วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563

แชมป์ เขาใหญ่ 100 โล ด้วยเวลา 08:27 ชั่วโมง / ธนัท วิจิตรสุนทร (ซอ)

 วิ่งแถวบ้าน : runfronthome

11 ชม.  · 

ที่มา: https://fb.watch/2HxjOkYHHm/



คลิปวีดีโอบทสัมภาษณ์ https://fb.watch/2Hxorv6Fey/

หนุ่มวัย 33 คนนี้ ลาออกจากงาน เพื่อออกมาวิ่งจริงจัง

เลี้ยงชีพด้วยเงินเก็บเพียงอย่างเดียว สู่แชมป์ เขาใหญ่ 100 โล

ด้วยเวลา 08:27 ชั่วโมง / ธนัท วิจิตรสุนทร (ซอ)

----------------------------------------------------------

คลิปนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเขา

เขาซ้อมอย่างไร เขาวิ่งอย่างไร

และเขาจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร

ติดตามคลิปนี้ให้จบนะครับ

-------------------------------------------------------

ขอบคุณ 

ZAMST Thailand ที่สนับสนุนงานของเพจเรา

คิดถึงอุปกรณ์ซัพพอร์ตคุณภาพดีจากญี่ปุ่น ให้นึกถึง Zamst

ติดตามสินค้าของ Zamst ได้ที่ 👇👇

https://www.facebook.com/ZAMSTThailand

-----------------------------------------------------

ติดตามคลิปต่างๆ ของเพจวิ่งแถวบ้านย้อนหลังได้ที่

https://www.youtube.com/channel/UCM6mdftQIyMn9k32waRdj2A

#ไม่ใช่นักวิ่งแถวหน้าพวกเราแค่วิ่งแถวบ้าน

#วิ่งแถวบ้าน

#Khaoyai100K

#ZamstThailand

#Zixpax

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563

วอร์มอัพก่อนวิ่งใน 5 นาที

 MICE & Communication ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 7 ภาพลงในอัลบั้ม: รอบรู้เรื่องวิ่ง

18 เมษายน 2019  · 

"วอร์มอัพก่อนวิ่งใน 5 นาที"

ที่มา: https://www.facebook.com/miceandcom/photos/a.2616573691689669/2616576358356069/




หลังจากเอาชนะภาวะเตียงดูดและลากตัวเองออกมาวิ่งสำเร็จแล้ว ก่อนเริ่มวิ่ง หลายๆ คนอาจมองข้ามหรือไม่ค่อยทำการวอร์มอัพก่อนวิ่ง บางคนอาจทำแค่ขยับแข้งขานิดหน่อย หรือเดินช้าๆ เป็นการวอร์มอัพแทน ที่จริงแล้วไม่ดีนะคะ เพราะเดี๋ยวกล้ามเนื้ออาจอักเสบหรือบาดเจ็บได้นะ

.

เพื่อนๆ คงสงสัยว่าจริงๆ แล้วเราควรวอร์มอัพกี่นาทีดี... ที่จริงแล้วการวอร์มอัพเพียง 10 นาทีอาจได้ผลที่ดีได้เช่นเดียวกับการวอร์มอัพนาน 20 นาทีหรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเวลาและท่าการวอร์มที่มีประสิทธิภาพ เพราะจากผลการศึกษาทดสอบความอดทนของนักวิ่งจากวารสารการวิจัย Journal of Strength and Conditioning Research เมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่าหากวิเคราะห์จากความเร็ว อัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณออกซิเจน และอัตราการรับรู้การออกแรงแล้ว แทบไม่พบความต่างระหว่างการวอร์มอัพ 10 หรือ 20 นาที เลย

.

ในความเป็นจริง ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่าคุณสามารถลดเวลาการวอร์มอัพได้ถ้าจำเป็นจริงๆ ซึ่งการยืดเหยียดแบบไดนามิก 5 นาทียังคงให้สิ่งที่คุณต้องการเพื่อช่วย “ป้องกันการบาดเจ็บ” และนี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุดในการวอร์มอัพ เพราะเมื่อเรามีอายุมากขึ้นความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อจะลดลง การวอร์มอัพนี่แหละที่จะช่วยให้ร่างกายและกล้ามเนื้อพร้อมสำหรับการวิ่งของคุณได้อย่างเหมาะสม

.

วันนี้เราเลยนำ “การวอร์มอัพแบบไดนามิกฉบับย่อ แค่ 5 นาที” ที่ช่วยอุ่นเครื่องร่างกายก่อนออกวิ่งได้ดีและยังช่วยป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้ออีกด้วยมาฝากกันค่ะ 

.

