ถ้ารู้ว่าหนุ่มที่คุณหมายตา รักการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ เรามีกลเม็ดมัดใจหมัดเด็ด มาแนะนำกัน 5 ข้อ ที่พิสูจน์มาหลายคู่แล้วว่าได้ผลเกินคาด.
1. #นักวิ่งต้องการกำลังใจ
การวิ่งโดยเฉพาะระยะไกลๆ คุณนั้นแหละคือ คนสำคัญที่สุดของเขา การจะวิ่งในระยะแบบนั้นได้นักวิ่งต้องมีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ทางด้านร่างกายให้ เขาเป็นผู้เสริมสร้างเอาเอง ส่วนคุณมีหน้าที่ในการให้กำลังใจ หรือ สร้างแรงบันดาลใจให้เขาทำให้สำเร็จตามที่นักวิ่งตั้งใจเอาไว้ คุณอาจจะไปให้กำลังใจเขาในวันที่ลงแข่งขัน และเมื่อเขาเข้าเส้นชัยคุณก็ต้องทำหน้าที่แฟนที่ดีในการ เข้าไปสวมกอดเพื่อให้ เขา รู้เลยว่า คุณคือกำลังใจที่สำคัญของ เขา
.
.
2. #นักวิ่งมักเป็นคนกินอาหารสุขภาพ
คุณภาพของอาหารเป็นสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับนักวิ่ง นักวิ่งทั้งหลายเขาจะไม่รับประทานอาหารประเภท Junk Food เขา อาจจะเลือกรับประทาน อาหารประเภทออร์แกนิค ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ผักผลไม้ตามฤดู นมและโยเกริ์ต นอกจากจะเลือกกินแล้วยังควบคุมปริมาณอาหารด้วย หรือตามที่ได้ยินกันบ่อยๆ คือ กินนับแคล (แคลอรี่) ในหนึ่งจากต้องมีปริมาณคาร์โบ โปรตีน ไฟเบอร์เท่านั้นเท่านี้ วันหนึ่งกินได้เท่าไหร ค่า BMR เราเท่าไหร วิ่งใช้แคลไปเท่าไหร ห้ามกินเกินแคลนะ แต่คุณแฟนทั้งหลายอย่างพึ่งเซ็งนะ หลังจากที่วิ่งจบแล้ว นักวิ่งก็จะอยุ่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย ในช่วงนี้ร่างกายต้องเน้นพวกโปรตีน เพราะจะเอาไปใช้ซ่อมแซ่มกล้ามเนื้อที่เสียหายและสร้างขึ้นมาใหม่ ทีนี้แหละ อาหารจำพวกสเต๊ก ชาบู ทั้งหลายซัดกันให้จุใจ แต่อย่าลืม เน้นโปรตีน นะ
.
.
3. #เลือกอุปกรณ์การวิ่งคือ hobby ที่น่ารัก
บางคนบอกว่า กีฬาวิ่งเป็นกีฬาที่ไม่ต้องลงทุนอะไร มีแค่รองเท้าคู่เดียวก็วิ่งได้ มันก็มีส่วนถูกนะแต่ว่า นักวิ่งที่วิ่งหลายๆงานแล้วนั้น เขา/เธอ จะมีการแสดงความเป็นมืออาชีพในการวิ่ง ดังนั้น เขา/เธอ ก็จะมีโมเม้นท์ในการเลือกอุปกรณ์ต่างๆ ที่มาช่วยเสริมเติมแต่งการวิ่ง อาทิเช่น รองเท้าสวยๆ เสื้อวิ่งใส่เป็นกลุ่ม,กางเกง ,หมวก,แว่นตา ,GPS,ซองใส่โทรศัพท์มือถือ,กระติกน้ำเล็กๆ,ปลอกแขนปลอกขา, ถุงเท้า โอ้โห บรรยายแทบจะไม่หมด คุณแฟนก็ต้องเข้าใจในจุดนี้ด้วยถ้า เขา/เธอ ซื้อของในการวิ่งมาเยอะๆ ก็ไม่ต้องแปลกใจ
.
.
4. #เข้าใจและให้เวลาวิ่ง
การเป็นนักวิ่งจะต้องรักษาสภาพร่างกายให้ดี และการฝึกซ้อมไปสิ่งที่สำคัญ นักวิ่งเขาจะมีตารางในการฝึกซ้อมของเขาอยู่แล้ว คุณควรจะเข้าใจในจุดนี้ด้วยจริงๆนะ การห้ามเขา/เธอ ฝึกซ้อมนั้นเท่ากับปฏิเสธตัวตน หรือ การไม่ยอมรับในสิ่งที่เขา/เธอเป็น ดังนั้นทางที่ดีคุณต้องยอมรับในสิ่งที่พวกเขาเป็น ใครโชคดีมีแฟนเป็นนักวิ่งทั้งคู่ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่ คนหนึ่งออกกำลังกาย แต่อีกคนหนึ่งไม่ คงต้องใช้เวลาและปรับความเข้าใจในการปรับตัวเข้ากันสักพัก
.
.
