วงการกีฬาปัจจุบัน จะมีนักกีฬาส่วนหนึ่งแอบใช้ สารกระตุ้น เพื่อหวังชัยชนะและชื่อเสียง ยอมเสี่ยงกับชื่อเสียงและผลเสียต่อร่างกายในอนาคต สารกระตุ้นที่เป็นที่นิยมขณะนี้ คือ Erythropoietin (EPO – อีริทโธรพอยเอทิน) หรือ blood doping (การกระตุ้นด้วยเลือด)
EPO คือ อะไร
EPO คือ ฮอร์โมนที่ผลิตจากไต ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง จากไขกระดูก ระดับฮอร์โมน EPO สามารถตรวจวัดได้ในเลือด EPO สามารถสังเคราะห์ได้ และใช้รักษาโรคโลหิตจาง
ไต ที่ผลิต EPO จะตอบสนองอย่างรวดเร็ว ต่อระดับอ็อกซิเจนในกระแสเลือดที่ต่ำ ที่ไหลผ่านไต ไตจะผลิตและปล่อย EPO เมื่อพบว่าอ็อกซิเจนต่ำเกินไป การที่ระดับอ็อกซิเจนต่ำ หมายถึง จำนวนเม็ดเลือดแดงลดลง (โลหิตจาง) หรือ โมเลกุล ฮีโมโกลบิน ที่ลำเลียงอ็อกซิเจนเข้าสู่ร่างกายลดลง
EPO กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดเลือดแดง การที่มีเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยให้การลำเลียงอ็อกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้นนั่นเอง ตรงนี้เองที่ทำให้นักกีฬาอย่างนักวิ่งมาราธอน หรือนักปั่นจักรยาน มีพละกำลังเพิ่มขึ้น อึดขึ้น
นักปั่นจักรยาน แชมป์ Tour de France (ตูร์ เดอ ฟร็องซ์) 7 สมัยอย่าง Lance Armstrong สารภาพว่าได้ใช้สารกระตุ้น EPO แต่ที่ก่อนหน้านั้นไม่สามารถตรวจเจอได้ เป็นเพราะว่า สารกระตุ้นตัวนี้ เป็นสารที่ร่างกายเราสามารถสังเคราะห์เองได้
การเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดงในร่างกายอีกวิธีหนึ่ง มีชื่อว่า "Blood Transfusion" นั่นคือการถ่ายเลือดมาเก็บไว้ในถุง แล้วนำไปปั่นเอาเฉพาะเม็ดเลือดแดงฉีดกลับเข้าไปในร่างกายก่อนลงสนาม วิธีนี้จะทำให้เลือดข้นขึ้น ซึ่งได้ผลเหมือนกับการใช้สาร EPO คือจะทำให้ร่างกายดูดซับออกซิเจนได้มากกว่าปกติ
โดยทั้งการใช้สาร EPO และการถ่ายเลือด สามารถเรียกรวมกันได้ว่าเป็นวิธี Blood Doping หรือการกระตุ้นด้วยเลือด ซึ่งปกติมีการใช้ในวงการแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคโลหิตจาง แต่ถือเป็นวิธีที่ผิดในการแข่งขันกีฬา และจะส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว ….Sukirin Taweesuk Veloce Team
ที่มา : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10217296019822056&set=gm.1036593716527486&type=3&eid=ARDZDSoz5T3jFeXbgqaAKTIr6CzZPZlYMBtvv52Xyyq5bZ6dQKxizNI2KvfstPZAc8-pP_fSh9lJfOEy
วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
รายละเอียดงานวิ่ง gc ระยองมาราธอน 2018
Offical Website http://rayongmarathon.com/
Facebook https://www.facebook.com/RayongMarathon/
ระยองมาราธอนคืออะไร?
Facebook https://www.facebook.com/RayongMarathon/
ระยองมาราธอนคืออะไร?
“ระยองมาราธอน” (Rayong Marathon) คือกิจกรรมการจัดงานแข่งขันของชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพบ้านเพ จังหวัดระยอง ร่วมกับบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน), องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง, สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดระยอง, สำนักงานกองทุนสนับสนุนเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.), สถานีรายงานบ้านเพ, สำนักงานเทศบาลตำบลเพ, สถานีตำรวจภูธรเพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ
วัตถุประสงค์
เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปหันมาสนใจการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ห่างไกลยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วไปอีกด้วย โดยใช้เส้นทางแข่งขันเลียบชายหาดที่สวยที่สุดในภาคตะวันออก ซึ่งนักวิ่งจะได้ชมความสวยงามของชายหาดจังหวัดระยอง ซึ่งถือว่าเป็นอันดับ1 ของภาคตะวันออก ซึ่งประเภทที่ใช้แข่งขัน ประกอบด้วย
มาราธอน ชาย/หญิง 42.195 กิโลเมตร
ฮาร์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร
มินิมาราธอน 10.55 กิโลเมตร
ไมโครมาราธอน 5 กิโลเมตร
นอกจากนี้ยังมีเดิน-วิ่ง เพื่อสุขภาพ 3 กิโลเมตร (Fun Run 3 km.)
รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย จะใช้ในทางสาธารณะประโยชน์ อย่างที่ชมรมฯ ได้ปฏิบัติมา คือ การบริจาคให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, การช่วยเหลือทุนการศึกษานักเรียนของโรงเรียนในพื้นที่, การบริจาคเพื่อบำรุงศาสนา เป็นต้น และส่วนหนึ่งจะใช้เพื่อเป็นสวัสดิการของสมาชิกในชมรมฯ

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
เสียงก๊อกแก๊กตามข้อ คืออะไร
เอะอะคลิ๊ก เอี๊ยดอ๊าด ยังกับตัวถังโบราณ ส่วนใหญ่จะเกิดได้หลายสาเหตุ บางครั้งเกิดจากความติดขัดตึงตัวของข้อต่อที่หายไป ซึ่งอาจจะเกิดได้จาก posture ที่ไม่ดีเป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดความตึง ไม่ยืดหยุ่น การเคลื่อนไหวข้อต่อเร็วเกินไป หรือช่องว่างระหว่างข้อต่อขยายตัว ซึ่งการขยายตัวนี้ทำให้เกิด vaccum force ไม่รู้จะอธิบายเป็นภาษาไทยว่าอะไร คือมีแรงดันสูญญากาศอยู่ข้างในน้ำไขข้อ (synovial fluid) ซึ่งน้ำไขข้อนี้ คือของเหลวที่อยู่ระหว่างกระดูกบริเวณข้อต่อ ทำหน้าที่หล่อลื่นไม่ให้กระดูกเสียดสีกันขณะเคลื่อนไหว และทำให้เคลื่อนไหวสะดวก ไม่เกิดความเจ็บปวด
.
ที่มันเกิดเสียง ก็เพราะเรามีน้ำไขข้อนี้ไม่เพียงพอที่จะเติมเต็มช่องว่าง แล้วก็เลยเกิดการสะสมของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์รอบ ๆ ข้อ แล้วก็ก่อตัวเกิดเป็นฟองแก๊สในน้ำเลี้ยงข้อ
.
เวลาเรางอเข่าที ก็จะดังที ซึ่งปกติมาก และเกิดขึ้นได้กับทุกคนนะคะ
.
ตราบใดที่ยังไม่มีอาการเจ็บแปลบ หรือปวดหัวเข่าก็แสดงว่า ยังไม่มีความผิดปกติที่น่ากังวลเกิดขึ้นกับหัวเข่านะคะ ไม่ต้องตกใจ
.
วิ่งต่อได้ค่ะ
----------------------------
Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)
(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)
ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)
Neuromuscular Techniques (Cert.) (NLSSM)
Biomechanical Analysis, Gait Re-education and Exercise Based Rehab Coaching
www.Befitandeatwell.com
.
กดติดตามบทความโภชนาการและการออกกำลังกายที่หลากหลายได้ที่
Facebook: https://m.facebook.com/Befiteatwell/
หนังสือ Eat Cook Repeat มีขายที่ไลน์ @bananarun
สามารถสั่งซื้อหนังสือวิ่ง The Ready Steady Run ได้ที่ http://www.bananarun.com/-/the-ready-steady-run.html
.
ที่มันเกิดเสียง ก็เพราะเรามีน้ำไขข้อนี้ไม่เพียงพอที่จะเติมเต็มช่องว่าง แล้วก็เลยเกิดการสะสมของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์รอบ ๆ ข้อ แล้วก็ก่อตัวเกิดเป็นฟองแก๊สในน้ำเลี้ยงข้อ
.
เวลาเรางอเข่าที ก็จะดังที ซึ่งปกติมาก และเกิดขึ้นได้กับทุกคนนะคะ
.
ตราบใดที่ยังไม่มีอาการเจ็บแปลบ หรือปวดหัวเข่าก็แสดงว่า ยังไม่มีความผิดปกติที่น่ากังวลเกิดขึ้นกับหัวเข่านะคะ ไม่ต้องตกใจ
.
วิ่งต่อได้ค่ะ
----------------------------
Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)
(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)
ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)
Neuromuscular Techniques (Cert.) (NLSSM)
Biomechanical Analysis, Gait Re-education and Exercise Based Rehab Coaching
www.Befitandeatwell.com
.
