การวิ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการออกกำลังที่ง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ใด ๆ เพิ่มเติม และยังเป็นกีฬาที่คนส่วนมากเลือกที่จะเป็นกีฬาเริ่มต้น เมื่อต้องการออกกำลังกาย สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย เพียงแค่เราควรปรับให้เหมาะสมกับตัวเรา เพื่อไม่ให้เกิดการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย โดยมีเทคนิคง่าย ๆ ดังนี้
1. อบอุ่นร่างกายก่อนวิ่ง
การอบอุ่นร่างกายเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเริ่มจากการวิ่งเหยาะ ๆ และการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพราะจะช่วยให้ร่างกาย เกิดความพร้อม ลดโอกาสในการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นต่าง ๆ
2. ลงเท้าให้ถูกวิธี
สิ่งที่ควรสัมผัสพื้นก่อนคือส้นเท้า ตามด้วยฝ่าเท้า และเมื่อปลายเท้าแตะพื้น ก็จะพอดีกับจังหวะที่ส้นเท้าเปิดขึ้น ปลายเท้าจะคล้ายตะกุยดิน ถีบส่งตัวให้เคลื่อนไปข้างหน้าคล้ายสปริง การลงเท้าที่ถูกวิธีช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุข้อเท้าพลิกได้
3. วิ่งด้วยท่าที่ถูกต้อง
ท่าที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มการทรงตัว ควรให้ร่างกายเป็นธรรมชาติมากที่สุด หลังและศีรษะตรง ตามองตรงไปข้างหน้า ลำตัวไม่โน้มไปด้านหน้าหรือเอนไปด้านหลัง
4. เคลื่อนไหวแขนให้เป็นจังหวะ
เป็นการสร้างจังหวะในการวิ่งเพื่อให้การทรงตัวดียิ่งขึ้น แกว่งแขนในลักษณะเหมือนกับลูกตุ้มนาฬิกาไปตามแนวหน้า-หลัง กำมือหลวม ๆ
5. หายใจด้วยท้อง
สูดหายใจเข้าไปในปอดจนท้องขยาย และบังคับปล่อยลมให้ออกมาด้วยการแขม่วท้อง การหายใจไม่ถูกวิธีอาจจะทำให้เกิดการจุกเสียดขณะวิ่งได้
6. วิ่งด้วยความเร็วที่เหมาะสม
ควรใช้ความเร็วที่พอดีกับร่างกาย เมื่อวิ่งไปแล้ว 4 – 5 นาที ควรมีเหงื่อออก รู้สึกเหนื่อยจนต้องหายใจแรงขึ้น แต่ไม่ถึงกับต้องหายใจทางปากหรือมีอาการหอบ
7. วิ่งสลับเดินยาวบ้างก็ได้
การวิ่งติดต่อกันโดยไม่หยุด เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายนักสำหรับผู้ที่ไม่ได้เล่นกีฬาหรือวิ่งเป็นประจำอยู่ก่อน ดังนั้นไม่ควรหักโหมจนเกินไป เราสามารถวิ่งสลับกับการเดินยาว หรือเดินเร็วได้ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว
8. เพิ่มระยะเวลา และความเร็ว
การเพิ่มระยะเวลาของการวิ่งให้มากขึ้น และลดระยะเวลาของการเดินให้น้อยลง จนสามารถวิ่งเหยาะได้ติดต่อกันไม่น้อยกว่า10 นาที หากสามารถวิ่งในลักษณะนี้ได้อย่างน้อย 3 วัน ต่อสัปดาห์ ถือได้ว่าเป็นการวิ่งเพื่อสุขภาพ
9. จับสัญญาณอันตราย
สัญญาณอันตราย เช่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้หรือหน้ามืดเป็นลม รู้สึกคล้ายหายใจไม่ทันหรือหายใจไม่ออก ใจสั่น แน่น หน้าอก หรือลมออกหู อาจเกิดจากร่างกายอ่อนแอ อดนอน หรือเจ็บไข้ รวมไปถึงอาจเกิดจากมีอากาศร้อนจัด ไม่ได้ดื่มน้ำและเกลือแร่พอเพียง หากมีอาการเกิดขึ้นควรชะลอความเร็ว เปลี่ยนเป็นเดิน แล้วจึงค่อย ๆ หยุดนั่งพัก หากยังไม่ดีขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์
10. ผ่อนคลายร่างกายหลังวิ่ง
นอกจากการอบอุ่นร่างกายก่อนการเริ่มวิ่งแล้ว การผ่อนคลายหลังการวิ่งก็สำคัญไม่แพ้กัน หากหยุดวิ่งทันที ร่างกายอาจจะปรับตัวไม่ทัน อาจะทำให้มีอาการหน้ามืดเป็นลม หรือช็อคได้ ดังนั้นควรค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นการเดินเร็ว แล้วจึงหยุกพัก
ที่มา http://www.bergandy.net
วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2560
วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560
จัดไป 30K ต้อนรับลมหนาวแรก
วันอาทิตย์นี้เป็นโปรแกรมฝึกวิ่งยาว Week 9 เพื่อเตรียมแข่งรายการ TNT30 ตะนาวศรีเทรล ระยะทางตามโปรแกรมคือ 30K คิดเป็นรอบสวนลุมพินี คือ 12 รอบ
ไทม์ไลน์
เวลาที่วิ่งได้
4 รอบแรก 54 นาที
4 รอบที่สอง 1:02 ชม.
4 รอบสุดท้าย 1:03 ชม.
ข้อสังเกตุ
ไทม์ไลน์
- 3:30 น. ตื่นนอน ทำธุระส่วนตัว กินอาหาร ขนมปัง 4 แผ่น โอวัลติน กล้วยหอม 2 ลูก กาแฟดำปิดท้าย
