วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

จัดให้ขลังดันให้ปัง! ผ่าเทรนด์วิ่ง..ในวันที่เส้นชัยถึงช้าลง

 เผยแพร่: 17 พ.ย. 2562 10:35   ปรับปรุง: 18 พ.ย. 2562 16:29   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ที่มา: https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000110182?fbclid=IwAR2WSLrhPN-ErvphmPozR3tv9Rbl8M5XVaDdqFEhSdxJrkTuJuNfdobrw-c 

"ในปีหน้าผมเชื่อว่าจะมีหลายงานที่ล้มลม และหายไปเยอะ และจากการศึกษาข้อมูลนักวิ่ง เทรนด์การวิ่งไม่ได้เน้นความเร็ว แต่เน้นคอนเทนต์เป็นตัวสำคัญ" ฐิติ ยะกุล ประธานคณะทำงานมาตรฐานงานวิ่งประเทศไทย เผยถึงเทรนด์การวิ่งที่เปลี่ยนไป เดิมเป้าหมายอยู่ที่เส้นชัย หรือสถิติหน้าเส้นชัย แต่ระยะหลังๆ มีสัญญาณบางอย่างที่ทำให้เหตุผลในการเข้าร่วมแข่งขันเปลี่ยนไป คือ เวลาถึงเส้นชัยช้าลง นักวิ่งจำนวนไม่น้อยเน้นการท่องเที่ยวมากขึ้น และอายุไม่ใช่ประเด็นสำหรับนักวิ่ง

สิ่งเหล่านี้สามารถอธิบายได้ว่า นักวิ่งในปัจจุบันจะเน้นเรื่องจิตใจมากกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการแข่งขัน พูดง่ายๆ คือ "เน้นประสบการณ์ที่ดี มากกว่าสถิติหน้าเส้นชัย" ทำให้วงการวิ่งต้องปรับตัว พร้อมๆ กับสร้างมาตรฐานการวิ่งโดยคำนึงถึง "ความปลอดภัย" และ "ความเท่าเทียม" เนื่องจากปัจจุบันมีงานวิ่งผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่ในขณะเดียวกันก็พบดราม่าสั่นสะเทือนวงการวิ่งอยู่หลายครั้งเช่นกัน

ดังนั้น เพื่อให้วงการวิ่งในไทยอยู่รอดอย่างยั่งยืน เมื่อเร็วๆ นี้ คณะทำงานพัฒนาแนวทางและมาตรฐานการจัดการวิ่ง ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสมาพันธ์ชมรมเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพไทยจัดเสวนา "มาตรฐานการจัดกิจกรรมวิ่งเพื่อสุขภาพ" โดยมี ฐิติ ยะกุล เป็นหนึ่งในคณะทำงาน และทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ ดารานักวิ่ง มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางและมาตรฐานการจัดงานวิ่งของต่างประเทศ และให้คำแนะนำแก่แกนนำผู้จัดงานวิ่งทั่วประเทศ รวมไปถึงหน่วยงาน องค์กรต่างๆ เพื่อวางมาตรฐานสำหรับประเทศไทยในการจัดงานวิ่งอย่างยั่งยืน


ฐิติ ยะกุล ประธานคณะทำงานมาตรฐานงานวิ่งประเทศไทย

"ฐิติ" พยายามชี้ให้เห็นว่า วงการวิ่งค่อยๆ ตกลง พร้อมๆ กับเทรนด์การวิ่งที่เปลี่ยนไป ซึ่งเขาเชื่องานวิ่งในปีหน้า หรือปีถัดๆ ไป งานวิ่งจะอยู่รอดได้ ผู้จัดต้องให้ความสำคัญกับ 2 เรื่องนี้ นั่นก็คือ การทำการตลาด และการจัดการต้องดี

"ยกตัวอย่างจอมบึงมาราธอน เป็นที่ชัดเจนว่า เป็นงานวิ่งของชาวบ้าน หลายปีก่อนมีคนพยายามพาจอมบึงไปสู่อินเตอร์ฯ ผมบอกไม่ใช่ อย่าออกจากหมู่บ้านเป็นอันขาด ออกเมื่อไรคุณตายทันที คุณไม่มีทุน สินทรัพย์อย่างเดียวที่จอมบึงมีคือคน คือชาวบ้าน นี่คือคอนเทนต์ คนที่มาวิ่งไม่อยากเห็นจอมบึงอินเตอร์เนชั่นแนล พวกเขาอยากเห็นชาวบ้าน อยากเห็นพระพรมน้ำมนต์ อยากเห็นความเป็นธรรม อยากวิ่งชมความธรรมดาของหมู่บ้านแห่งนี้