กดติดตามบทความโภชนาการและการออกกำลังกายที่หลากหลายได้ที่
Facebook: https://m.facebook.com/Befiteatwell/
หนังสือ Eat Cook Repeat มีขายที่ไลน์ @bananarun
สามารถสั่งซื้อหนังสือวิ่ง The Ready Steady Run ได้ที่ http://www.bananarun.com/-/the-ready-steady-run.html
วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
รวมบทความน่ารู้สำหรับ #นักวิ่ง โดย Sahavate
หลังจากที่แอดมินได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องวิ่งลงเพจมาอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้แอดมินจึงได้รวบรวมบทความต่างๆ เพื่อให้นักวิ่งทั้งหลายสามารถสืบค้นเรื่องที่สนใจได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
📚 บทความทั้งหมดนี้ แอดมินขอแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
*** #ส่วนที่1 #การบาดเจ็บจากการวิ่ง ***
1. วิธีป้องกันการบาดเจ็บจากการวิ่ง https://tinyurl.com/yb9t2vw9
2. การประคบร้อนและเย็น https://tinyurl.com/y8nh2a7o
3. ปวดต้นขาด้านหลัง https://tinyurl.com/ycnsu8z4
4. ปวด ITB
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/y6wvz65p
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y7eqfkqf
5. ปวดเข่าด้านหน้า
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/ya22zbfy
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y8angtx5
- ตอนที่ 3 https://tinyurl.com/y7hbfzcb
6. ปวดเข่าด้านหน้าใต้ลูกสะบ้า https://tinyurl.com/y86aglo6
7. ปวดเข่าด้านหลัง
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/y7n67d4v
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/ya7y4a6l
8. เจ็บหน้าแข้ง
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/yc6txm2k
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y8hpgaql
- ตอนที่ 3 https://tinyurl.com/ycng74gd
9. ตะคริวที่น่อง https://tinyurl.com/ybkazjtg
10. ข้อเท้าแพลง
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/y7bzulqa
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y8bc5ozd
11. รองช้ำ
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/ybbglwfh
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y756g8e3
12. จุกเสียดระหว่างวิ่ง https://tinyurl.com/y865l5th
*** #ส่วนที่2 #การฝึกในรูปแบบต่างๆ ***
13. การยืดกล้ามเนื้อก่อนวิ่ง
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/ybzuqksm
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/yd3u7u26
14. ฝึกแกนกลางลำตัว
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/y7hgzaup
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y9ct7hb6
15. ฝึกท่า plank https://tinyurl.com/ybl56dt6
16. ฝึกกล้ามเนื้อสะโพก https://tinyurl.com/ydg84lk9
17. ฝึกกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง https://tinyurl.com/y9gc5mn4
18. ฝึกการทรงตัว
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/ycpaxa7r
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/yckmuluk
19. ฝึก plyometrics https://tinyurl.com/y8qspvra
*** #ส่วนที่3 #เรื่องน่ารู้อื่นๆ ***
20. ลักษณะเท้า https://tinyurl.com/y9fxdhu7
21. การร้อยเชือกรองเท้าวิ่ง https://tinyurl.com/ybvsaevu
22. เทคนิคในการวิ่ง https://tinyurl.com/y845tynl
23. วิ่งแล้วทำให้ข้อเข่าเสื่อมจริงหรือ? https://tinyurl.com/y9z26s6m
24. โภชนาการสำหรับนักวิ่ง https://tinyurl.com/yahou7el
🎉 ถ้านักวิ่งท่านใดสนใจอยากให้แอดมินจัด #Workshop #วิ่งจบแบบไม่เจ็บ ช่วยทำแบบสอบถามตามลิงค์ด้านล่างนี้หน่อยนะครับ
https://goo.gl/forms/cBGQ5PJ3UwctaQND3
😉 แฟนเพจที่เป็นนักวิ่งท่านใด #อยากรู้เรื่องอะไรเพิ่มเติม นอกจากบทความข้างต้นทั้ง 35 บทความ สามารถ comment บอกแอดมินมาใต้โพสต์นี้ได้เลยนะครับ เดี๋ยวแอดมินไปหาคำตอบมาให้ครับ
📚 บทความทั้งหมดนี้ แอดมินขอแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้
*** #ส่วนที่1 #การบาดเจ็บจากการวิ่ง ***
1. วิธีป้องกันการบาดเจ็บจากการวิ่ง https://tinyurl.com/yb9t2vw9
2. การประคบร้อนและเย็น https://tinyurl.com/y8nh2a7o
3. ปวดต้นขาด้านหลัง https://tinyurl.com/ycnsu8z4
4. ปวด ITB
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/y6wvz65p
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y7eqfkqf
5. ปวดเข่าด้านหน้า
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/ya22zbfy
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y8angtx5
- ตอนที่ 3 https://tinyurl.com/y7hbfzcb
6. ปวดเข่าด้านหน้าใต้ลูกสะบ้า https://tinyurl.com/y86aglo6
7. ปวดเข่าด้านหลัง
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/y7n67d4v