- 4:00 น. ออกเดินทาง วันนี้พิเศษแฟนไปวิ่งด้วย พอถึงสวนฯ ก็วอร์มอัพด้วยกัน
- 5:00 น. สตาร์ท
- 8:05 น. STOP
- 8:30 น. ยืดเหยียดด้วยท่าหมอเมย์ 3 เซ็ต เสร็จแล้วกลับบ้าน
เวลาที่วิ่งได้
4 รอบแรก 54 นาที
4 รอบที่สอง 1:02 ชม.
4 รอบสุดท้าย 1:03 ชม.
ข้อสังเกตุ
- วิ่ง 10 รอบแรกสบายๆ 2 รอบสุดท้ายออกอาการอ่อนล้ากล้ามเนื้อต้นขานิสๆ แต่ไม่ลำบาก ไม่มีอาการว่าจะเป็นตะคริวเลย
- สภาพร่างกายปกติ นิ้วโป้งเท้าซ้ายที่เคยเจ็บก็ไม่มีอาการ
- หลังจากครบ 12 รอบเช็คสภาพความอึดแล้ว พบว่าต้องลำบากอีกเยอะถ้าต้องวิ่งต่ออีก 5 รอบ เพื่อให้ครบ 42K อันนี้พอเข้าใจได้ว่ามันต้องใช้เวลาฝึกซ้อม
วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560
วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
มะเร็งกับความเข้าใจ การดูแลร่างกาย อาหาร
1. ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกาย เซลมะเร็งเหล่านี้จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐาน จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว มันหมายถึงว่าระบบไม่สามารถตรวจสอบเซลมะเร็งได้เพราะว่าจำนวนของมันยังไม่มากพอ จนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น
2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง
3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก
4. เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต
5. เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น
6. การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ
7. การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลมะเร็ง แต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลที่ดี เนื้อเยื่อ และอวัยวะ
8. การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก
9. เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
10. การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย
11. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว
อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง
a. น้ำตาลคืออาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง สารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น "" นิวตร้าสวีต "" "" อีควล "" "" สปูนฟูล "" ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อยๆเท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ "" แบรก อมิโน "" หรือเกลือทะเลแทน
b. นมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร
c. เซลมะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแวดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์ และเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง
d. อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก 20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน 15 นาที เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด ( ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ 140 องศา F ( ประมาณ 40 องศา C)
e. ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง
12. โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น
13. ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง และช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น
14. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สาร IP6 [inositol hexaphosphate หรือ phytic acid], สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน , เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซล หรือกำหนดระยะเวลาการตายของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป
15. มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง.... ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น ให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต
16. เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึกๆจะช่วยให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซล การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง
ที่มา : http://www.ladysquare.com/forum_posts.asp?TID=108133
2. เซลมะเร็งเกิดขึ้นระหว่าง 6 ถึงมากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆหนึ่ง
3. เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงเพียงพอ เซลมะเร็งจะถูกทำลายและป้องกันไม่ให้เกิดการขยายตัวและกลายเป็นเนื้องอก
4. เมื่อใครก็ตามเป็นมะเร็ง มันกำลังบอกว่าคนๆนั้นมีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีน สิ่งแวดล้อม อาหารและปัจจัยอื่นๆในการดำรงชีวิต
5. เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหารรวมทั้งสารอาหารบางอย่างจะช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น
6. การทำคีโมคือการให้สารเคมีที่มีความเป็นพิษกับเซลมะเร็งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทำลายเซลที่ดีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในไขกระดูก ทำลายระบบทางเดินอาหาร ฯลฯ และเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะบางส่วนถูกทำลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ
7. การฉายรังสีแม้ว่าจะเป็นการทำลายเซลมะเร็ง แต่ก็ทำให้เกิดอาการไหม้ เป็นแผลเป็น และทำลายเซลที่ดี เนื้อเยื่อ และอวัยวะ
8. การบำบัดโดยคีโม และการฉายรังสีมักจะช่วยลดขนาดของเนื้องอกได้ในช่วงแรกๆ อย่างไรก็ตามถ้าทำไปนานๆพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทำลายเซลเนื้องอก
9. เมื่อร่างกายได้รับสารพิษจากการทำคีโมหรือการฉายรังสีมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันอาจปรับตัวเข้ากันได้หรือไม่ก็อาจถูกทำลายลง ดังนั้นคนๆนั้นจึงอาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิดและทำให้โรคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
10. การทำคีโมและการฉายรังสีอาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ ดื้อยา และยากต่อการทำลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกาย
11. วิธีที่ดีที่สุดในการทำสงครามกับมะเร็ง คือการไม่ให้เซลมะเร็งได้รับอาหารเพื่อนำไปใช้ในการขยายตัว
อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็ง
a. น้ำตาลคืออาหารของมะเร็ง การตัดน้ำตาลคือการตัดแหล่งอาหารสำคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง สารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น "" นิวตร้าสวีต "" "" อีควล "" "" สปูนฟูล "" ฯลฯ ล้วนทำมาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย สารทดแทนซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่าคือน้ำผึ้งมานูคา (จากนิวซีแลนด์) หรือน้ำอ้อย แต่ในปริมาณน้อยๆเท่านั้น เกลือสำเร็จรูปก็ใช้สารเคมีในการฟอกขาว ควรหันไปเลือกใช้ "" แบรก อมิโน "" หรือเกลือทะเลแทน
b. นมเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใช้นมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทำให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร
c. เซลมะเร็งเติบโตได้ดี ในภาวะแวดล้อมที่เป็นกรด อาหารจำพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้น ดังนั้นจึงควรหันไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือรับประทานไก่แทนเนื้อและหมู ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ ฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตในสัตว์ และเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู่ ซึ่งล้วนเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เป็นมะเร็ง
d. อาหารที่ประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไม้ พืชจำพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้จำนวนเล็กน้อย จะช่วยทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก 20% อาจได้มาจากการทำอาหารร่วมกับพืชจำพวกถั่ว น้ำผักสดจะให้เอ็นไซม์ซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่ายและซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน 15 นาที เพื่อบำรุงร่างกายและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซม์ในการสร้างเซลที่ดี ให้พยายามดื่มน้ำผักสด ( ผักส่วนใหญ่รวมทั้งถั่วที่มีหน่อหรือต้นอ่อน) และรับประทานผักสดดิบ 2-3 ครั้งต่อวัน เอ็นไซม์จะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ 140 องศา F ( ประมาณ 40 องศา C)