คลิกที่ภาพแล้วไปชมกันเลยย

.

ที่มา: runnersworld.com

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เทคนิคการวิ่ง ลดความเสี่ยงเจ็บ สำหรับคนน้ำหนักเยอะ

 Longyoung Run

28 กันยายน 2019  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/longyoungrun/posts/679884669176971



เทคนิคการวิ่ง ลดความเสี่ยงเจ็บ สำหรับคนน้ำหนักเยอะ

--------------------------------------------

นักวิ่งเก่งๆจะมีฟอร์มท่าวิ่งที่ดี มองแล้วเท่จัง  ส่วนนักวิ่งใหม่ๆอย่างเราช่วงแรกๆ อาจหาฟอร์มตัวเองยังไม่เจอ  ปัญหาส่วนใหญ่หลักคือ มีการวิ่งที่ไม่ไม่ถูกลักษณะและมีวิธีการลงเท้าที่ผิดวิธี จึงทำให้ได้รับบาดเจ็บ  ยิ่งน้ำหนักตัวที่เกินพอดีไปนิดนึงอย่างพวกเราด้วยแล้ว มีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป อาจจะทำให้ข้อต่อเรา แบกรับน้ำหนักเราเยอะเกินไป การลงน้ำหนักเท้าจึงต้องทำด้วยความระวังมากขึ้น

--------------------------------------------

เทคนิคที่จะช่วยลดความเสี่ยงนี้ คือ

1️⃣ ลักษณะการวิ่งที่ถูกวิธี - การวิ่งที่ถูกวิธีคือการวิ่งโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย   ห้ามแกว่งไปซ้ายไปขวา

2️⃣  แขนงอไม่เกิน 90 องศา - ไม่เกร็ง แกว่งแขนไปด้านหน้าและหลัง ขณะวิ่ง  มื่อแกว่งแขนถูกวิธีจะช่วยให้วิ่งได้ดี และบาลานซ์ร่างกายให้สามารถวิ่งได้ไม่เหนื่อย ส่งผลทำให้ร่างกายวิ่งได้สะดวก

3️⃣ ลักษณะลงเท้าที่ถูกวิธี - การลงเท้าสำหรับการวิ่งเพื่อลดการกระแทกที่จะเกิดขึ้นให้ลงปลายเท้าหรือกลางเท้า  ลงเท้าให้นิ่ม การลงเท้าที่ดีจะต้องผ่อนน้ำหนักให้ลงพื้นอย่างพอดี และไม่หนักหรือเบาเกินไป 

ลดระยะการก้าวเท้าให้สั้นขื้น  - ภาษาวิ่งเรียกว่า higher cadence  โดยเพิ่ม cadence (จำนวนก้าวต่อนาที) ในการวิ่งแทน 

การก้าวเท้าที่ยาวเกินไป (Over-striding) เมื่อเท้าสัมผัสกับพื้นดิน ส้นเท้าจะลงพื้นก่อน (heel strike) โดยขาจะกางออกตรง เข่าจะล็อคทําให้เกิดการเบรคและมีเเรงปะทะที่มาก ซึ่งสามารถทําให้เกิดการบาดเจ็บได้

จากภาพเห็นว่ายิ่งมุมของเข่ากางออกเท่าไหร่ จังหวะที่เท้าเราสัมผัสพื้นตำแหน่งของเท้านั้นอยู่ห่างจากลำตัวของเรา ภาษาอังกฤษเรียกว่า CG (Center of Gravity) หมายถึงว่าน้ำหนักตัวของเราจะลงตรงนั้น ยิ่งถ้าเท้าของเราสัมผัสพื้นห่างออกจากเส้นนี้มากเท่าไหร่ เเรงปะทะที่เกิดขื้นกับร่างกายก็จะยิ่งมากขื้นเท่านั้น !!! 