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/ya7y4a6l
8. เจ็บหน้าแข้ง
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/yc6txm2k
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y8hpgaql
- ตอนที่ 3 https://tinyurl.com/ycng74gd
9. ตะคริวที่น่อง https://tinyurl.com/ybkazjtg
10. ข้อเท้าแพลง
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/y7bzulqa
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y8bc5ozd
11. รองช้ำ
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/ybbglwfh
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y756g8e3
12. จุกเสียดระหว่างวิ่ง https://tinyurl.com/y865l5th
*** #ส่วนที่2 #การฝึกในรูปแบบต่างๆ ***
13. การยืดกล้ามเนื้อก่อนวิ่ง
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/ybzuqksm
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/yd3u7u26
14. ฝึกแกนกลางลำตัว
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/y7hgzaup
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/y9ct7hb6
15. ฝึกท่า plank https://tinyurl.com/ybl56dt6
16. ฝึกกล้ามเนื้อสะโพก https://tinyurl.com/ydg84lk9
17. ฝึกกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง https://tinyurl.com/y9gc5mn4
18. ฝึกการทรงตัว
- ตอนที่ 1 https://tinyurl.com/ycpaxa7r
- ตอนที่ 2 https://tinyurl.com/yckmuluk
19. ฝึก plyometrics https://tinyurl.com/y8qspvra
*** #ส่วนที่3 #เรื่องน่ารู้อื่นๆ ***
20. ลักษณะเท้า https://tinyurl.com/y9fxdhu7
21. การร้อยเชือกรองเท้าวิ่ง https://tinyurl.com/ybvsaevu
22. เทคนิคในการวิ่ง https://tinyurl.com/y845tynl
23. วิ่งแล้วทำให้ข้อเข่าเสื่อมจริงหรือ? https://tinyurl.com/y9z26s6m
24. โภชนาการสำหรับนักวิ่ง https://tinyurl.com/yahou7el
🎉 ถ้านักวิ่งท่านใดสนใจอยากให้แอดมินจัด #Workshop #วิ่งจบแบบไม่เจ็บ ช่วยทำแบบสอบถามตามลิงค์ด้านล่างนี้หน่อยนะครับ
https://goo.gl/forms/cBGQ5PJ3UwctaQND3
😉 แฟนเพจที่เป็นนักวิ่งท่านใด #อยากรู้เรื่องอะไรเพิ่มเติม นอกจากบทความข้างต้นทั้ง 35 บทความ สามารถ comment บอกแอดมินมาใต้โพสต์นี้ได้เลยนะครับ เดี๋ยวแอดมินไปหาคำตอบมาให้ครับ
วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ข้อผิดพลาด 2 ข้อที่เห็นบ่อยที่สุดในตารางวิ่ง
การเทรนควรจะเน้นการปูพื้นฐาน เตรียมพร้อมร่างกายเพื่อการวิ่งในระยะยาวและในความเร็วที่เร็วขึ้น
.
การปูพื้นฐานที่พูดถึงนี้คือการปูพื้นฐานความฟิตค่ะ คือการเพิ่มระยะทางที่ละน้อยอย่างสม่ำเสมอ การคำนวณพื้นฐานนี้ บอกก่อนคือพื้นฐานของเรานะคะ ไม่ใช่พื้นฐานคนอื่น ระวังให้ดีเวลาที่ได้ตารางมาจากไหน การสร้างฐานแอโรบิคนี้เทียบได้กับการวิ่ง ที่เราสามารถคุยกับเพื่อนวิ่งได้อย่างสบายๆ เพสนั้นแหละค่ะ
.
มีงานวิจัยเยอะแยะนะคะที่บอกพูดถึงประโยชน์ของการวิ่งโซนต่ำๆ ตั้งแต่เพื่อช่วยเพิ่มเส้นเลือดฝอย เพิ่มความอดทน เพิ่มกล้ามเนื้อกระตุกช้า แต่มีสิ่งหนึ่งที่ถูกละเลยไม่พูดถึงบ่อยนักคือ การวิ่งช้านี้ก็เพื่อที่จะไม่ให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บต่อไปตอนช่วงท้ายของตาราง คือตอนที่เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆนั่นแหละค่ะ
.
เชื่อหรือไม่ว่า เวลาที่ยากที่สุดแล้วในการซ้อมวิ่ง คือตอนเริ่มเข้าตารางใหม่ๆ ที่เรายังไม่เข้าที่ หลังจากนั้นแล้วก็จะเริ่มชิน แล้วก็จะเริ่มมารู้สึกผิดเวลาที่ไม่ได้วิ่ง ส่วนตารางวิ่งก็จะเริ่มหนักขึ้นๆเรื่อยๆ เราก็มุ่งหน้าซ้อมไปเรื่อยๆอย่างศรัทธา จนมารู้สึกตัวอีกทีก็บาดเจ็บแล้ว ดังนั้นสิ่งที่จำเป็น 2 ข้อที่ควรจำไว้เลย คือ
.
1. ปูพื้นฐานเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
.
ร่างกายเราจะมีปฏิกิริยาตอบรับการเทรนทุกครั้ง มีผลกระทบทั้งนั้นแหละค่ะ วิ่งอาทิตย์ละ 50 กิโลเมตรแบบหนักๆ ต่างกันนะคะกับการวิ่งอาทิตย์ละ 50 กิโลเมตรแบบเบาๆ พูดเหมือนใครๆก็รู้เนอะ เบสิคมากเลยนี่ แต่ทำไมเราเจ็บ ทำไมเราวิ่งไม่เร็ว ไม่เร็วจากไหน ใช้อะไรเป็นตัววัด เคยถามตัวเองรึเปล่าคะ หรือเทียบกับเพื่อนนักวิ่งอย่างเดียวเลย
.
ก่อนที่เราจะเข้าตารางเทรนให้ดูตารางก่อนเลยค่ะ ดูว่าเป็นอย่างไร แล้วให้ปูพื้นฐาน เลือกอาทิตย์ที่หนักที่สุดในการตารางเทรนออกมา แล้วให้ทำในสิ่งที่เรียกว่า 'Pre-training exercise' คือเทรน 50-60% ของจำนวนระยะทางที่ยาวที่สุดต่อหนึ่งอาทิตย์ในตารางวิ่ง แล้ววิ่งเท่านั้นเป็นเวลา 3-4 อาทิตย์ เพื่อเป็นการสร้างพื้นฐานทางแอโรบิคฟิตเนส เช่น อาทิตย์ที่ซ้อมยาวที่สุดในตาราง เราต้องวิ่ง 80 กิโลเมตร ตาราง pre training exercise ของเราคือ ต้องวิ่งประมาณ 40-50 กิโลเมตรต่ออาทิตย์ เป็นเวลา 3-4 อาทิตย์ โดยไม่ต้องสนใจเลยว่าเร็วหรือช้า วิ่งเรื่อยๆอย่างสม่ำเสมอไป ไม่ต้องรีบ
.