5. #ออกไปวิ่งด้วยกัน
ข้อนี้คุณจะได้ใจสุดๆๆ ดูอย่างพี่ก้อยที่ไม่เคยวิ่ง แต่ยอมออกมาวิ่งเพื่อพี่ตูน. ใจมาเต็มแน่นอน. การันตี. ถ้าคุณยังไม่เคยไปวิ่งกับแฟนของคุณเลย ได้แต่นั่งมองดู เขาซ้อมวิ่งหรือลงแข่งขัน คบกันไปสักพัก เดี๋ยว เขาจะลองชวนคุณไปวิ่งด้วยกันแน่นอน เพราะ เขา/เธอ อยากให้คุณมีสุขภาพที่ดีไปด้วยกัน อยากให้ออกกำลังกายด้วยกัน และถ้าคุณตอบตกลง เดี๋ยว เขาจะพาคุณเข้าคอร์สการฝึกซ้อมการเป็นนักวิ่งให้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน หรือ ตารางการฝึกซ้อมต่างๆ รวมไปถึงการซื้ออุปกรณ์ในการวิ่งให้คุณอีกด้วย เขาจะรู้สึกดีใจมากที่ทำให้คุณยอมวิ่งไปด้วยกัน
.
.
.
บทความนี้ อนุญาตให้แชร์ได้ตามสะดวก
.
.
#ThaiRun
| เพจแรกที่นักวิ่งเลือก
เรื่องโดย : #น่าน (นักเขียนประจำ #ไทยรัน)
____________________________
Original post © #ThaiRun
วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
อาวุธใหม่
อัพเดท 26/12/2562
เมื่อวาน 25 ธค.62 ได้รับ Inspire 13 เบอร์ 8.5 (D) คู่ใหม่ที่สั่งซื้อจาก Mizuno จับมาราคา 1,600 บาทได้ลด 65% พอตกเย็นทดลองวิ่งระดับปกติไป 12k วิ่งเสร็จตอนเช้าตื่นนอนก็ไม่มีอาการเจ็บ จึงคิดได้ว่าที่บาดเจ็บในการวิ่ง หนองคายมาราธอน อาจเป็นเพราะใส่รองเท้าคู่เก่าวิ่ง (มันใช้วิ่ง 2,200k แล้ว)
ปีนี้ ICC Fair ไม่มี Mizuno ขายแล้วเพราะ Mizuno เอาสินค้ากลับไปขายเอง
ตัวนี้ Inspire 13 เบอร์ US 8 จริงๆ อยากได้ 14 ตอนซื้อเขาไม่มี ซื้อมาตอน ธค. 2561 เป็นคู่ที่ 3 หลังจากเคยใช้ Inspire 13 (2E) และ Inspire 11

ปีนี้ตั้งใจจะไปวันแรกของงาน ICC fair เพื่อที่จะได้รุ่น Inspire 14 และเบอร์ที่ต้องการ
ตาม official website เขาพัฒนาไปถึงรุ่น Inspire 15 แล้ว และล่าสุดเมื่อสิ้นปี 62 เขาออกรุ่น 16 มาอีกสวยมาก
เมื่อวาน 25 ธค.62 ได้รับ Inspire 13 เบอร์ 8.5 (D) คู่ใหม่ที่สั่งซื้อจาก Mizuno จับมาราคา 1,600 บาทได้ลด 65% พอตกเย็นทดลองวิ่งระดับปกติไป 12k วิ่งเสร็จตอนเช้าตื่นนอนก็ไม่มีอาการเจ็บ จึงคิดได้ว่าที่บาดเจ็บในการวิ่ง หนองคายมาราธอน อาจเป็นเพราะใส่รองเท้าคู่เก่าวิ่ง (มันใช้วิ่ง 2,200k แล้ว)
ปีนี้ ICC Fair ไม่มี Mizuno ขายแล้วเพราะ Mizuno เอาสินค้ากลับไปขายเองตัวนี้ Inspire 13 เบอร์ US 8 จริงๆ อยากได้ 14 ตอนซื้อเขาไม่มี ซื้อมาตอน ธค. 2561 เป็นคู่ที่ 3 หลังจากเคยใช้ Inspire 13 (2E) และ Inspire 11

ปีนี้ตั้งใจจะไปวันแรกของงาน ICC fair เพื่อที่จะได้รุ่น Inspire 14 และเบอร์ที่ต้องการ
ตาม official website เขาพัฒนาไปถึงรุ่น Inspire 15 แล้ว และล่าสุดเมื่อสิ้นปี 62 เขาออกรุ่น 16 มาอีกสวยมาก
ผมยังไม่ได้ใช้ Inspire 14 เลย ☺
วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ใครควรตรวจประเมินร่างกายก่อนเริ่มออกกำลัง???
