญของการป้องกันและฟื้นฟูการบาดเจ็บ

คือเราต้องรู้ว่า "รากฐานของเราแน่นดีหรือยัง" ✅

💓 ฐานดี เราจะ #แข็งแกร่งอย่างยืนยาว #ลดการบาดเจ็บ #ฟื้นตัวได้ไว #ห่างไกลความเสื่อมการบาดเจ็บเรื้อรัง 💓

----------------

#สร้างฐาน

#basetraining

© #DoctorRunner 18.10.2020

ที่มา: https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=810663816411321&id=285739865570388

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2564

ตอบปัญหาคาใจ ? ทำไหมนักวิ่งชอบใส่เสื้อวิ่งไปทุกที่

 Longyoung Run

20 ชม.  · 


ระยะหลัง เราใส่เสื้อวิ่งทุกโหมด 

ใส่เที่ยว ใส่กิน ใส่นอน  บางครั้งใส่ไปทำงานก็มี

แล้วเคยเจอมั้ยคะ มีคนมองแปลกๆ 

ว่าเราชอบวิ่งอะไรเบอร์นั้น จะไปช่วยพี่ตูนวิ่งหาเงินเหรอ

.

เราได้ไปสอบถามกลุ่มตัวอย่าง ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ไปดู

🎯 ใส่อยู่บ้าน...

ก็มันใส่สบายจริงๆ อะ ถ้าอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ไปไหน

ยิ่งสัมผัสได้ถึงสายลมเย็นสบาย เสื้อวิ่งตอบโจทย์ได้อย่างดี 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานอน 

กลายเป็นว่าหลายคนซื้อเสื้อวิ่งมาใส่นอนไปซะอย่างนั้น

.

🎯 ใส่เฉพาะเวลาไปเที่ยว...

ท่านเหล่านี้นิยมแต่งตัวแบบอื่นในบางโอกาส 

จะใส่เสื้อวิ่งก็ต่อเมื่อเวลาไปพักผ่อนทางไกล 

อย่างไปทะเล ไปล่องแก่ง  ระบายเหงื่อดีไม่ร้อน โดดน้ำแห้งเร็ว

.

🎯  ใส่ไปออกกำลังกาย

นักวิ่งไม่ได้วิ่งอย่างเดียว บางคนเข้าฟิตเนส หรือโยคะด้วย

การระบายอากาศที่ดี ไม่อับชื้น  กลิ่นจะรบกวนชาวบ้าน

สิ่งเหล่านี้จะทำพร้อมจะออกกำลังกายไปได้นานๆ

ไม่ใส่เด็ดขาดเสื้อยืดธรรมดา โดนเหงื่อเหม็นอับ เหนียวตัว

.

🎯  ใส่ตลอดเวลายกเว้นไปงานสำคัญ

เป็นคำตอบที่กลุ่มตัวอย่างของเราตอบมากจริงๆ  

พวกเขาเป็นสายอาชีพที่ทำงานที่บ้านได้ 

ทั้งฟรีแลนซ์ / ธุรกิจส่วนตัว / โฮมออฟฟิศ 

การทำงานอยู่บ้านทำให้ใส่เสื้อวิ่งได้ตลอดเวลา 

ไม่ว่าจะตอนเผางาน ตอนทำงานบ้าน

ตอนออกไปกินหมูกะทะ  ตอนเดินห้าง จ่ายตลาด

มันสบาย ไม่ต้องรีด นี่สิอิสรภาพอย่างแท้จริง

.

..

...

การออกมาวิ่งมันจะเปลี่ยนทัศนคติคุณด้วย

ทำให้เราไม่ต้องมาเสียเวลากับหน้ากระจกว่า

จะ "แต่งตัว" อย่างไรในทุก ๆ วัน 

ซึ่งไม่ต้องเสียพลังงานไปกับเรื่องหยุมหยิมพวกนี้  

เพราะในแต่ละวัน เรามีเรื่องสำคัญให้คิดมากกว่า

.

เราใส่อะไรดีหรือไม่...ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปากใคร

เมื่อเรารู้สึกว่ามันดีแล้ว...ก็คือมันดีแล้ว

ร่างกายของใคร...เป็นของคนนั้น

เราเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าเราต้องการอะไร

.

และกว่าจะได้เสื้อวิ่ง finisher มาแต่ละตัวมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ไม่ว่าจะระยะไหน หรือใช้เวลาในสนามมากเท่าไร

เราต่างก็ต้องใช้ความพยายามด้วยกันทั้งนั้น

.

เสื้อ Finisher ของใคร ก็มีความภูมิใจ

และเรื่องราวมากมายเฉพาะตัวซ่อนอยู่ในนั้น

เสื้อ Finisher เหมือนกัน แต่เรื่องราวข้างในไม่มีทางเหมือนกัน

ออกไปหาเสื้อ Finisher ของตัวเองกันค่ะ

"เสื้อที่เป็นของเรา"  

เรื่องราวจากสองขา จากทุกหยดเหงื่อ จากพลังในใจ

ที่ใครก็เล่ามันลงไปในเสื้อได้ไม่เท่า  

"เราต้องเป็นคนบอกเล่ามันเอง"

.