ขณะที่บางงานอย่างตะนาวศรีเทรล เป็นงานวิ่งที่ขายความยาก ไม่ใช่ว่าไล่นักวิ่ง แต่บอกให้รู้เลยว่ามันยาก หรือที่เขาประทับช้างเทรล ถูกวางให้เป็นสนามเทรลสำหรับนักวิ่งเทรลหน้าใหม่ ถือว่าเป็นการชักชวนเพื่อนนักวิ่งถนน รวมถึงนักวิ่งหน้าใหม่ให้ลองหันมาวิ่งเทรลกันบ้าง ดังนั้นจึงเป็นที่มาของชื่อ 'เทรลอนุบาล' เป็นปฐมบทของการวิ่งเทรล ซึ่งประสบผลสำเร็จเกิดคาด

นี่คือตัวอย่างที่กำลังจะบอกว่า การขายคอนเทนต์อะไรก็ตาม ไม่ว่าจะยาก หรือง่าย ต้องรู้ว่ากำลังคุยกำลังใคร นักวิ่งมี 16 ล้านคน เราต้องการนักวิ่ง 5,000 คน จะเอาทั้ง 16 ล้านคนมาสมัครงานเรา ผมว่ามันไม่ใช่ ก่อนเปิดรับสมัครเราอาจจะคุยกับคนล้านคน หลังรับสมัครแล้วเหลือคุยกับคนแค่ระดับพันคนเท่านั้น ผมเชื่อว่าการตลาดจะมีบทบาทค่อนข้างสูงในปีหน้า จะทำให้งานวิ่งยั่งยืนหรือไม่ ขานี้คือขาที่สำคัญ"

ส่วนอีกขาคือ เรื่องของการจัดการ "ฐิติ" บอกว่า การประเมินความเสี่ยงก่อนการแข่งขันจริง ช่วยให้งานวิ่งมีความน่าเชื่อถือ และยั่งยืนในอนาคต

"เราไม่รู้หรอกว่านักวิ่งจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ถ้าจะให้คนอื่นวิ่ง เราต้องวิ่งก่อน วิ่งในเวลาจริง วิ่งแล้วเจออะไร เหนื่อยอย่างไร หนักอย่างไร เส้นทางเป็นอย่างไร วางเท้าได้หรือไม่ แสงสว่างพอหรือไม่ ไม่พอจัดการอย่างไร มีหมามั้ย พระอาทิตย์ขึ้นทางไหน แยงตานักวิ่งหรือไม่ จุดเสี่ยงมีมั้ย ผ่านหน้าโรงพยาบาลหรือเปล่า ผ่านทางรถไฟหรือไม่ ที่กั้นจะตกลงมาตอนนักวิ่งทำเวลาหรือเปล่า


นอกจากนั้นยังต้องดูผลกระทบกับชุมชนด้วย เช่น มีคนเดือดร้อนเท่าไร ถ้ากัก 1 นาทีให้นักวิ่ง รถจะมาเท่าไร หางยาวเท่าไร ถ้ารู้ตรงนี้ก็จะสามารถตอบตำรวจได้ หรือชุมชนเอง งานวิ่งปิดทางบิณฑบาตรของพระตอนเช้าหรือไม่ เวลานั้นชาวบ้านออกไปเลี้ยงวัวหรือยัง เป็นต้น"


ด้าน ทนงศักดิ์ ดารานักวิ่ง และพิธีกรประจำงานวิ่ง เสริมเรื่องการประเมินความเสี่ยงเพื่อการจัดการงานวิ่งที่ปลอยภัย และเท่าเทียม โดยให้แนวทางง่ายๆ ในกรณีเจอปัญหาที่ต้องแก้ให้ทันเวลา