e. ให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช๊อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดีและมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยงท๊อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรด ให้หลีกเลี่ยง
12. โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารจะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น
13. ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว้ การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง จะทำให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกำแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง และช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น
14. สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ( สาร IP6 [inositol hexaphosphate หรือ phytic acid], สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส์ , วิตามิน , เกลือแร่ , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกำจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆเช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่าทำให้เกิดการตายลงของเซล หรือกำหนดระยะเวลาการตายของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกำจัดเซลที่ถูกทำลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ออกไป
15. มะเร็งเป็นโรคที่สัมพันธ์กับจิตใจ ร่างกาย และจิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุกและการคิดในเชิงบวกจะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดจากการทำสงครามกับมะเร็ง.... ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทำให้ร่างกายเกิดความตึงเครียดและมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น ให้เรียนรู้ที่จะมีความรักและจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุขกับชีวิต
16. เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจำนวนมาก การออกกำลังกายทุกวัน และการหายใจลึกๆจะช่วยให้ร่างกายได้รับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนระดับเซล การบำบัดด้วยอ๊อกซิเจนถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง
ที่มา : http://www.ladysquare.com/forum_posts.asp?TID=108133
วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
นวัตกรรม "ชุดนอนไฮเทค" ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ... เพียงแค่ข้ามคืน
นวัตกรรม เป็นสิ่งที่สำคัญที่ช่วยยกระดับสินค้า ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และยังช่วยตอบโจทย์เรื่องการตลาดที่สามารถแข่งขันได้ รวมถึง ผู้ผลิตชุดนอนไฮเทค Athlete Recovery Sleepwear ของUnder Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับนักกีฬาหลังออกกำลังกายมาอย่างหนัก
“Athlete Recovery Sleepwear” เกิดจากการที่ “ทอม เบรดี้ ควอเตอร์แบ็ก “ แชมป์โลก 4 สมัย จากการออกแบบชุดกีฬา ได้ชวน “เควิน ฮาร์ลีย์” ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม และผู้บริหาร จาก Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) มาดูสาธิตการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณน่อง จากการแข่งขันกีฬา ในปี 2014 โดยในครั้งนั้น ใช้ผ้าที่ทำจาก “ไบโอเซรามิค” มาพันบริเวณกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสามารถช่วยได้จริง
หลังจากการแข่งขัน ทำให้ทีมผู้บริหาร “อันเดอร์ อาร์เมอร์” ตระหนักถึงปัญหาและหาทางแก้ไขโดยใช้ความเป็นเจ้านวัตกรรมเสื้อผ้ากีฬาให้เป็นประโยชน์ออกแบบชุดกีฬานี้ ซึ่งเวลาผ่านไปถึง 2 ปี หลังจากนั้น ได้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในกลุ่มชุดนอนไฮเทค Athlete Recovery Sleepwear ขึ้น"