ช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา เพื่อนๆพี่ๆคงจะได้ข่าวเรื่องการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ขณะออกกำลังกันเป็นระยะๆ... เรื่องเหล่านี้ เราไม่สามารถที่จะทราบได้ว่าจะเกิดกับใคร และเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่สามารถทำอะไรได้เลยนะครับ
----------------------------------
นอกจากการเรียนการทำ CPR หรือการปั๊มหัวใจ ที่มีการสอนกันมากขึ้นเรื่อยๆทั้งภาครัฐ นำโดย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ.1669 และภาคเอกชน องค์กรต่างๆ เช่น เพจ CPR ในสวน ที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนกันเป็นระยะแล้ว... อีกส่วนหนึ่งที่ยังมีคนพูดถึงไม่มากนัก ก็คือการตรวจประเมินร่างกายเพื่อให้รู้ความเสี่ยงก่อนออกกำลังครับ
จริงๆแล้วถ้าเป็นไปได้ เพื่อนๆพี่ๆที่อยากจะออกกำลังที่ใช้ร่างกายหนักๆ เช่น วิ่งมาราธอน หรือท่านที่มีความกังวลว่าจะเกิดปัญหากับตัวเอง และมีกำลังทรัพย์พอเพียง ผมก็แนะนำให้ไปตรวจเอาไว้เลยนะครับ มีข้อมูลเผื่อเอาไว้ให้เรารู้ดีกว่าครับ... แต่ถ้าท่านไหนเป็นคนมองโลกในแง่ดี คิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรอก หรือไม่ได้มีภาวะเสี่ยงอะไร ผมก็เอาตารางคำแนะนำสำหรับผู้ที่จำเป็นที่จะต้องตรวจประเมินก่อนมาให้ดูกันครับ
----------------------------------
ก่อนหน้านี้คำแนะนำในการตรวจร่างกายก่อนออกกำลังจะครอบคลุมคนจำนวนมากกว่านี้ แต่เนื่องจากในบางกรณีอาจจะทำให้คนที่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องตรวจประเมินถูกรวมเข้ามาเยอะเกินไป... คำแนะนำใหม่จาก American College of Sports Medicine(ACSM) ในปี 2015(ล่าสุด) จึงมีปัจจัยในการพิจารณามากขึ้นครับ
โดยจะนำเอาทั้งความสม่ำเสมอในการออกกำลัง ความหนักในการออกกำลัง และอาการแสดงต่างๆจากโรคประจำตัวมาประกอบคำแนะนำด้วย... (ตาราง Flow Chart เป็นตามในรูปนะครับ)
----------------------------------
เมื่อไล่ดูตามปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาแล้ว จะทำให้มีกลุ่มที่ #ควรตรวจประเมินก่อนการออกกำลังกาย ดังนี้ครับ
1. ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ และมีโรคประจำตัว เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคไต หรือมีอาการของโรคต่างๆเหล่านี้
2. ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่มีอาการของโรคประจำตัว คือโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ไขมัน และโรคไตอยู่
โดยอาการของโรคเหล่านี้ก็เช่น หน้ามืด ใจสั่น แน่นหน้าอก ขาบวม เป็นต้น
จะเห็นว่าทั้งในผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ และไม่เป็นประจำ ถ้าไม่ได้มีโรคประจำตัว หรือไม่ได้มีอาการของโรคเหล่านี้ ก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องตรวจประเมินก่อนเริ่มออกกำลังนะครับ... แต่ความหนักของการออกกำลังที่แนะนำ ก็จะแตกต่างกันออกไป(รายละเอียดรบกวนดูในตารางที่ทำไว้ครับ)
----------------------------------
ส่วนวิธีการตรวจประเมินนั้นก็มีหลายขั้นตอน ขึ้นอยู่กับโรค และอาการของแต่ละคน... แต่การตรวจที่มีความสำคัญ และจะทำให้เรารู้ถึงความเสี่ยงที่จะมีอาการหัวใจหยุดเต้นระหว่างออกกำลังนั้น ก็คือ”การวิ่งสายพาน”ครับ ซึ่งอาจจะเพิ่มการตรวจการทำงานของหัวใจ หรือ Echocardiogram เข้าไปด้วย ก็จะได้ข้อมูลเพิ่มมากขึ้นครับ
----------------------------------
บทความนี้ค่อนข้างจะวิชาการจัดนิดนึงนะครับ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่คนออกกำลังกายทุกคนควรรู้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง
ขอให้ทุกท่านสามารถออกกำลังได้อย่างมีความสุข และปลอดภัยนะครับ
Run Hard and Be Nice to People
หมอแป๊ป
----------------------------------
Reference:
Exercise Preparticipation Health Screening Recommendations