"ถ้าทางข้างหน้าเป็นหลุม เป็นบ่อแล้วเราสร้างไม่ทัน ต้องลาดยางใหม่หรือเปล่า ไม่ต้องนะครับ วิธีแก้คือทำป้ายบอกให้เขาได้รับทราบว่าทางข้างหน้าเป็นอย่างไร ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจัดการ แม้จะเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย ผมมองว่า เสียตอนแรกดีกว่าเกิดอุบัติเหตุแล้วต้องมานั่งเสียทีหลัง ซึ่งนอกจากเสียชื่อแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งทำให้วงการวิ่งที่ค่อยๆ ล้มลงเรื่อยๆ มันยิ่งตกลงไปอีก"


สุดท้าย ความปลอดภัยทางการแพทย์คืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญ ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่า งานวิ่งไม่ใช่วิ่งเพื่อสุขภาพ แต่นักวิ่งมีความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บ หรือเกิดเหตุไม่คาดคิดได้

"บางครั้งงานนั้นเป็นงานครั้งแรกในชีวิตใครบางคน หรือบางคนเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แล้วมาวิ่งเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง หรือบางคนวิ่งเพื่อทำสถิติ เราในฐานะผู้จัดต้องเตรียมทุกอย่างเพื่อความปลอดภัย อย่าได้อ้างว่าเป็นงานวิ่งเพื่อสุขภาพแล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น" ฐิติบอก เช่นเดียวกับทนงศักดิ์ที่ปิดท้ายโดยเน้นย้ำว่า งานวิ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และความเท่าเทียม

"บางคนบอกว่าในงานมีรถกู้ภัย มีรถพยาบาล แต่ในรถพยาบาลคันนั้นมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตพร้อมหรือไม่ เรื่องนี้ผู้จัดงานต้องรู้เพื่อจะได้แจ้งให้นักวิ่งได้ทราบ เช่น มีรถกู้ภัยอยู่ 3 คัน ไม่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตนะ มาวิ่งต้องระวังด้วย ตรงนี้ผมมองว่าเป็นความแฟร์ หรือความเท่าเทียมที่ต้องบอกกับนักกีฬา อยากให้มองว่านักวิ่งคือญาติพี่น้องของเรา คือเพื่อนสนิทของเรา เมื่อเกิดเหตุเราจะดูแลพวกเขาอย่างไร แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไว้ก่อน"


ทั้งนี้ คณะทำงานพัฒนาแนวทางและมาตรฐานการจัดการวิ่งได้จัดทำ "ข้อปฏิบัติที่ดีในการจัดกิจกรรมวิ่งประเภทถนน" ซึ่งได้จากการสังเคราะห์องค์ความรู้จากแหล่งต่างๆ และกลั่นกรองนำมาประยุกต์ใช้กับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คู่มือการจัดกิจกรรมวิ่งประเภทถนนของสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (International Assocoiation of Athletics Federations : IAAF) ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่ดูแลกฎ กติกาด้านกรีฑา (รวมถึงการวิ่งประเภทถนน) และยังเป็นผู้จัดระดับคุณภาพของการจัดการแข่งขันวิ่งถนนในระดับโลก ดาวน์โหลดได้ที่ resource.thaihealth.or.th

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

5กลุ่มกล้ามเนื้อ...'กุญแจสำคัญ' สู่การเป็นนักวิ่งที่แข็งแรง

 นักวิ่ง สมัครเล่น

10 กันยายน 2019  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/runnerbkk/posts/538921859984420

#5กลุ่มกล้ามเนื้อ...'กุญแจสำคัญ' สู่การเป็นนักวิ่งที่แข็งแรง

การที่นักวิ่งแต่ละคนจะวิ่งได้มีประสิทธิภาพ และลดภาวะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้นั้น การรู้จักและเข้าใจระบบกล้ามเนื้อในร่างกาย จึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด 