สำหรับชุดนอนไฮเทค ดังกล่าว ถ้าดูจากภายนอกเหมือนชุดนอนทั่วๆไป แต่ Athlete Recovery Sleepwear ผลิตจากนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า TB 12 เพื่อช่วยยกระดับการนอนขั้นสูงสุด โดยวิธีการทำงานของชุดนอนนี้คือ นำความร้อนที่ออกมาจากร่างกายส่งกลับไปที่เดิมในรูปแบบรังสีฟาร์ อินฟราเรด (Far Infrared) ฟังดูแล้วเหมือนเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด แต่ความพิเศษนี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว ว่ารังสีฟาร์ อินฟราเรด มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดี และเป็นที่มาของการฟื้นฟูร่างกาย ภายในระยะเวลาเพียงข้ามคืน ที่ คุณนอนหลับ
“ทั้งนี้ ชุดนอนไฮเทค ดังกล่าว ผลิตด้วยกรรมวิธีอนุภาค “ไบโอเซรามิค” (Biocermaics) ที่ฝังตัวในเนื้อผ้า ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ “ไบโอเซรามิก” อาจเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่มีความสามารถสูงในการปลดล็อกเพื่อฟื้นฟูร่างกาย โดย “ไบโอเซรามิก” ในชุดนอนนี้จะช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนดีขึ้น สารพิษจำพวกกรดแล็คติกและอื่นๆ ก็จะถูกขับออกจากร่างกายเร็วขึ้น และลดอาการอักเสบอีกด้วย” “เกลนน์ ซิลเบิร์ต” รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติจาก Under Armour กล่าว
“ทอม เบรดี้” เห็นความสำคัญของการนอนหลับ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายให้คงสมรรถภาพอยู่ในระดับสูงสุด มีความสำคัญต่อโปรแกรมเทรนนิ่งแบบองค์รวม และเขาได้เผยถึง 6วิธีในการช่วยให้นอนหลับสบายและตื่นขึ้นมาพร้อมกับสภาพร่างกายที่ฟื้นคืนสภาพ รู้สึกเจ็บปวดน้อยลงแม้ออกกำลังกายมาอย่างหนัก
ที่มา : https://mgronline.com/smes/detail/9600000107202
“Athlete Recovery Sleepwear” เกิดจากการที่ “ทอม เบรดี้ ควอเตอร์แบ็ก “ แชมป์โลก 4 สมัย จากการออกแบบชุดกีฬา ได้ชวน “เควิน ฮาร์ลีย์” ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรม และผู้บริหาร จาก Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) มาดูสาธิตการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณน่อง จากการแข่งขันกีฬา ในปี 2014 โดยในครั้งนั้น ใช้ผ้าที่ทำจาก “ไบโอเซรามิค” มาพันบริเวณกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งสามารถช่วยได้จริง
หลังจากการแข่งขัน ทำให้ทีมผู้บริหาร “อันเดอร์ อาร์เมอร์” ตระหนักถึงปัญหาและหาทางแก้ไขโดยใช้ความเป็นเจ้านวัตกรรมเสื้อผ้ากีฬาให้เป็นประโยชน์ออกแบบชุดกีฬานี้ ซึ่งเวลาผ่านไปถึง 2 ปี หลังจากนั้น ได้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ในกลุ่มชุดนอนไฮเทค Athlete Recovery Sleepwear ขึ้น"
สำหรับชุดนอนไฮเทค ดังกล่าว ถ้าดูจากภายนอกเหมือนชุดนอนทั่วๆไป แต่ Athlete Recovery Sleepwear ผลิตจากนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า TB 12 เพื่อช่วยยกระดับการนอนขั้นสูงสุด โดยวิธีการทำงานของชุดนอนนี้คือ นำความร้อนที่ออกมาจากร่างกายส่งกลับไปที่เดิมในรูปแบบรังสีฟาร์ อินฟราเรด (Far Infrared) ฟังดูแล้วเหมือนเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด แต่ความพิเศษนี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้ว ว่ารังสีฟาร์ อินฟราเรด มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยให้เลือดหมุนเวียนได้ดี และเป็นที่มาของการฟื้นฟูร่างกาย ภายในระยะเวลาเพียงข้ามคืน ที่ คุณนอนหลับ
“ทั้งนี้ ชุดนอนไฮเทค ดังกล่าว ผลิตด้วยกรรมวิธีอนุภาค “ไบโอเซรามิค” (Biocermaics) ที่ฝังตัวในเนื้อผ้า ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ “ไบโอเซรามิก” อาจเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่มีความสามารถสูงในการปลดล็อกเพื่อฟื้นฟูร่างกาย โดย “ไบโอเซรามิก” ในชุดนอนนี้จะช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนดีขึ้น สารพิษจำพวกกรดแล็คติกและอื่นๆ ก็จะถูกขับออกจากร่างกายเร็วขึ้น และลดอาการอักเสบอีกด้วย” “เกลนน์ ซิลเบิร์ต” รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติจาก Under Armour กล่าว