http://certification.acsm.org/…/acsm-101-prescreeninginfogr…
----------------------------------
นอกจากการเรียนการทำ CPR หรือการปั๊มหัวใจ ที่มีการสอนกันมากขึ้นเรื่อยๆทั้งภาครัฐ นำโดย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ -สพฉ.1669 และภาคเอกชน องค์กรต่างๆ เช่น เพจ CPR ในสวน ที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนกันเป็นระยะแล้ว... อีกส่วนหนึ่งที่ยังมีคนพูดถึงไม่มากนัก ก็คือการตรวจประเมินร่างกายเพื่อให้รู้ความเสี่ยงก่อนออกกำลังครับ
จริงๆแล้วถ้าเป็นไปได้ เพื่อนๆพี่ๆที่อยากจะออกกำลังที่ใช้ร่างกายหนักๆ เช่น วิ่งมาราธอน หรือท่านที่มีความกังวลว่าจะเกิดปัญหากับตัวเอง และมีกำลังทรัพย์พอเพียง ผมก็แนะนำให้ไปตรวจเอาไว้เลยนะครับ มีข้อมูลเผื่อเอาไว้ให้เรารู้ดีกว่าครับ... แต่ถ้าท่านไหนเป็นคนมองโลกในแง่ดี คิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรอก หรือไม่ได้มีภาวะเสี่ยงอะไร ผมก็เอาตารางคำแนะนำสำหรับผู้ที่จำเป็นที่จะต้องตรวจประเมินก่อนมาให้ดูกันครับ
----------------------------------
ก่อนหน้านี้คำแนะนำในการตรวจร่างกายก่อนออกกำลังจะครอบคลุมคนจำนวนมากกว่านี้ แต่เนื่องจากในบางกรณีอาจจะทำให้คนที่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องตรวจประเมินถูกรวมเข้ามาเยอะเกินไป... คำแนะนำใหม่จาก American College of Sports Medicine(ACSM) ในปี 2015(ล่าสุด) จึงมีปัจจัยในการพิจารณามากขึ้นครับ
โดยจะนำเอาทั้งความสม่ำเสมอในการออกกำลัง ความหนักในการออกกำลัง และอาการแสดงต่างๆจากโรคประจำตัวมาประกอบคำแนะนำด้วย... (ตาราง Flow Chart เป็นตามในรูปนะครับ)
----------------------------------
เมื่อไล่ดูตามปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาแล้ว จะทำให้มีกลุ่มที่ #ควรตรวจประเมินก่อนการออกกำลังกาย ดังนี้ครับ
1. ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ และมีโรคประจำตัว เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคไต หรือมีอาการของโรคต่างๆเหล่านี้
2. ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่มีอาการของโรคประจำตัว คือโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ไขมัน และโรคไตอยู่
โดยอาการของโรคเหล่านี้ก็เช่น หน้ามืด ใจสั่น แน่นหน้าอก ขาบวม เป็นต้น
จะเห็นว่าทั้งในผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ และไม่เป็นประจำ ถ้าไม่ได้มีโรคประจำตัว หรือไม่ได้มีอาการของโรคเหล่านี้ ก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องตรวจประเมินก่อนเริ่มออกกำลังนะครับ... แต่ความหนักของการออกกำลังที่แนะนำ ก็จะแตกต่างกันออกไป(รายละเอียดรบกวนดูในตารางที่ทำไว้ครับ)
----------------------------------
ส่วนวิธีการตรวจประเมินนั้นก็มีหลายขั้นตอน ขึ้นอยู่กับโรค และอาการของแต่ละคน... แต่การตรวจที่มีความสำคัญ และจะทำให้เรารู้ถึงความเสี่ยงที่จะมีอาการหัวใจหยุดเต้นระหว่างออกกำลังนั้น ก็คือ”การวิ่งสายพาน”ครับ ซึ่งอาจจะเพิ่มการตรวจการทำงานของหัวใจ หรือ Echocardiogram เข้าไปด้วย ก็จะได้ข้อมูลเพิ่มมากขึ้นครับ
----------------------------------
บทความนี้ค่อนข้างจะวิชาการจัดนิดนึงนะครับ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่คนออกกำลังกายทุกคนควรรู้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับตัวเอง และคนรอบข้าง
ขอให้ทุกท่านสามารถออกกำลังได้อย่างมีความสุข และปลอดภัยนะครับ
Run Hard and Be Nice to People
หมอแป๊ป
----------------------------------
Reference:
Exercise Preparticipation Health Screening Recommendations
http://certification.acsm.org/…/acsm-101-prescreeninginfogr…
วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ขอนแก่นสานฝันเด็กอีสานสู่นักวิ่งโลก