พอเราเริ่มเข้าตาราง ให้หาความเร็วเฉลี่ยของเราที่เราวิ่งได้ในช่วง pre training นั้น แล้วถือเอานั่นคือ base pace ของเราที่เราจะเริ่มเทรน นั่นคือความเร็วสม่ำเสมอ แรกของเราที่เราจะเริ่มพัฒนาขึ้นไป ท้าทายร่างกายของเราขึ้นทีละนิดๆ เพราะไม่งั้นแล้ว สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าตารางไปโดยไม่รู้ว่า base pace ของเราคืออะไร เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวช้า จะวัดจากไหน นอกจากจะไม่มีหลักให้เริ่มต้นแล้ว ยังจะซ้อมอย่างรำคาญใจด้วยในวันที่เรารู้สึกว่าเราวิ่งได้ไม่เร็วเท่าอีกวัน แล้วก็จะบาดเจ็บถ้าพยายามกระเสือกกระสนเพราะความคับคั่งใจ
.
2. เริ่มฝึกความเร็ว เร็วไปและบ่อยไป
.
เดี๋ยวนี้ดูเทรนของตารางวิ่งแล้วดูเหมือนจะมุ่งโฟกัสไปที่ความเร็ว ไม่ใช่แค่นั้นยังเริ่มเทรนความเร็วตั้งแต่เริ่มแรกในตารางเลย แล้วก็ทำบ่อยๆด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นของความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเลยค่ะ เหตุผลง่ายๆเลย เพราะเราพึ่งเข้าตาราง พึ่งออกมาจากช่วงเวลาชีวิตที่เราวิ่งไม่เยอะนัก
.
ถ้าเราจะเทรนสำหรับระยะไกลอย่างมาราธอนขึ้นไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ โฟกัสไปที่การวิ่งยาวและ tempo ในความเร็วสม่ำเสมอโดยที่มี speed work น้อยมาก จริงๆแล้วควรโฟกัสการเทรนไปที่การวิ่งในความเร็วของ base pace ในช่วง 30-40% ของตาราง เพราะเมื่อแอโรบิคฟิตเนสเราเข้าที่แล้ว กล้ามเนื้อเราแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมสำหรับความท้าทายรูปแบบใหม่แล้ว การฝึกความเร็วจึงจะตามมา และไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บเท่าการเริ่มต้นตารางแบบที่เค้าเรียกว่า 'too much too soon' ค่ะ
.
สองข้อนี้ สำคัญมากและควรจะเป็นพื้นฐานของตารางเทรนทุกตาราง ตราบใดที่นักวิ่งยังไม่รู้ base pace ของตัวเองแล้ว เราจะสังเกต (monitor) พัฒนาการของเราไม่ได้เลยค่ะ การเทรนของเราก็จะเป็นไปอย่าง งงๆ งวยๆ และยังเจ็บตัวอีก
----------------
Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)
(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)
ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)
ค้นบทความเก่าได้ที่ http://befitandeatwell.com
ที่มา :
https://www.facebook.com/Befiteatwell/photos/a.884905461622041/1834234020022509/?type=3&eid=ARDgioYNyRwkys987jdFeQL0z0thB0nTznaSvmvlWd5B0OAmF5CnKA7wIsGoDZKVubjkltyHDp0R8ZTm&__xts__%5B0%5D=68.ARC-7zj2VzLVu3JZBBbNms5T8yTHRNE6EJfD8j7MxE4fwa2TUrhLcSwspsOKpdsIROCbqtJ_7jJY3UNLMrOmt-HEAi0RnxqmxjV_yKtiQq8tsHB7PqP5dugQDvJvTwvUR1ETxVVRMJcLlWtoAWIcvkMqAbGLzhtVQri829Vwas19qDxOqb53VHCFnBCp1PrT4OgWEkDA4g_xf9j9srBku4pHq2XQDNwMz2QZodJMsa26EhGedmwBXujllSkwHRwCa1XahtvFfYXgYCtlcRD-CnJp7EyowfUnbKs2KwmXwX9MCjEc7eaF8jON8pUPcOgDS2GTZ-69t0BUyRj7A1ouhWX9&__tn__=EHH-R
.
การปูพื้นฐานที่พูดถึงนี้คือการปูพื้นฐานความฟิตค่ะ คือการเพิ่มระยะทางที่ละน้อยอย่างสม่ำเสมอ การคำนวณพื้นฐานนี้ บอกก่อนคือพื้นฐานของเรานะคะ ไม่ใช่พื้นฐานคนอื่น ระวังให้ดีเวลาที่ได้ตารางมาจากไหน การสร้างฐานแอโรบิคนี้เทียบได้กับการวิ่ง ที่เราสามารถคุยกับเพื่อนวิ่งได้อย่างสบายๆ เพสนั้นแหละค่ะ
.