“ทอม เบรดี้” เห็นความสำคัญของการนอนหลับ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายให้คงสมรรถภาพอยู่ในระดับสูงสุด มีความสำคัญต่อโปรแกรมเทรนนิ่งแบบองค์รวม และเขาได้เผยถึง 6วิธีในการช่วยให้นอนหลับสบายและตื่นขึ้นมาพร้อมกับสภาพร่างกายที่ฟื้นคืนสภาพ รู้สึกเจ็บปวดน้อยลงแม้ออกกำลังกายมาอย่างหนัก
ที่มา : https://mgronline.com/smes/detail/9600000107202
วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
3 อาการที่ไม่ควรออกกำลังกาย ถ้าฝืนร่างกายไปอาจจะมีแต่ผลเสียกับเสีย
อยากเฟิร์มแต่ก็ต้องดูร่างกายตัวเองด้วย ถ้าไม่ดูตัวเองให้ดีผลเสียจะอยู่ที่เรา 3 อาการที่ไม่ควรออกกำลังกาย ถ้าฝืนร่างกายไปอาจจะมีแต่ผลเสียกับเสีย
ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและให้ประโยชน์ต่อร่างกายของเราก็ตาม แต่ว่าการออกกำลังกายนั้นก็อาจจะสร้างโทษให้กับร่างกายของเราได้เหมือนกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อบาดเจ็บ หรือรวมไปถึงข้อต่อของบาดเจ็บได้ถ้าร่างกายของเราไม่พร้อม แต่ยังฝืนออกกำลังต่อไป ซึ่งนี่คือ 3 อาการ ที่เราควรหยุดออกกำลังกายเอาไว้ก่อน เอาไว้ให้พร้อมแล้วค่อยเริ่มใหม่ เพราะว่าถ้าฝืนทำไปร่างกายจะมีแต่เสียกับเสีย
มีอาการเหมือนจะไม่สบาย
ถ้าอุณหภูมิของร่างกายของเราสูง เช่น ถ้ามีอาการไข้ ตัวอุ่นๆ และมีอาการปวดหัว ก็ควรที่จะชะลอการออกกำลังกายไปก่อน เพราะว่าถ้าเราฝืนออกกำลังกายร่างกายก็จะเพิ่มความร้อนเป็นเท่าตัว อาจส่งผลเสียต่อระบบร่างกายจนทำให้อาจเกิดอาการช็อคหรือหมดสติได้
มีอาการท้องเสีย
ถ้าเรามีอาการท้องเสีย หรือถ่ายเกินสามครั้งขึ้นไปในหนึ่งวัน ในวันนั้นควรที่พักการออกกำลังกายออกไปซะ เพราะว่าร่างกายของเราสูญเสียเกลือแร่มากไปจะทำให้มีผลต่อการรับรู้ของร่างกายให้ผิดปรกติ
มีอาการง่วงและอดนอน
ถ้าเรานอนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ เช่นนอนต่ำกว่า 5 ชั่วโมงนั้นก็ไม่ควรที่จะออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าร่างกายจะเพลียและอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการออกกำลังกายได้
ที่มา : https://men.mthai.com/health-firm/148055.html
ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและให้ประโยชน์ต่อร่างกายของเราก็ตาม แต่ว่าการออกกำลังกายนั้นก็อาจจะสร้างโทษให้กับร่างกายของเราได้เหมือนกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็น กล้ามเนื้อบาดเจ็บ หรือรวมไปถึงข้อต่อของบาดเจ็บได้ถ้าร่างกายของเราไม่พร้อม แต่ยังฝืนออกกำลังต่อไป ซึ่งนี่คือ 3 อาการ ที่เราควรหยุดออกกำลังกายเอาไว้ก่อน เอาไว้ให้พร้อมแล้วค่อยเริ่มใหม่ เพราะว่าถ้าฝืนทำไปร่างกายจะมีแต่เสียกับเสีย
มีอาการเหมือนจะไม่สบาย
ถ้าอุณหภูมิของร่างกายของเราสูง เช่น ถ้ามีอาการไข้ ตัวอุ่นๆ และมีอาการปวดหัว ก็ควรที่จะชะลอการออกกำลังกายไปก่อน เพราะว่าถ้าเราฝืนออกกำลังกายร่างกายก็จะเพิ่มความร้อนเป็นเท่าตัว อาจส่งผลเสียต่อระบบร่างกายจนทำให้อาจเกิดอาการช็อคหรือหมดสติได้
มีอาการท้องเสีย
ถ้าเรามีอาการท้องเสีย หรือถ่ายเกินสามครั้งขึ้นไปในหนึ่งวัน ในวันนั้นควรที่พักการออกกำลังกายออกไปซะ เพราะว่าร่างกายของเราสูญเสียเกลือแร่มากไปจะทำให้มีผลต่อการรับรู้ของร่างกายให้ผิดปรกติ
มีอาการง่วงและอดนอน
ถ้าเรานอนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ เช่นนอนต่ำกว่า 5 ชั่วโมงนั้นก็ไม่ควรที่จะออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าร่างกายจะเพลียและอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการออกกำลังกายได้
ที่มา : https://men.mthai.com/health-firm/148055.html
วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560
เรื่องเข้าใจผิดของการออกกำลังกายตอนท้องว่าง
เป็นความเชื่อที่ผิดครับ ✖ กับ
“การออกกำลังกายตอนท้องว่าง...จะช่วยให้เราลดไขมันได้ดีขึ้น”
เพราะเรายังไม่ได้รับประทานอะไรเลย ไม่มีพลังงาน อีกทั้งร่างกายของคุณจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากกว่า ➖💪
.