1. Gluteus Muscle (กลูเตียส มัสเซิล) 

#กลุ่มกล้ามเนื้อสะโพก

ในทางการแพทย์ เราจะเรียกกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ว่า Gluteus (กลูเตียส) เป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของร่างกายที่อยู่บริเวณสะโพก กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ เป็นกล้ามเนื้อกลุ่มสำคัญของร่างกายที่ใช้ในการเคลื่อนไหวเลยก็ว่าได้ โดยกล้ามเนื้อ Gluteus นี้ จะประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อ 3 มัดย่อย ได้แก่ Gluteus Maximus, Gluteus Medius และ Gluteus Minimus กล้ามเนื้อ 3 มัดนี้ เปรียบเสมือน 3 พี่น้อง ที่ทำงานร่วมกัน โดยหน้าที่หลักก็คือเป็นกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ให้ความแข็งแรงและความมั่นคงต่อข้อต่อสะโพก (Hip) และเชิงกราน (Pelvis) ควบคุมให้เกิดการเคลื่อนไหวของร่างกายในทั้งสามทิศทาง เป็นไปอย่างมั่นคงมากยิ่งขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ ยังทำหน้าที่ควบคุมแนวของข้อเข่า ในการยืน เดิน หรือวิ่งอีกด้วย เมื่อไหร่ก็ตามการเกิดปัญหาต่อกล้ามเนื้อมัดนี้ หรือภาวะที่กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ (Dysfunction) ก็ย่อมส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บต่อข้อต่อในส่วนล่าง ไม่ว่าจะเป็นข้อเข่า ข้อเท้า หรือข้อต่อส่วนบน เช่นหลังส่วนล่าง หรือแม้กระทั่งข้อไหล่ ก็ย่อมส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้น หากนักวิ่งท่านใดก็ตาม ที่มีคำถามว่า “ถ้าไม่มีเวลาออกกำลังกายกล้ามเนื้อ หรือมีเวลาจำกัด ให้เลือกออกกำลังกายกลุ่มกล้ามเนื้อสะโพก หรือ Gluteus Muscle ก่อนเป็นอันดับแรกเลย จะได้ผลและประสิทธิภาพมากที่สุด”

2. Quadriceps Muscle (ควอทไดรเซป มัสเซิล) 

#กลุ่มกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า

กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ นักวิ่งหลายๆคนอาจจะรู้จักกันเป็นอย่างดี Quadriceps (ควอทไดรเซป) หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า Quad (ควอท) นั้น เป็นกล้ามเนื้อกลุ่มใหญ่ ที่ประกอบด้วยการวางตัวของกล้ามเนื้อ 4 มัด ที่วางตัวในทิศทางที่แตกต่างกัน แต่หน้าที่หลักก็คือการที่ทำให้ร่างกายเราเกิดการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้นั่นเอง กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ หลายๆคนอาจจะไปมุ่งเน้นการเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อมัดนี้อย่างหนักหน่วง จนเกิดภาวะที่กล้ามเนื้อมัดนี้ ตึงตัวมากเกินไปได้ และการที่กล้ามเนื้อมัดนี้ตึงตัวมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาต่อข้อเข่าได้ หรือแม้กระทั่งความสมดุลความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดนี้ กับกล้ามเนื้อทางด้านหลัง ที่ทำงานสัมพันธ์กัน หากเกิดความไม่สมดุลของแรงกล้ามเนื้อแล้วนั้น ก็ย่อมที่จะเป็นตัวที่ส่งเสริมให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น

3. Core Muscle (คอร์ มัสเซิล) 

#กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อหน้าท้อง

แน่นอนว่าปัจจุบันทุกท่านต้องเคยได้ยินคำว่า Core ซึ่งก็หมายถึงแกนกลาง  และแน่นอนว่า Core Muscle ก็คือกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ซึ่งถ้าจะให้อธิบายโดยละเอียดแล้วนั้น คงจะว่ากันยาว แต่กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวนี้ มีความสำคัญไม่แพ้กับกลุ่มกล้ามเนื้อสะโพกเลยก็ว่าได้ เพราะกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ เป็นกล้ามเนื้อที่สร้างแรงและเป็นตัวส่งแรงให้กับร่างกายเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่เราต้องการได้ ในการวิ่งนั้นเราต้องการอาศัยแรงในการส่งให้ร่างกายพุ่งเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างแรงและเร็ว แต่ลองคิดดูว่า ถ้ากล้ามเนื้อแกนกลางไม่แข็งแรง และสูญเสียพลังงานในการที่จะต้องออกแรงคุมการเคลื่อนไหวทิศทางอื่นที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในการวิ่งแล้วนั้น ย่อมส่งผลให้เกิดการวิ่งที่ผิดฟอร์มการวิ่งไปได้ และซ้ำจะส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บต่อร่างกายส่วนอื่นๆได้ง่ายอีกด้วย การฝึกความแข็งแรงแกนกลางลำตัว จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ลำดับความสำคัญต้นๆสำหรับนักวิ่งเลยก็ว่าได้