4️⃣  ให้ออกแรงด้วยกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง  - ให้ใช้แรงโน้มถ่วงโลก ไม่ให้ใช้กล้ามเนื้อน่อง หล้กการของการก้าวขาคือการยืดผลักขาไปข้างหลังเพื่อให้ตัวไปข้างหน้ามากกว่าการก้าวขายาวขึ้นไปข้างหน้า คือใช้กล้ามเนื้อก้นและ hamstring ให้มากขึ้นในการผลักดันนั่นเองค่ะ

การวิ่งที่ดี ต้องวิ่งมาจากก้นไงคะ เมื่อใช้กล้ามเนื้อด้านหลังมากแล้ว นี่คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราไม่ต้องแตะเบรคทุกครั้งที่ลงเท้าเหมือนกับการก้าวขายาว (overstride)ไปข้างหน้า ไม่ว่าจะลงพื้นด้วยปลายเท้า กลางเท้า หรือส้นก็ตาม การ overstride คือการแตะเบรคตัวดีเลย

-----------------------------------------------

💬   นี่เป็นเพียงหลักการเบื้องต้นสำหรับการวิ่งช่วงแรกๆ เพื่อให้สามารถวิ่งได้อย่างสนุกและต่อเนื่อง  ก้าวขาสั้น และไม่ยกสูง ทำให้ร่างกายเหนื่อยน้อยลง

แต่ท้ายสุด การวิ่งจะมีประสิทธิภาพคือต้องมีวินัยในการฝึกฝนและพักผ่อนให้เพียงพอ  ขอให้เพื่อนนักวิ่งมีก้าวการวิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองกันนะคะ

-----------------------------------------------

ที่มาข้อมูล :

- Daniels’ Running Formula by Jack Daniels

- Running Cadence: Why it Matters and How to Improve Yours https://is.gd/XAap9M

. .

กลุ่มพูดคุย "YoungRun"

https://www.facebook.com/groups/392343794827887/

ช่องทางสั่งซื้อสินค้า

https://www.digivshop.com/

อย่าลืมติดตาม กดติดดาวตั้งค่าเห็นก่อนนะคะ เพื่อไม่พลาดข้อมูลข่าวสาร #เผ่านักวิ่ง2 #longyoungrun

วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563

VO2max กับ ประสิทธิภาพในการวิ่ง

 Longyoung Run

28 มิถุนายน 2019  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/longyoungrun/posts/622388771593228



VO2max  กับ ประสิทธิภาพในการวิ่ง

ว่าด้วยเรื่อง Running Economy (น่าจะแปลได้ว่า ประสิทธิภาพในการวิ่ง) กับ VO2max

อยากรู่ว่าฟิตแค่ไหน ต้องดูค่า VO2 Max  ค่า VO2 max ง่ายๆ คือ การบอกความฟิต ว่าคุณ ฟิตแค่ไหน มีหน่วย ออกซิเจนที่ใช้เป็น cc ต่อ นน. 1 กิโล ต่อ 1 นาที

การออกกำลังการแบบ Aerobic ผสานกับ Anarobic ที่สัดส่วนพอเหมาะ จะทำให้ ความฟิตเพิ่มเร็วมากขึ้น  ซึ่งนาฬิกา ออกกำลัง สามารวัดค่า VO2 Max ได้ จากใช้ Algolithm ของ HR และ ความเร็วในการวิ่งจาก GPS

แต่การวัดจากนาฬิกา มีความคลาดเคลื่อนได้พอสมควร จาก ปัจจัยที่มีผลต่อ HR เช่น อากาศ ร้อน อากาศ เย็น ไม่สบาย เครียด 

.

📌📌  VO2max นั่น ถ้าเปรียบ กับรถยนต์ คือ ขนาดเครื่องยนต์ ที่บอกว่ากระบอกสูบรถยนต์เราใหญ่แค่ไหน รถกี่ CC เพราะเป็นค่าที่บอกว่า เราใช้พลังงานได้สูงสุดแค่ไหน เครื่อง 1800cc ก็ควรจะ วิ่งได้เร็วกว่า รถ 1500cc ไม่ต่างกับค่า VO2max ยิ่งสูง ยิ่งดี ตรงนี้ชัดเจนเข้าใจง่าย

📌📌  Running Economy นั่น เปรียบในรถ คือ อัตราประหยัดน้ำมัน รถที่ออกแบบเครื่องยนต์ กลไกได้ดี ทำให้ ที่ความเร็วเท่ากันประหยัดน้ำมันกว่า รถคันอื่น

.

พอเป็น รถยนต์ เวลาแข่งความเร็ว รถขนาดใกล้กัน น้ำหนักใกล้กัน ถ้าไม่บังคับขนาดเครื่อง รถที่ cc สูง กว่า มาแข่งกับรถ ที่มี cc ต่ำกว่า เหยียบคันเร่งให้มิดทั้งคู่ ยังไง cc สูงก็ก็ชนะ 

จึงเป็นเรื่องปกติที่ คนที่มี VO2max สูงกว่า จะวิ่งได้เร็วได้ดี กว่า คนที่ VO2Max ต่ำ

.