เมื่อคุณเริ่มต้นการออกกำลังกายตอนท้องว่าง น้ำตาลในเลือดจะต่ำลง ➖ ร่างกายจะเก็บ “ไกลโครเจน” และใช้ไขมันมากขึ้น ➕ ที่มากกว่านั้นคือร่างกายจะสลายโปรตีนในร่างกายมาใช้ด้วย
.
▶ ดังนั้นการเพิ่มพลังงาน จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเบิร์นไขมันในร่างกายของคุณ ให้เกิดการเผาผลาญในระบบให้มีประสิทธิภาพ
ตามสมการข้างล่างนี้ครับ 👦
.
พลังงานที่ได้รับ ▶ พลังงานที่ใช้
หลักเกณฑ์การลดน้ำหนักง่ายๆ ที่ใช้แล้วได้ผลดีครับ ✔😋
___________________________________________
.
💡 สาระน่ารู้: เพราะร่างกายจะเริ่มดึงไขมันมาใช้หลังออกกำลังกาย 90 นาที หมายความว่าก่อน 90 นาที ร่างกายจะดึงคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน มาช่วยเผาผลาญในระบบร่างกายก่อน ________________________________________
#fit4funknowledge
Official Line คลิก line.me/ti/p/%40fit4fun
Website : www.fit4funrelax.com
#fit4funrelax
“การออกกำลังกายตอนท้องว่าง...จะช่วยให้เราลดไขมันได้ดีขึ้น”
เพราะเรายังไม่ได้รับประทานอะไรเลย ไม่มีพลังงาน อีกทั้งร่างกายของคุณจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากกว่า ➖💪
.
เมื่อคุณเริ่มต้นการออกกำลังกายตอนท้องว่าง น้ำตาลในเลือดจะต่ำลง ➖ ร่างกายจะเก็บ “ไกลโครเจน” และใช้ไขมันมากขึ้น ➕ ที่มากกว่านั้นคือร่างกายจะสลายโปรตีนในร่างกายมาใช้ด้วย
.
▶ ดังนั้นการเพิ่มพลังงาน จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเบิร์นไขมันในร่างกายของคุณ ให้เกิดการเผาผลาญในระบบให้มีประสิทธิภาพ
ตามสมการข้างล่างนี้ครับ 👦
.
พลังงานที่ได้รับ ▶ พลังงานที่ใช้
หลักเกณฑ์การลดน้ำหนักง่ายๆ ที่ใช้แล้วได้ผลดีครับ ✔😋
___________________________________________
.
💡 สาระน่ารู้: เพราะร่างกายจะเริ่มดึงไขมันมาใช้หลังออกกำลังกาย 90 นาที หมายความว่าก่อน 90 นาที ร่างกายจะดึงคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน มาช่วยเผาผลาญในระบบร่างกายก่อน ________________________________________
#fit4funknowledge
Official Line คลิก line.me/ti/p/%40fit4fun
Website : www.fit4funrelax.com
#fit4funrelax
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