4. Hamstrings Muscle (แฮมสตริง มัสเซิล) 

#กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง

กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ เรียกกันง่ายๆว่า Ham (แฮม) เป็นกล้ามเนื้อที่วางตัวอยู่ทางด้านหลังต้นขา หน้าที่หลักๆของกล้ามเนื้อมัดนี้คือการงอเข่า ขณะที่เรายกขาวิ่ง แต่หน้าที่รองของกล้ามเนื้อมัดนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือการเป็นตัวช่วยให้ Gluteus Maximus ออกแรงได้ดีและมีประสิทธิภาพ และทำงานร่วมกับ Quadriceps Muscle ในการควบคุมการเคลื่อนไหวของข้อเข่า ซึ่งโดยปกติ กล้ามเนื้อ Quadriceps และ Hamstring จะมีการทำงานสัมพันธ์กันอย่างเหมาะสมในการออกแรงเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ดี และเมื่อไหร่ก็ตาม เกิดภาวะไม่สมดุลกันของความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสองกลุ่มนี้ ย่อมส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บต่อโครงสร้างข้อเข่า หรือข้อสะโพก ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น กล้ามเนื้อมัดนี้จึงเป็นอีกมัด ที่นักวิ่งทั้งหลายไม่ควรมองข้าม

5. Calf Muscle (คาฟ มัสเซิล) 

#กล้ามเนื้อน่อง

กล้ามเนื้อมัดสุดท้าย ที่เป็นกุญแจสำคัญของนักวิ่ง และพบปัญหาได้บ่อย ก็คือ Calf Muscle (คาฟ) ซึ่งกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ จะประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อ 2  มัดหลักๆ ได้แก่ Gastrocnemeus (แกสตรอคนีเมียส) และ Soleus (โซเลียส) ซึ่งจะว่าไป บริเวณแข้ง ยังมีกล้ามเนื้ออีก 2 มัดที่สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งก็คือ Tibialis Anterior (ทิเบียลิส แอนทีเรียร์) และ Tibialis Posterior (ทิเบียลิส โพสทีเรียร์) (ซึ่งขอไว้กล่าวในเรื่องหน้าครับ) กลับมาที่ Calf Muscle ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อเจ้าปัญหาที่นักวิ่งหลายท่านมักจะประสบปัญหาการเป็นตะคริวในกล้ามเนื้อมัดนี้ได้ง่าย และไม่ว่านักวิ่งแต่ละท่าน จะวิ่งด้วยเทคนิคการวิ่งไหนก็ตาม กล้ามเนื้อกลุ่มนี้เป็นกล้ามเนื้อที่ต้องทำงานหนักอยู่ตลอดระยะเวลา ไม่เฉพาะแค่การวิ่ง ในชีวิตประจำวัน การยืน การเดิน กล้ามเนื้อมัดนี้ ต้องทำงานตลอด เมื่อเกิดแรงกระทำซ้ำๆเกิดขึ้นตลอดเวลา ย่อมส่งให้เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อมัดนี้ได้ง่าย และหากปล่อยผ่านเลยไป ไม่สนใจเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดนี้กลับมา หรือการเทรนนิ่งที่ผิดไป ไม่ว่าการไปเพิ่มระยะที่เร็วเกินไป การเพิ่มความหนักที่มากเกินไป ย่อมส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อมัดนี้ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น การยืดเหยียดและเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อมัดนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

--------------------------

Original Post: กิตตินัฐ นวลใย

www.redant.co.th/physical-therapy-ep2/

--------------------------

#นักวิ่งสมัครเล่น #BeginnerRunning's

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ผู้ชายวัย 65 ที่วิ่งมาราธอน ด้วยเวลา 3.23

 Runner's journey

26 พฤศจิกายน 2019  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/runnerjourney/posts/1759623037504922



คุณลุง pace 4

.