การแข่งขันมาราธอนนานาชาติขอนแก่นในเดือนมกราคมของทุกปีคาดหวังว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่ยังกระตุ้นให้หนุ่มอีสานไปสู่เหตุการณ์นานาชาติ
นักวิ่งทุกคนรู้ว่า 'ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ' งานสำคัญจัดขึ้นในสัปดาห์ที่สามของเดือนมกราคม เริ่มครั้งแรกใน 2004 ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติได้กลายเป็นประเพณีของขอนแก่น มาตรฐานการวิ่งได้ได้รับการรับรองโดยสถาบันรับรองมาตรฐานการวิ่งของโลก นักวิ่งมาราธอนรายการนี้สสามารถนำสถิติไปใช้ในเหตุการณ์มาราธอนของโลกอื่นๆได้ มาราธอนนานาชาติขอนแก่นยังได้รับการรับรองมาตรฐานจาก iaaf
การมาราธอนนานาชาติขอนแก่นกำลังตั้งเป้าที่ publicizing ความรู้และความเข้าใจของวิทยาศาสตร์สุขภาพและกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพออกกำลังกายและกีฬาในหมู่หนุ่มๆเพื่อให้หนุ่มๆรับรู้ถึงอันตรายของการเสพติดยาเสพติดเพื่อรณรงค์เพื่อการป้องกันประเภทของยาที่ติดอยู่เพื่อพัฒนา การจัดการและเทคโนโลยีของการแข่งขันและเพื่อพัฒนานักกีฬาไทยสู่มาตรฐานสากลและนักวิ่งไทยสู่มาราธอนนานาชาติในขณะที่ขอนแก่นเองกลายเป็นเอกมาราธอนอาเซียน
งบประมาณสำหรับการวิ่งมาราธอนนานาชาติขอนแก่นเกิน 10 ล้านบาท รอบแรกขอนแก่นมาราธอน (2004) จนถึงมาราธอนที่ 14 (2017) ถูกจัดระเบียบด้วยเงินบริจาคงบประมาณมหาวิทยาลัยขอนแก่นและรายได้จากค่าธรรมเนียมการสมัคร ในปี 2018 จังหวัดขอนแก่นถูกจัดสรรจำนวนสำหรับกิจกรรมซึ่งบางส่วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กร เหตุการณ์ไม่ได้มุ่งไปที่การเลี้ยงรายได้และดังนั้นเงินจึงถูกใช้ไปสำหรับการพูดวัตถุประสงค์ทุกครั้ง
กิจกรรมหนึ่งที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เหตุการณ์ที่สามในปี 2006 คือ "สร้าง ความ ฝัน ต่อ ขอน แก่น นานาชาติ มาราธอน เป็นจริง". โครงการนี้อยู่ภายใต้การประสานงานกับโรงเรียนในขอนแก่นและทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วัตถุประสงค์หลักคือการสร้างแรงบันดาลใจให้หนุ่มๆด้วยแนวคิด "เรา สามารถ ทำให้ ฝัน ของเรา เป็นจริง ได้" คนหนุ่มสาวคือกลุ่มเป้าหมายที่จะทำให้เห็นความสำคัญของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงออกกำลังกายปกติและอันตรายของยาเสพติด และความชั่วร้าย
"สร้าง ความ ฝัน ต่อ ขอน แก่น นานาชาติ มาราธอน เป็นจริง" โครงการถูกอุ้มออกมาโดยการจัดเด็กที่ชอบวิ่งไปวิ่งฟรีของค่าบริการ รองรับรวมที่พักค่าขนส่งและค่าสมัคร ศูนย์ฝึกนักวิ่งได้ก่อตั้งขึ้นในแต่ละโรงเรียนที่มีงบประมาณจัดสรรให้แต่ละโรงเรียนเพื่อให้ครูฝึกฝึกเด็กๆ มีการแสดงถนนให้กับโรงเรียนในทางตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการวิ่งมาราธอน งบประมาณสำหรับวัตถุประสงค์นี้เกิน 1 ล้านบาทในแต่ละปี
ที่มา : https://www.khonkaenmarathon.com/?p=804
นักวิ่งทุกคนรู้ว่า 'ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติ' งานสำคัญจัดขึ้นในสัปดาห์ที่สามของเดือนมกราคม เริ่มครั้งแรกใน 2004 ขอนแก่นมาราธอนนานาชาติได้กลายเป็นประเพณีของขอนแก่น มาตรฐานการวิ่งได้ได้รับการรับรองโดยสถาบันรับรองมาตรฐานการวิ่งของโลก นักวิ่งมาราธอนรายการนี้สสามารถนำสถิติไปใช้ในเหตุการณ์มาราธอนของโลกอื่นๆได้ มาราธอนนานาชาติขอนแก่นยังได้รับการรับรองมาตรฐานจาก iaaf
การมาราธอนนานาชาติขอนแก่นกำลังตั้งเป้าที่ publicizing ความรู้และความเข้าใจของวิทยาศาสตร์สุขภาพและกีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพออกกำลังกายและกีฬาในหมู่หนุ่มๆเพื่อให้หนุ่มๆรับรู้ถึงอันตรายของการเสพติดยาเสพติดเพื่อรณรงค์เพื่อการป้องกันประเภทของยาที่ติดอยู่เพื่อพัฒนา การจัดการและเทคโนโลยีของการแข่งขันและเพื่อพัฒนานักกีฬาไทยสู่มาตรฐานสากลและนักวิ่งไทยสู่มาราธอนนานาชาติในขณะที่ขอนแก่นเองกลายเป็นเอกมาราธอนอาเซียน