มีงานวิจัยเยอะแยะนะคะที่บอกพูดถึงประโยชน์ของการวิ่งโซนต่ำๆ ตั้งแต่เพื่อช่วยเพิ่มเส้นเลือดฝอย เพิ่มความอดทน เพิ่มกล้ามเนื้อกระตุกช้า แต่มีสิ่งหนึ่งที่ถูกละเลยไม่พูดถึงบ่อยนักคือ การวิ่งช้านี้ก็เพื่อที่จะไม่ให้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บต่อไปตอนช่วงท้ายของตาราง คือตอนที่เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆนั่นแหละค่ะ
.
เชื่อหรือไม่ว่า เวลาที่ยากที่สุดแล้วในการซ้อมวิ่ง คือตอนเริ่มเข้าตารางใหม่ๆ ที่เรายังไม่เข้าที่ หลังจากนั้นแล้วก็จะเริ่มชิน แล้วก็จะเริ่มมารู้สึกผิดเวลาที่ไม่ได้วิ่ง ส่วนตารางวิ่งก็จะเริ่มหนักขึ้นๆเรื่อยๆ เราก็มุ่งหน้าซ้อมไปเรื่อยๆอย่างศรัทธา จนมารู้สึกตัวอีกทีก็บาดเจ็บแล้ว ดังนั้นสิ่งที่จำเป็น 2 ข้อที่ควรจำไว้เลย คือ
.
1. ปูพื้นฐานเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
.
ร่างกายเราจะมีปฏิกิริยาตอบรับการเทรนทุกครั้ง มีผลกระทบทั้งนั้นแหละค่ะ วิ่งอาทิตย์ละ 50 กิโลเมตรแบบหนักๆ ต่างกันนะคะกับการวิ่งอาทิตย์ละ 50 กิโลเมตรแบบเบาๆ พูดเหมือนใครๆก็รู้เนอะ เบสิคมากเลยนี่ แต่ทำไมเราเจ็บ ทำไมเราวิ่งไม่เร็ว ไม่เร็วจากไหน ใช้อะไรเป็นตัววัด เคยถามตัวเองรึเปล่าคะ หรือเทียบกับเพื่อนนักวิ่งอย่างเดียวเลย
.
ก่อนที่เราจะเข้าตารางเทรนให้ดูตารางก่อนเลยค่ะ ดูว่าเป็นอย่างไร แล้วให้ปูพื้นฐาน เลือกอาทิตย์ที่หนักที่สุดในการตารางเทรนออกมา แล้วให้ทำในสิ่งที่เรียกว่า 'Pre-training exercise' คือเทรน 50-60% ของจำนวนระยะทางที่ยาวที่สุดต่อหนึ่งอาทิตย์ในตารางวิ่ง แล้ววิ่งเท่านั้นเป็นเวลา 3-4 อาทิตย์ เพื่อเป็นการสร้างพื้นฐานทางแอโรบิคฟิตเนส เช่น อาทิตย์ที่ซ้อมยาวที่สุดในตาราง เราต้องวิ่ง 80 กิโลเมตร ตาราง pre training exercise ของเราคือ ต้องวิ่งประมาณ 40-50 กิโลเมตรต่ออาทิตย์ เป็นเวลา 3-4 อาทิตย์ โดยไม่ต้องสนใจเลยว่าเร็วหรือช้า วิ่งเรื่อยๆอย่างสม่ำเสมอไป ไม่ต้องรีบ
.
พอเราเริ่มเข้าตาราง ให้หาความเร็วเฉลี่ยของเราที่เราวิ่งได้ในช่วง pre training นั้น แล้วถือเอานั่นคือ base pace ของเราที่เราจะเริ่มเทรน นั่นคือความเร็วสม่ำเสมอ แรกของเราที่เราจะเริ่มพัฒนาขึ้นไป ท้าทายร่างกายของเราขึ้นทีละนิดๆ เพราะไม่งั้นแล้ว สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าตารางไปโดยไม่รู้ว่า base pace ของเราคืออะไร เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวช้า จะวัดจากไหน นอกจากจะไม่มีหลักให้เริ่มต้นแล้ว ยังจะซ้อมอย่างรำคาญใจด้วยในวันที่เรารู้สึกว่าเราวิ่งได้ไม่เร็วเท่าอีกวัน แล้วก็จะบาดเจ็บถ้าพยายามกระเสือกกระสนเพราะความคับคั่งใจ
.
2. เริ่มฝึกความเร็ว เร็วไปและบ่อยไป
.
เดี๋ยวนี้ดูเทรนของตารางวิ่งแล้วดูเหมือนจะมุ่งโฟกัสไปที่ความเร็ว ไม่ใช่แค่นั้นยังเริ่มเทรนความเร็วตั้งแต่เริ่มแรกในตารางเลย แล้วก็ทำบ่อยๆด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นของความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเลยค่ะ เหตุผลง่ายๆเลย เพราะเราพึ่งเข้าตาราง พึ่งออกมาจากช่วงเวลาชีวิตที่เราวิ่งไม่เยอะนัก
.
