วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ฝึกเพิ่มความเร็วได้อย่างไร

ถ้าอยากจะวิ่งเร็วขึ้น เราก็ต้องฝึกวิ่งเร็ว การฝึกความเร็วเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฝึกวิ่งทุกโปรแกรม และจำเป็นต้องเสริมการฝึกเท็มโป้แบบเร็ว และการลงคอร์ทในช่วงท้ายตารางการฝึก แต่พึงระลึกไว้เสมอว่า จงฟังเสียงร่างกาย ว่าเขาพร้อมจะฝึกหนักหรือไม่ อย่าไปฝืนครับ แต่ปรับตารางการซ้อมให้เหมาะสมกับตัวเองจะดีกว่า


• กฎการฝึกวิ่ง

การจะยกระดับการวิ่งของแต่ละคนขึ้นไปนั้น แน่นอนว่าเราต้องผ่านการฝึกก่อน ถ้าเราฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยระยะเดิมๆ ระดับความฟิตของร่างกายเรา ก็จะพัฒนาขึ้นไปอีกจนถึงขีดจำกัดของร่างกายแต่ละคน มันมีเหตุผลอยู่ว่า ถ้าเราฮึดเต็มที่ ร่างกายก็จะเรียนรู้ที่จะปรับตัวตาม แล้วเราก็จะประสบความสำเร็จก้าวหน้า แต่พอพุ่งถึงขีดจำกัดของร่างกายเรา ผลงานเราก็จะเริ่มตกหรือคงที่ เพราะร่างกายเราไม่ได้รับความกดดันจากการฝึกเหมือนเก่าแล้ว

• ความจริงของการวิ่งเร็ว

- ขาร้อน

การวิ่งเร็วนั้นเราต้องใช้วิริยะอุตสาหะมากกว่าปกติ และจำเป็นต้องได้รับพลังงานเข้าสู่กล้ามเนื้ออย่างรวดเร็วทันใจ ซ้อมเสร็จแต่ละครั้งแทบขาดใจ และกล้ามเนื้อขาเหมือนกับลุกติดไฟ อย่าได้ตกอกตกใจ เป็นเพราะร่างกายต้องจ่ายพลังงานให้กับกล้ามเนื้อ และต้องผจญกับการก่อตัวของกรดแล็คติก

- ความเร็วในการก้าวคือกุญแจ

การวิ่งเร็ว เราจำเป็นต้องเพิ่มจังหวะการก้าวขา และต้องแน่ใจว่าเราวิ่งด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง และใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด

- การพักฟื้นสำคัญอย่างยิ่ง

เราไม่สามารถวิ่งได้ทุกวัน โดยเฉพาะคนที่ซ้อมวิ่งยาว และอย่าได้ซ้อมวิ่งเร็วเกินอาทิตย์ละครั้งหรือสองครั้ง ร่างกายต้องการการปรับตัว ให้รับมือความกดดันจากการฝึก และกล้ามเนื้อเราต้องการเวลาฟื้นตัว

• โปรแกรมการฝึกเท็มโป้สั้น

การวิ่งเท็มโป้สั้นนั้น ต้องวิ่งด้วยความเร็ว และระยะทางสั้นลง ซึ่งต่างจากเท็มโป้ยาว ที่วิ่งเพื่อการฝึกความอึด

- ระยะแข่ง 5-10 กม. 
วิ่งเท็มโป้เร็ว 1.5-3 กม. (ความเร็วช้ากว่าเวลาแข่ง 5 กม. 45-60 วินาที/กม.)

- ระยะแข่ง 10 กม. ถึง ฮาล์ฟ
วิ่งเท็มโป้เร็ว 3-5 กม (ความเร็วช้ากว่าเวลาแข่ง 10 กม. 45-60 วินาที/กม.)

- ระยะแข่งฮาล์ฟ ถึง มาราธอน
วิ่งเท็มโป้เร็ว 5-7 กม. (ความเร็วช้ากว่าเวลาแข่ง 10 กม. 45-60 วินาที/กม.)

• โปรแกรมการฝึกลงคอร์ทชนิดสั้น

การลงคอร์ทสั้น จะช่วยให้เราสับเท้าเร็วขึ้น และเทคนิคการวิ่งเราจะดีขึ้น เพราะเราจำเป็นต้องอาศัยการดีดตัวด้วยปลายเท้า ให้ทะยานไปข้างหน้า ส่วนขาและแขนช่วยรักษาสมดุลย์ขณะพุ่ง

- นักวิ่งหน้าใหม่
วิ่ง 200-300 เมตร (ความเร็วเต็มที่ของตนเอง)

- แนวกลาง
300-400 (ความเร็วเต็มที่ของตนเอง)

- แนวหน้า
400-600 (ความเร็วเต็มที่ของตนเอง)........

สุคีริน ทวีสุข ทีมเวโลเช่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น