งบประมาณสำหรับการวิ่งมาราธอนนานาชาติขอนแก่นเกิน 10 ล้านบาท รอบแรกขอนแก่นมาราธอน (2004) จนถึงมาราธอนที่ 14 (2017) ถูกจัดระเบียบด้วยเงินบริจาคงบประมาณมหาวิทยาลัยขอนแก่นและรายได้จากค่าธรรมเนียมการสมัคร ในปี 2018 จังหวัดขอนแก่นถูกจัดสรรจำนวนสำหรับกิจกรรมซึ่งบางส่วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กร เหตุการณ์ไม่ได้มุ่งไปที่การเลี้ยงรายได้และดังนั้นเงินจึงถูกใช้ไปสำหรับการพูดวัตถุประสงค์ทุกครั้ง
กิจกรรมหนึ่งที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เหตุการณ์ที่สามในปี 2006 คือ "สร้าง ความ ฝัน ต่อ ขอน แก่น นานาชาติ มาราธอน เป็นจริง". โครงการนี้อยู่ภายใต้การประสานงานกับโรงเรียนในขอนแก่นและทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วัตถุประสงค์หลักคือการสร้างแรงบันดาลใจให้หนุ่มๆด้วยแนวคิด "เรา สามารถ ทำให้ ฝัน ของเรา เป็นจริง ได้" คนหนุ่มสาวคือกลุ่มเป้าหมายที่จะทำให้เห็นความสำคัญของสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงออกกำลังกายปกติและอันตรายของยาเสพติด และความชั่วร้าย
"สร้าง ความ ฝัน ต่อ ขอน แก่น นานาชาติ มาราธอน เป็นจริง" โครงการถูกอุ้มออกมาโดยการจัดเด็กที่ชอบวิ่งไปวิ่งฟรีของค่าบริการ รองรับรวมที่พักค่าขนส่งและค่าสมัคร ศูนย์ฝึกนักวิ่งได้ก่อตั้งขึ้นในแต่ละโรงเรียนที่มีงบประมาณจัดสรรให้แต่ละโรงเรียนเพื่อให้ครูฝึกฝึกเด็กๆ มีการแสดงถนนให้กับโรงเรียนในทางตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการวิ่งมาราธอน งบประมาณสำหรับวัตถุประสงค์นี้เกิน 1 ล้านบาทในแต่ละปี
ที่มา : https://www.khonkaenmarathon.com/?p=804
วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ผลการแข่งขัน gc ระยองมาราธอน 2018 (ลำดับ 8)
New Record : 4.28.10 hr
สภาพร่างกายและกินน้ำเกลือแร่ : ไม่มีอาการน่องกระตุก หรือตะคริวเลย กินน้ำ 3 วันก่อนแข่งวันละ 3 ลิตร กินน้ำทุกจุดและพกเกลือแร่ขวดเล็กกินตรงจุดหลังๆ กินเจลตอน 28K
การโหลดอาหารก่อนแข่ง : วันจันทร์ อังคาร กินเนื้อ ถั่ว น้ำเต้าหู เยอะ วันพฤหัส ศุกร์ กินข้าวขาว ข้าวไรเบอรี่ ข้าวเหนียว ข้าวโพด มัน เผือก ขนมปัง เยอะพอดู
Pacer 4.30 : วิ่งตามตั้งแต่ปล่อยตัว ได้เวลาเปะๆ @5k/31 นาที @10K/1:03 ตามไปจนถึง 28K จึงวิ่งนำพวกเขา แต่ @35K+ ได้ยินเสียงกลุ่ม Pacer 4.30 ดังมาจากข้างหลังจึงเร่งฝีเท้าอีกครั้ง จนเสียงนั้นหายไป (ไม่มีหมดแรง มั่นใจมาก)
ขอกำลังใจก่อนเข้าเส้นชัย : โค้งสุดท้ายก่อนถึงเส้นชัยมีกองเชียร์อยู่กลุ่มหนึ่ง จึงขอแรงใจ hi5กับเธอ แล้วเร่งฝีเท้าเต็มกำลัง เข้าเส้นชัยอย่างสวยงาม แข็งแรง ภาคภูมิใจขึ้นอีกเมื่อเหลือบมองดูเวลาบนหัว
ยึดเส้น + วอร์มอัพ + สไตร์ค : ใช้ 5 ท่าของหมอเมย์ ได้ 2 เซ็ต ต่อด้วย วอร์มอัพ 20 นาทีแบบที่เคยซ้อมประจำ แล้วขยับไปหน้าจุดปล่อยตัวหาที่ Drill Strike อีก 4 เที่ยวจบตอน ก่อนปล่อยตัว 5 นาที
ทั้งหมดนี้ทำให้วิ่งดีมากช่วงสตาร์ท จนถึง 10K 15K เลย (จำได้ว่า 7 รายการที่ผ่านมา ออกตัวไม่ค่อยดีต้องวิ่งไล่ตาม Pacer ให้ทันเมื่อระยะเกิน 7 K ไปแล้ว)
คูลดาวน์ + ยืดเหยียด : พอวิ่งเข้าเส้นชัยแล้วก็จ๊อกต่อไปรับรางวัล แล้วจ๊อกต่อไปอีกพัก จนเครื่องเย็น (คงเพราะเร่งฝีเท้าตอนโค้งสุดท้าย) แล้วจึงยืดเหยียดด้วย 5 ท่าหมอเมย์ 4 เซ็ต ครบถ้วน แล้วจึงกินอาหารในแพ็คที่เขาจัดให้ มารับของฝากคืน ปริ้นท์ผล และเดินทางกลับ (ไม่ได้เดินไปกินอาหารตามซุ้มเพราะได้ยินว่าหมด)
คูลดาวน์ + ยืดเหยียด : พอวิ่งเข้าเส้นชัยแล้วก็จ๊อกต่อไปรับรางวัล แล้วจ๊อกต่อไปอีกพัก จนเครื่องเย็น (คงเพราะเร่งฝีเท้าตอนโค้งสุดท้าย) แล้วจึงยืดเหยียดด้วย 5 ท่าหมอเมย์ 4 เซ็ต ครบถ้วน แล้วจึงกินอาหารในแพ็คที่เขาจัดให้ มารับของฝากคืน ปริ้นท์ผล และเดินทางกลับ (ไม่ได้เดินไปกินอาหารตามซุ้มเพราะได้ยินว่าหมด)
Timeline:
- เริ่มนอนตั้งแต่ บ่าย 2 หลังกินมื้อเที่ยงเสร็จ
- ตื่นมากินมื้อเย็น ตอน 17.00 น. แล้วนอนต่อตอน 18.00 น.