ถ้าเราจะเทรนสำหรับระยะไกลอย่างมาราธอนขึ้นไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ โฟกัสไปที่การวิ่งยาวและ tempo ในความเร็วสม่ำเสมอโดยที่มี speed work น้อยมาก จริงๆแล้วควรโฟกัสการเทรนไปที่การวิ่งในความเร็วของ base pace ในช่วง 30-40% ของตาราง เพราะเมื่อแอโรบิคฟิตเนสเราเข้าที่แล้ว กล้ามเนื้อเราแข็งแรงสมบูรณ์พร้อมสำหรับความท้าทายรูปแบบใหม่แล้ว การฝึกความเร็วจึงจะตามมา และไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บเท่าการเริ่มต้นตารางแบบที่เค้าเรียกว่า 'too much too soon' ค่ะ
.
สองข้อนี้ สำคัญมากและควรจะเป็นพื้นฐานของตารางเทรนทุกตาราง ตราบใดที่นักวิ่งยังไม่รู้ base pace ของตัวเองแล้ว เราจะสังเกต (monitor) พัฒนาการของเราไม่ได้เลยค่ะ การเทรนของเราก็จะเป็นไปอย่าง งงๆ งวยๆ และยังเจ็บตัวอีก
----------------
Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)
(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)
ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)
ค้นบทความเก่าได้ที่ http://befitandeatwell.com
ที่มา :
https://www.facebook.com/Befiteatwell/photos/a.884905461622041/1834234020022509/?type=3&eid=ARDgioYNyRwkys987jdFeQL0z0thB0nTznaSvmvlWd5B0OAmF5CnKA7wIsGoDZKVubjkltyHDp0R8ZTm&__xts__%5B0%5D=68.ARC-7zj2VzLVu3JZBBbNms5T8yTHRNE6EJfD8j7MxE4fwa2TUrhLcSwspsOKpdsIROCbqtJ_7jJY3UNLMrOmt-HEAi0RnxqmxjV_yKtiQq8tsHB7PqP5dugQDvJvTwvUR1ETxVVRMJcLlWtoAWIcvkMqAbGLzhtVQri829Vwas19qDxOqb53VHCFnBCp1PrT4OgWEkDA4g_xf9j9srBku4pHq2XQDNwMz2QZodJMsa26EhGedmwBXujllSkwHRwCa1XahtvFfYXgYCtlcRD-CnJp7EyowfUnbKs2KwmXwX9MCjEc7eaF8jON8pUPcOgDS2GTZ-69t0BUyRj7A1ouhWX9&__tn__=EHH-R
วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
วิ่งยังไงให้ได้อย่างมือโปร ไปดูกันค่ะ
https://www.facebook.com/running.aways/videos/1037426696440209/?t=0
วิ่งยังไงให้ได้อย่างมือโปร ไปดูกันค่ะ ^^
Cr. Global Triathlon Network
https://www.facebook.com/running.aways/videos/687726451610636/?t=0
เทคนิคการฝึกเพื่อเอาชนะ 5K ได้ภายใน 20 นาที
ไปลุยกันเลย :-)
Cr. The Run Experience
วิ่งยังไงให้ได้อย่างมือโปร ไปดูกันค่ะ ^^
Cr. Global Triathlon Network
https://www.facebook.com/running.aways/videos/687726451610636/?t=0
เทคนิคการฝึกเพื่อเอาชนะ 5K ได้ภายใน 20 นาที
ไปลุยกันเลย :-)
Cr. The Run Experience
วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
การวิ่งทุกวันส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย?
แม้ว่าการอธิบายความรู้สึกสนุกสนานที่เกิดขึ้นหลังการวิ่งนั้นเป็นเรื่องยาก แต่บอกเลยว่าคุณจะต้องรู้สึกติดใจอารมณ์นี้อย่างแน่นอน คุณอาจรู้สึกอยากวิ่งทุกๆวันเพื่อไล่ตามความสุขดังกล่าวหรือลงทะเบียนเข้าแข่งขันเพื่อหาข้ออ้างในการวิ่งเป็นประจำ อย่างไรก็ตามเราสงสัยว่าการวิ่งทุกวันจะส่งผลเสียต่อร่างกายหรือไม่? “การวิ่งทุกวันไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมและจะไม่ใช่เส้นทางสู่การวิ่งที่ยิ่งใหญ่ของคุณด้วย” กล่าวโดย David Siik ผู้คิดค้น Precision Running โปรแกรมการวิ่งบนสายพานที่ Equinox การพักและฟื้นฟูซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นขณะเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อซ่อมแซมตัวเองหลังการออกกำลังกายนั้นมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเสริมสร้างสุขภาพของนักวิ่ง หากคุณวิ่งทุกวันกระบวนการพักและฟื้นฟูร่างกายก็จะช้าลงซึ่งอาจส่งผลเสียทั้งต่อทางร่างกายและจิตใจ มีข้อแตกต่างและเส้นกั้นบางๆระหว่าง “การวิ่งอย่างสม่ำเสมอ” กับ “การวิ่งอย่างหักโหม” โดยการวิ่งอย่างสม่ำเสมอจะส่งผลดีต่อร่างกายของคุณ ช่วยบริหารข้อต่อ กระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ยังไม่รวมถึงสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของคุณด้วย แต่ถ้าคุณวิ่งอย่างหักโหมก็หมายความว่าคุณจะไม่มีวันหยุดพักเลย จากนั้นคุณก็มีโอกาสเสี่ยงบาดเจ็บจากการใช้งานมากเกินไปและอาจเพลียทางจิตด้วย ขณะเดียวกัน American Council On Exercise ก็แนะนำว่าคุณควรวิ่งสัปดาห์ละ 3 วัน ครั้งละ 20-30 นาทีและหยุดพักวันเว้นวัน หากนานกว่านั้นจะไม่ดีโดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น