ผู้ชายวัย 65 ที่วิ่งมาราธอน ด้วยเวลา 3.23 

.

ปลายสายโทรศัพท์ เริ่มบทสนทนาด้วยเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ใจดี

ที่ผมได้รับการแนะนำจากรุ่นพี่ให้ได้รู้จัก 

เหมือนมีพลังงานบางอย่าง 

แค่ฟังก็อยากออกไปวิ่งตาม 

.

ไม่ใช่แค่เวลามาราธอน ที่ไวเหลือเชื่อ 

แต่เรื่องราวชีวิตนั้นล้วนน่าสนใจ และเป็นแบบอย่าง

.

วิ่งในบอสตัน เป็นแชมป์ขอนแก่นมาราธอน 

กับเป้าหมายคนไทยวัย เกิน 60 คนแรกที่ได้เหรียญ six star 

และหน้าที่การงานที่สำคัญ

ผมแค่รอซ้อมให้พร้อมอีกนิด เพื่อจะวิ่งให้ทันถ่ายทำ 

.

คุณลุงอนันต์ ที่ผมขออนุญาตเรียกท่านว่า 

.

พี่อนันต์

คุณลุง pace 4

.

รอชมเรื่องราวของท่านเร็วๆนี้

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เช็คลิสต์ เตรียมความพร้อมสำหรับอยุธยามาราธอน

 UNIQUE RUNNING

27 พฤศจิกายน 2019  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/UniqueRunning/posts/2662447970500480

เช็คลิสต์ เตรียมความพร้อมสำหรับอยุธยามาราธอน

.


ใกล้เข้ามาแล้วนะคะสำหรับงานอยุธยามาราธอน 2019

นอกจากการเตรียมร่างกายให้พร้อมแล้ว การเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก็มีความสำคัญมากๆเช่น เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้

การทำเช็คลิสต์อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมและสิ่งที่ต้องทำ เป็นหนึ่งวิธีที่แนะนำป้องกันการลืมคะ

Smart Runner by UnionPay วันนี้เรามีตัวอย่างการทำเช็คลิสต์เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานวิ่งมาให้ สามารถนำไปใช้ได้เลยนะคะ หรือจะเอาไปปรับให้เหมาะสมก็ได้ค่ะ

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เครื่องนวด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ Myo-Trig Performance Therapy Kit

 ThaiRun ฮับความสุขนักวิ่ง

26 มิถุนายน 2019  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/thaidotrun/posts/2404434389843997




เครื่องนวด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ Myo-Trig Performance Therapy Kit

-เพิ่มการไหลเวียนของเลือด 

-ช่วยเพิ่มความเร็วในการฟื้นตัว

-เพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหว

-สลายพังผืด

-คลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัว และคลายปมกล้ามเนื้อ

-ช่วยผ่อนคลายจากการเจ็บปวดและเมื่อยล้า

สั่งซื้อได้ที่

https://shop.thai.run/product/myotrigperformancetherapykit/

 ราคา 8,500 บาท

.

ThaiRun | คิดถึงการวิ่ง คิดถึงไทยรัน 

.

สนใจร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ ฝากขายสินค้า

ติดต่อฝ่ายขาย: 064-932-0054 (คุณไอซ์)

______

สมัครวิ่ง : http://race.thai.run/ 

ค้นหารูปวิ่ง : http://photo.thai.run/ 

อ่านเรื่องวิ่ง : http://read.thai.run/ 

อุปกรณ์วิ่ง : http://shop.thai.run/ 

เวอร์ชวลรัน : http://run.thai.run/


วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ลู่วิ่งในน้ำ หรือ WATER TREADMILL เครื่องออกกำลังกายที่เบิร์นแคลลอรี่

 Longyoung Run

21 กันยายน 2019  · 

ที่มา : https://www.facebook.com/watch/?v=543791136363481



อยากมีไว้สักเครื่อง นวัตกรรมที่เหมาะสำหรับนักวิ่งขาเปลี้ยแบบแอด  

.