- ตื่นมาอีกที 00.50 น. เข้าห้องน้ำ กินอาหาร ขนมปัง 5 แผ่นกับโอวัลติน 1 แก้ว ตบด้วย กล้วยหอม 2 ลูก (อร่อยมากหอมจริง เนื้อสัมผัสดี รสหวานชุ่มคอ สงสัยว่ามันเป็นกล้วยป่า)
- ตี 2 รถมอไซต์พ่วงข้างของรร.ไอนาซีวิว ไปส่งที่หน้างาน อากาศเย็นสบายดีมาก ไม่หนาว
- ตี 2.30 น. เริ่มยึดเส้น วอร์มอัพ สไตร์ค
- ตี 3.30 น. ปล่อยตัว
- 8.00 น. เข้าเส้นชัย
- 9.30 น. กลับถึงรร. กินอาหารเช้า แล้วงีบ
- 12.00 น. เช็คเอาท์
- 13.00 น. รถทัวส์เชิดชัยพาเดินทางกลับ
- 17.00 น. ถึงเอกมัย
บันทึกการฝึกซ้อมวิ่งยาว :
- จบการฝึกซ้อมวิ่งยาว 35K สำหรับระยองมาราธอน
- โชคดีฝนตก ซ้อม 34K เพื่อระยองมาราธอน 2018
- เรียบรุ้ย ซ้อมวิ่ง 30K
- ทำเข้าไปด้าย 25k เพซ 6.00 สม่ำเสมอ
วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
การใช้สารกระตุ้น (Doping)
วงการกีฬาปัจจุบัน จะมีนักกีฬาส่วนหนึ่งแอบใช้ สารกระตุ้น เพื่อหวังชัยชนะและชื่อเสียง ยอมเสี่ยงกับชื่อเสียงและผลเสียต่อร่างกายในอนาคต สารกระตุ้นที่เป็นที่นิยมขณะนี้ คือ Erythropoietin (EPO – อีริทโธรพอยเอทิน) หรือ blood doping (การกระตุ้นด้วยเลือด)
EPO คือ อะไร
EPO คือ ฮอร์โมนที่ผลิตจากไต ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง จากไขกระดูก ระดับฮอร์โมน EPO สามารถตรวจวัดได้ในเลือด EPO สามารถสังเคราะห์ได้ และใช้รักษาโรคโลหิตจาง
ไต ที่ผลิต EPO จะตอบสนองอย่างรวดเร็ว ต่อระดับอ็อกซิเจนในกระแสเลือดที่ต่ำ ที่ไหลผ่านไต ไตจะผลิตและปล่อย EPO เมื่อพบว่าอ็อกซิเจนต่ำเกินไป การที่ระดับอ็อกซิเจนต่ำ หมายถึง จำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง (โลหิตจาง) หรือ โมเลกุล ฮีโมโกลบิน ที่ลำเลียงอ็อกซิเจนเข้าสู่ร่างกายลดลง
EPO กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดเลือดแดง การที่มีเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยให้การลำเลียงอ็อกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้นนั่นเอง ตรงนี้เองที่ทำให้นักกีฬาอย่างนักวิ่งมาราธอน หรือนักปั่นจักรยาน มีพละกำลังเพิ่มขึ้น อึดขึ้น
นักปั่นจักรยาน แชมป์ Tour de France (ตูร์ เดอ ฟร็องซ์) 7 สมัยอย่าง Lance Armstrong สารภาพว่าได้ใช้สารกระตุ้น EPO แต่ที่ก่อนหน้านั้นไม่สามารถตรวจเจอได้ เป็นเพราะว่า สารกระตุ้นตัวนี้ เป็นสารที่ร่างกายเราสามารถสังเคราะห์เองได้
การเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกายอีกวิธีหนึ่ง มีชื่อว่า "Blood Transfusion" นั่นคือการถ่ายเลือดมาเก็บไว้ในถุง แล้วนำไปปั่นเอาเฉพาะเม็ดเลือดแดงฉีดกลับเข้าไปในร่างกายก่อนลงสนาม วิธีนี้จะทำให้เลือดข้นขึ้น ซึ่งได้ผลเหมือนกับการใช้สาร EPO คือจะทำให้ร่างกายดูดซับออกซิเจนได้มากกว่าปกติ
โดยทั้งการใช้สาร EPO และการถ่ายเลือด สามารถเรียกรวมกันได้ว่าเป็นวิธี Blood Doping หรือการกระตุ้นด้วยเลือด ซึ่งปกติมีการใช้ในวงการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจาง แต่ถือเป็นวิธีที่ผิดในการแข่งขันกีฬา และจะส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว ….Sukirin Taweesuk Veloce Team
ที่มา : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10217296019822056&set=gm.1036593716527486&type=3&eid=ARDZDSoz5T3jFeXbgqaAKTIr6CzZPZlYMBtvv52Xyyq5bZ6dQKxizNI2KvfstPZAc8-pP_fSh9lJfOEy
EPO คือ อะไร
EPO คือ ฮอร์โมนที่ผลิตจากไต ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง จากไขกระดูก ระดับฮอร์โมน EPO สามารถตรวจวัดได้ในเลือด EPO สามารถสังเคราะห์ได้ และใช้รักษาโรคโลหิตจาง
ไต ที่ผลิต EPO จะตอบสนองอย่างรวดเร็ว ต่อระดับอ็อกซิเจนในกระแสเลือดที่ต่ำ ที่ไหลผ่านไต ไตจะผลิตและปล่อย EPO เมื่อพบว่าอ็อกซิเจนต่ำเกินไป การที่ระดับอ็อกซิเจนต่ำ หมายถึง จำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง (โลหิตจาง) หรือ โมเลกุล ฮีโมโกลบิน ที่ลำเลียงอ็อกซิเจนเข้าสู่ร่างกายลดลง