วิธีวิ่งทุกวันอย่างปลอดภัยก็มี แต่คุณต้อง “รักษาสมดุลอย่างเหมาะสม” ซึ่งหมายถึงการจัดตารางการวิ่งระดับเบา ปานกลาง และสูงให้เฉลี่ยกันตลอดทั้งสัปดาห์ แน่นอนว่าสภาพร่างกายของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับปริมาณและความเข้มข้นของกิจกรรม ที่สำคัญคุณต้องทำทุกวัน “หากคุณรักการวิ่งก็จงเตือนตัวเองว่าระยะทาง (หรือวันหยุด) จะทำให้คุณคิดถึงมันมากขึ้น ในช่วงวัน “เบาๆ” คุณสามารถวิ่งระยะสั้นได้ ตามด้วยการยืดกล้ามเนื้อ ที่สำคัญอย่าลืมพักและฟื้นฟูร่างกายหลังจากนั้นด้วย ส่วนในวันที่มีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นคุณอาจต้องแช่น้ำแข็งเพื่อเร่งกระบวนการฟื้นฟูและลดการอักเสบ แต่ถ้าคุณวิ่งทุกวันก็ต้องให้ความสำคัญกับการนอนหลับเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่ การดูแลกล้ามเนื้อมีความสำคัญพอๆกับการรักษาจิตใจให้มีพลังอยู่เสมอ คุณควรผสมผสานการออกกำลังกายแบบต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกเบื่อ เช่น การออกกำลังกายเบาสลับหนัก การวิ่งกลางแจ้งระยะยาว และการฝึกบนลู่วิ่งเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆของตัวเอง ทั้งนี้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกหมดไฟไปก่อนร่างกายของตัวเองเสียอีก พวกเขาสูญเสียทั้งแรงขับเคลื่อน วัตถุประสงค์ หรือแม้แต่ความรู้สึกสนุกในการวิ่ง ดังนั้นจงวางแผนการวิ่งของตัวเองให้ดีและสมดุล
ที่มา : http://issue247.com/health/is-it-okay-to-run-every-day/?fbclid=IwAR1dZRNG2BiZiBTNcssR-CavYG5Ol6lV5aUJEu1xRDlZGoPYXiEkrg3qPQo
วิธีวิ่งทุกวันอย่างปลอดภัยก็มี แต่คุณต้อง “รักษาสมดุลอย่างเหมาะสม” ซึ่งหมายถึงการจัดตารางการวิ่งระดับเบา ปานกลาง และสูงให้เฉลี่ยกันตลอดทั้งสัปดาห์ แน่นอนว่าสภาพร่างกายของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับปริมาณและความเข้มข้นของกิจกรรม ที่สำคัญคุณต้องทำทุกวัน “หากคุณรักการวิ่งก็จงเตือนตัวเองว่าระยะทาง (หรือวันหยุด) จะทำให้คุณคิดถึงมันมากขึ้น ในช่วงวัน “เบาๆ” คุณสามารถวิ่งระยะสั้นได้ ตามด้วยการยืดกล้ามเนื้อ ที่สำคัญอย่าลืมพักและฟื้นฟูร่างกายหลังจากนั้นด้วย ส่วนในวันที่มีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นคุณอาจต้องแช่น้ำแข็งเพื่อเร่งกระบวนการฟื้นฟูและลดการอักเสบ แต่ถ้าคุณวิ่งทุกวันก็ต้องให้ความสำคัญกับการนอนหลับเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่ การดูแลกล้ามเนื้อมีความสำคัญพอๆกับการรักษาจิตใจให้มีพลังอยู่เสมอ คุณควรผสมผสานการออกกำลังกายแบบต่างๆเพื่อไม่ให้เกิดความรู้สึกเบื่อ เช่น การออกกำลังกายเบาสลับหนัก การวิ่งกลางแจ้งระยะยาว และการฝึกบนลู่วิ่งเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆของตัวเอง ทั้งนี้คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกหมดไฟไปก่อนร่างกายของตัวเองเสียอีก พวกเขาสูญเสียทั้งแรงขับเคลื่อน วัตถุประสงค์ หรือแม้แต่ความรู้สึกสนุกในการวิ่ง ดังนั้นจงวางแผนการวิ่งของตัวเองให้ดีและสมดุล
ที่มา : http://issue247.com/health/is-it-okay-to-run-every-day/?fbclid=IwAR1dZRNG2BiZiBTNcssR-CavYG5Ol6lV5aUJEu1xRDlZGoPYXiEkrg3qPQo
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