ลู่วิ่ง หรือ Treadmill ธรรมดาหลบไป เพราะวันนี้โลกมี WATER Treadmill แจ้งเกิดแล้ว “ลู่วิ่งน้ำ” นี้ มีจุดเด่นเรื่องการลดแรงกระแทกจากการวิ่ง ข้อมูลระบุว่าเมื่ออยู่ในน้ำ คนเราจะมีน้ำหนักเหลือเพียง 20% ทำให้สามารถลดแรงกระแทกจากการเคลื่อนไหวได้ ขณะเดียวกัน ลู่วิ่งน้ำยังสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงด้วย และเบิร์นแคลลอรี่ได้ถึง 4 เท่า!

**ความหนาแน่น (density) และแรงลอยตัว (buoyancy) ของน้ำ เนื่องจากปกติร่างกายของมนุษย์มีความหนาแน่นที่น้อยกว่าน้ำ ร่วมกับแรงลอยตัวของน้ำทำให้สามารถเคลื่อนไหวในน้ำได้อย่างอิสระ และยังลดแรงกระแทกต่อข้อต่อต่างๆ ลดอัตราการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้ดีกว่าบนบก 

**แรงดัน (hydrostatic pressure) ของน้ำ ทำให้สามารถลดอาการบวมตามแขน-ขาต่างๆ ได้

**แรงต้าน (Resistance) ของน้ำ ทำให้สามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เสมือนยกน้ำหนักบนบก และยังสามารถเพิ่มความทนทานของร่างกายได้

**วิทยาศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างความร้อนกับพลังงานกล (thermodynamics) น้ำเป็นสื่อนำความร้อน-เย็นได้ดี ดังนั้นเมื่อเราใช้น้ำอุ่นในการทำธาราบำบัด จึงสามารถเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ทำให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลาย ลดอาการเกร็งและอาการปวดต่างๆ ลงได้

สนนราคาเครื่องไม่ธรรมดา เพราะสูงถึง 69,000 ปอนด์ หรือประมาณ 3 ล้านบาท

.

ที่มา : Mashable Deals

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

Squat วันละ 45 ที ลดอายุ กระดูก และกล้ามเนื้อเหมือนคนหนุ่มสาว

 Longyoung Run

18 ตุลาคม 2019  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/longyoungrun/photos/a.372894949875946/695263810972390/

Squat วันละ 45 ที ลดอายุ กระดูก และกล้ามเนื้อเหมือนคนหนุ่มสาว


ข้อมูลจาก JapanSalaryman สาระญี่ปุ่นกับคุณบูม ได้เผยแพร่รายการทีวีญี่ปุ่นที่ทดลองทำ Squat แบบนี้ซ้ำๆ ทุกวัน 15 ทีต่อครั้ง เช้า กลางวัน เย็น รวมกันวันละ 45 ที ทดลองแค่ 3 อาทิตย์ก็เห็นผล กระดูกแข็งแรงเหมือนคนหนุ่มสาว ช่วงล่างแข็งแรงไม่หกล้มง่ายๆ

เรื่องนี้คุณ Nitta อดีตสมาชิกวงโอเนียนโกะคลับ วงไอดอลชื่อดังในตำนาน (ที่ตอนนี้อายุ 50 แล้ว) เป็นผู้มาพิสูจน์เธอบอกว่า ตอนนี้เธอเกลียดการออกกำลังกายมากๆ 

รายการได้วัดอายุกล้ามเนื้อช่วงล่างของเธอก่อน ให้เธอเหยียดขา ดูซิว่ามีแรงอยู่ในเกณฑ์ของคนอายุเท่าไหร่ อายุกล้ามเนื้อจะอ่อนหรือแก่กว่าอายุของตัวเอง เริ่มที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ทั้งที่เธออายุ 50 แต่เครื่องวัดวัดได้ว่านี่กล้ามเนื้อคนอายุ 60-69 นี่นา !!  ว่าแล้วเชียวเพราะไม่ค่อยมีแรง

ทีนี้เราวัดกล้ามเนื้อด้านหลังของต้นขาบ้าง ดูซิว่ากล้ามเนื้อเท่ากับคนอายุกี่ปี ปรากฏว่าได้ผลคือ 70-79 ปี

สรุปได้ว่ากล้ามเนื้อต้นขาทั้งด้านหน้าและด้านหลังของคุณ Nitta อายุมากกว่าอายุจริงมากกว่า 10 ปีเลย ซึ่งคุณหมอโอทาเกะก็เตือนว่า ปล่อยไว้แบบนี้นานๆ อนาคตอาจเป็น Sarcopenia!!