#คุยกันเบาๆเช้าวันอาทิตย์

#เรื่องเล่าจากแอดมิน

#วิ่ง4ธาตุ

#เสื้อYoungRunClub

#ซ้อมครบจบทุกสนาม

ที่มา: https://www.facebook.com/longyoungrun/posts/1093109147854519

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2564

ส่งการบ้าน week 11 ปี 2021

สป.นี้วิ่งได้แปลกประหลาด หลากหลายมาก
  • 10k 3 วันติด วิ่ง 3 แบบคือ วันพุธ วิ่ง stride 400x7 , วันพฤหัส วิ่ง tempo 2K x 3 และ วันศุกร์ วิ่ง Zone 3
  • วันเสาร์วิ่งอืดไม่สน neo ออกมา pace 9 ได้แค่ 4k
  • วันอาทิตย์ วิ่งยาว 18k เวลาดี pace 6.12 วิ่งไม่สน neo ไม่ดูมัน ไม่ฟังมันบอกปิดเสียงมัน วิ่งตามใจ ตามกำลังขา ตามกำลังหัวใจ
  • ไม่มีอาการเจ็บใดๆ ในทุกการซ้อม เพราะก่อนวิ่งวอร์มอัพและ drill 10-15 นาที หลังวิ่งเสร็จยืดเหยียดด้วย 5 ท่าหมอเมย์ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2017 (เป็นท่ายืน) บางวันก็ใช้ยืดเหยียดโยคะท่านอนถ้าสถานที่อำนวย
  • เวลาผ่านไปอุปสรรคมากบ้างน้อยบ้าง แต่เป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมคือ ทำ sub4 ซักครั้งในชีวิตการวิ่งของ ss ซึ่งเข้าใกล้มากอีกนิด @ บุรีรัมย์มาราธอน 2020

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2564

ฝึกวิ่งมาราธอน 42K ช่วยชะลอความอ่อนวัยกว่าอายุจริง

 ผลวิจัยทางการแพทย์ล่าสุดพบว่า นักวิ่งมาราธอนหน้าใหม่ที่อยู่ระหว่างการฝึกฝนเตรียมตัวเพื่อลงแข่งเป็นครั้งแรก ๆ นั้นได้รับประโยชน์จากการฝึกฝนร่างกายเป็นเวลานานหลายเดือน โดยหลอดเลือดจะกลับมามีสภาพที่แข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น คล้ายกับย้อนวัยให้เหมือนหลอดเลือดของคนที่มีอายุน้อยกว่าราว 4 ปี

.


ทีมนักวิจัยจากยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน หรือยูซีแอล (UCL) รวมทั้งวิทยาลัยการแพทย์และทันตแพทย์แห่งลอนดอนและบาร์ตส์ (Barts) ของสหราชอาณาจักร ตีพิมพ์ผลการศึกษาข้างต้นลงในวารสาร Journal of the American College of Cardiology โดยระบุว่าการฝึกซ้อมเพื่อวิ่งมาราธอนเป็นเวลานาน 6 เดือน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นเหมือนของวัยรุ่นหนุ่มสาว ซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองได้

.

มีการติดตามศึกษาข้อมูลสุขภาพของนักวิ่งมาราธอนหน้าใหม่ 138 คน ที่กำลังเตรียมตัวลงวิ่งในรายการสำคัญอย่างลอนดอนมาราธอน จนพบว่านอกจากสุขภาพหลอดเลือดของพวกเขาจะดีขึ้นมากแล้ว ค่าความดันโลหิตก็ลดลงเทียบเท่ากับการที่แพทย์สั่งยาลดความดันให้รับประทานเลยทีเดียว

.

บรรดานักวิ่งมาราธอนที่เข้าร่วมในการศึกษาครั้งนี้ ใช้เวลาวิ่งโดยเฉลี่ยครั้งละ 4.5 - 5.5 ชั่วโมง สำหรับการวิ่งมาราธอนเต็มรูปแบบเป็นระยะทางราว 42 กิโลเมตร

.

ดร. ชาร์ล็อตต์ แมนิสที ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า "แม้จะเคยมีกรณีนักวิ่งมาราธอนหัวใจวายและเสียชีวิตระหว่างการฝึกซ้อมหรือการแข่งขันมาก่อน แต่ก็หาพบได้ยากมาก และส่วนใหญ่มีอาการของโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้ว คนที่มีปัญหาสุขภาพจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มฝึกฝนร่างกายแบบหนักหน่วง"

.

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิหัวใจอังกฤษ (BHF) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทุนการวิจัยในครั้งนี้ชี้ว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิกในระดับที่เบากว่าการฝึกวิ่งมาราธอนเล็กน้อย ก็น่าจะให้ผลดีต่อสุขภาพในแบบเดียวกัน

.

ทีมผู้วิจัยยังแนะนำให้ผู้ที่สนใจฝึกวิ่งมาราธอน เริ่มการฝึกซ้อมก่อนวันลงแข่งมาถึงเป็นเวลานานหลาย ๆ เดือน ให้เริ่มต้นการฝึกทุกครั้งด้วยการอบอุ่นร่างกาย และค่อยๆ เพิ่มระยะทางการวิ่งขึ้นทีละน้อย และควรมีวันหยุดพักบ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อและข้อต่อได้ฟื้นฟูตนเองจนมีความแข็งแกร่งขึ้น

.

Cr. ข่าว BBC ไทย

.

ติดตาม MICE Channel ได้ที่

FB : http://facebook.com/miceandcom/

IG : http://instagram.com/miceandcom/

Twitter : @miceandcom

ที่มา: https://www.facebook.com/miceandcom/posts/3676972335649794