EPO กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดเลือดแดง การที่มีเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยให้การลำเลียงอ็อกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้นนั่นเอง ตรงนี้เองที่ทำให้นักกีฬาอย่างนักวิ่งมาราธอน หรือนักปั่นจักรยาน มีพละกำลังเพิ่มขึ้น อึดขึ้น
นักปั่นจักรยาน แชมป์ Tour de France (ตูร์ เดอ ฟร็องซ์) 7 สมัยอย่าง Lance Armstrong สารภาพว่าได้ใช้สารกระตุ้น EPO แต่ที่ก่อนหน้านั้นไม่สามารถตรวจเจอได้ เป็นเพราะว่า สารกระตุ้นตัวนี้ เป็นสารที่ร่างกายเราสามารถสังเคราะห์เองได้
การเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกายอีกวิธีหนึ่ง มีชื่อว่า "Blood Transfusion" นั่นคือการถ่ายเลือดมาเก็บไว้ในถุง แล้วนำไปปั่นเอาเฉพาะเม็ดเลือดแดงฉีดกลับเข้าไปในร่างกายก่อนลงสนาม วิธีนี้จะทำให้เลือดข้นขึ้น ซึ่งได้ผลเหมือนกับการใช้สาร EPO คือจะทำให้ร่างกายดูดซับออกซิเจนได้มากกว่าปกติ
โดยทั้งการใช้สาร EPO และการถ่ายเลือด สามารถเรียกรวมกันได้ว่าเป็นวิธี Blood Doping หรือการกระตุ้นด้วยเลือด ซึ่งปกติมีการใช้ในวงการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจาง แต่ถือเป็นวิธีที่ผิดในการแข่งขันกีฬา และจะส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว ….Sukirin Taweesuk Veloce Team
ที่มา : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10217296019822056&set=gm.1036593716527486&type=3&eid=ARDZDSoz5T3jFeXbgqaAKTIr6CzZPZlYMBtvv52Xyyq5bZ6dQKxizNI2KvfstPZAc8-pP_fSh9lJfOEy
วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
รายละเอียดงานวิ่ง gc ระยองมาราธอน 2018
Offical Website http://rayongmarathon.com/
Facebook https://www.facebook.com/RayongMarathon/
ระยองมาราธอนคืออะไร?
Facebook https://www.facebook.com/RayongMarathon/
ระยองมาราธอนคืออะไร?
“ระยองมาราธอน” (Rayong Marathon) คือกิจกรรมการจัดงานแข่งขันของชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพบ้านเพ จังหวัดระยอง ร่วมกับบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน), องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง, สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดระยอง, สำนักงานกองทุนสนับสนุนเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.), สถานีรายงานบ้านเพ, สำนักงานเทศบาลตำบลเพ, สถานีตำรวจภูธรเพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ
วัตถุประสงค์
เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปหันมาสนใจการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ห่างไกลยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วไปอีกด้วย โดยใช้เส้นทางแข่งขันเลียบชายหาดที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก ซึ่งนักวิ่งจะได้ชมความสวยงามของชายหาดจังหวัดระยอง ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ1 ของภาคตะวันออก ซึ่งประเภทที่ใช้แข่งขัน ประกอบด้วย
มาราธอน ชาย/หญิง 42.195 กิโลเมตร
ฮาร์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร
มินิมาราธอน 10.55 กิโลเมตร
ไมโครมาราธอน 5 กิโลเมตร
นอกจากนี้ยังมีเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ 3 กิโลเมตร (Fun Run 3 km.)
รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย จะใช้ในทางสาธารณะประโยชน์ อย่างที่ชมรมฯ ได้ปฏิบัติมา คือ การบริจาคให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, การช่วยเหลือทุนการศึกษานักเรียนของโรงเรียนในพื้นที่, การบริจาคเพื่อบำรุงศาสนา เป็นต้น และส่วนหนึ่งจะใช้เพื่อเป็นสวัสดิการของสมาชิกในชมรมฯ

สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)