Sarcopenia เป็นภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย มักจะพบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้มากในคนที่มีอายุมากขึ้น อย่างสถิติของผู้หญิง อายุ 60-69 ในญี่ปุ่น 30% มีภาวะ Sarcopenia  คุณหมอยังเสริมต่ออีกว่า เมื่อเรามีมวลกล้ามเนื้อลดลง เราจะไม่ค่อยอยากเดินไปไหน ไม่ค่อยอยากออกกำลังกาย

ต่อจากนั้นความอยาดอาหารจะลดลง ...เมื่อไม่ค่อยอยากอาหาร ก็จะขาดสารอาหาร ... สุดท้ายก็ทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลงไปอีก ...เป็นวงจรอุบาทว์มากๆ ต้องระวังเอาไว้

ดังนั้น เราต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยวิธีต่างๆ ที่เราทำได้ คุณหมอขอแนะนำการสควอช (Squat) นะเพราะเหมาะกับทุกคน สูงอายุก็ทำได้ ...ลอง Squat ด้วยการจับพนักเก้าอี้  คุณหมอบอกว่า Squat แบบนี้ได้กล้ามเนื้อมากกว่าเราเดินออกกำลังกายอีก

ทีนี้มาถึงตอนสำคัญของเรื่องนี้แล้ว คุณ Nitta จะทำ Squat ที่แนะนำไปติดต่อกัน 3 อาทิตย์ ดูซิว่าจะช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นหรือไม่ โดยตั้งเป้าเอาไว้ว่า ต้องทำวันละ 45 ครั้ง (15 ครั้ง x 3  เซต) จะทำตอนไหนก็ได้แต่ต้องทำให้ครบ

แล้วเธอก็เริ่มทำ Squat ในทุกๆ วัน ระหว่าง 3 สัปดาห์นี้เธอมีไปเที่ยวที่ศรีลังกา เธอก็ขึ้นไปทำอยู่บนมรดกโลกด้วยนะ คนอื่นถ่ายรูปกัน เธอก็เอามือจับก้อนหินแล้วทำ Squat มันตรงนั้นเลย เอ้าย่อลง 1..2..3..4 ดันตัวขึ้น 1..2..3..4

ไปไหนก็ทำทุกที่ เจอป้ายเกาะป้าย เจอเสาไฟต้นเตี้ยก็ไปเกาะ แล้วทำ Squat เอาให้ครบ 15 ที x 3 Set ต่อวัน

เธอบอกว่าระหว่างทำๆ ไปก็มีกำลังใจเพิ่มขึ้น เพราะรู้สึกว่า ขาของเธอเป็น shape มากขึ้น มีแนวโน้มเห็นว่า แข็งแรงขึ้น 💪

เมื่อครบ 3 อาทิตย์แล้ว ก็ไปวัดค่าความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขาอีกที ต้นขาด้านหน้าจากครั้งก่อนที่วัดอายุได้ 60-69 รอบนี้วัดได้ 50-59 ครับ เด็กลงเป็น 10 ปีเลย!!   ส่วนกล้ามเนื้อต้นขาส่วนหลังครั้งก่อนแก่มาก วัดได้ 70-79 ปี รอบนี้เหลือ 60-69 

3 อาทิตย์ก็เห็นผลขนาดนี้แล้ววววววว

คุณหมอเสริมว่า ถ้าออกกำลังกายใช้ออกซิเจนหรือคาร์ดิโอ 3 เดือนติด เช่น การเดินสายพาน ก็ยังไม่ช่วยให้กล้ามเนื้ออ่อนเยาว์ได้ดี เท่ากับการ Squat นะ

เพราะการ Squat แต่ละทีได้กล้ามเนื้อหลายส่วนมาก มากถึง 7 ส่วนเลย และจะดีมากๆ ต่อกล้ามเนื้อก้น

แค่มีพนักเก้าอี้ช่วยพยุง แถมแบ่งๆ ทำเป็นเซ็ตได้ด้วย มาเริ่มทำกันนะคะ


ที่มาข้อมูล : JapanSalaryman สาระญี่ปุ่นกับคุณบูม