🎯  แต่การวิ่ง ต่างออกไปมากที่จุดหนึ่งคือเรามี “อาการปวดล้า” ที่เพิ่มตามความเร็ว และ ระยะ มาเป็นตัวแปร 

ซึ่งตัววัดที่ชัดเจนคือ ปริมาณ ออกซิเจนที่ใช้ ณ. ความเร็วหนึ่งๆ หรือ Running economy นี่ละ ยิ่ง เราใช้ออกซิเจน ที่เพซใดๆ น้อย เราก็จะปวดล้า น้อยกว่า เหนื่อยน้อยกว่า คนอื่นๆ ถึงแม้เราจะมี VO2Max เท่ากับ หรือต่ำกว่า คนอื่นก็ตามที 

.

✅ การฝึก Running Economy ยังเกิดขึ้นได้จาก การฝึกระบบกล้ามเนื้อ ทั้ง Drill, เวท, Hill Splint , การทรงตัว , Tempo, การฝึกวิ่งจำลองเพซการแข่งขัน และ HIIT

คือ แทบจะทุกอย่าง ช่วยเพิ่ม Running Economy ได้  ซึ่ง Running Economy มันก็คือ “ผลรวมของการฝึก” จนเกิดความชำนาญ มันถึงได้  “ทำอะไรก็ดีขึ้น"

.

✅  ทิ้งท้าย

ในความเป็นจริง การฝึก High volume low intensity (Zone2) ให้ผลดีจริง  แต่ถ้าคุณฝึกแต่วิ่งช้า คุณจะวิ่งเร็วดี ได้อย่างไร ?? 

มันอาจจะต้องมีวันที่ฝึกวิ่งเร็วบ้าง หนักบ้าง เพื่อสร้างให้เกิดความชำนาญในการวิ่งเพซนั้นๆ (เกิด Running Economy ที่เพซนั้นๆ) ซึ่งเมื่อฝึกวิ่งเร็ว เราก็ลดระยะการฝึกลง จะได้ไม่บาดเจ็บ เราลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บได้ทั้ง “วิ่งช้า” และ “วิ่งสั้น”

ในตารางฝึกที่ใช้เพซคุม ที่เคยเห็นก็จะใช้การ ปรับ เพซ เข้าหาเพซเป้าหมาย ในช่วงท้ายๆ ของตารางฝึกเพื่อให้ร่างกาย เกิด Running Economy ในเพซใกล้เคียงเพซเป้าหมาย 

-----------------------------------------------

ที่มาข้อมูล : runningningclub

. .

กลุ่มพูดคุย "YoungRun"

https://www.facebook.com/groups/392343794827887/

ช่องทางสั่งซื้อสินค้า

https://www.digivshop.com/

อย่าลืมติดตาม กดติดดาวตั้งค่าเห็นก่อนนะคะ เพื่อไม่พลาดข้อมูลข่าวสาร #CalorieRun #เผ่านักวิ่ง #longyoungrun

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ลองวิ่งทดสอบ Smart watch Amazfit Neo

สวนพระราม 3 ใต้สะพานแขวนระยะทางรอบละ 840 เมตร วิ่งไป 13 รอบ หลังจากเดิน 1 รอบแล้ววอร์มอัพปกติ 

วิธีเซ็ตง่ายมาก

  • เปิด 4G ให้มือถือ
  • เปิดแอป Zepp ยอมรับให้แอปเชื่อมกับนาฬิกา Amazfit neo ผ่าน bluetooth
  • เลือกโหมด Running
  • กด Start แล้วก็ออกวิ่งได้เลย
ผลการทดสอบ

  • ตามรูปข้างล่าง
  • ในรูปรายละเอียด ค่า Pace และ Cadence ที่ตกลงมาต่ำกว่าปกติคือช่วงเวลาแวะดื่มน้ำทุกๆ 3K
ข้อสังเกตุ
  • Haert rate zone อยู่ที่ VO2Max นาน 53 นาที อันนี้ไปอ่านบทความอื่นมาพบว่านาฬิกาจะรวมใช้ Zone 3-5 มาเป็น VO2Max Zone ไม่ต้องตกใจ
  • เมื่อจับความรู้สึกตอนวิ่งปกติไม่ทดสอบกับผลการวิ่งวันนี้ พบว่าวันนี้เหนื่อยน้อยกว่าหายใจไม่แรง รับได้กับการต่อต้านของร่างกาย ซึ่งอาจเป็นเพราะข้อดีวันนี้อากาศเย็น แดดไม่แรง ข้อเสียกล้ามเนื้อไม่เฟรซ เนื่องจากวิ่งเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันหลังจากวันก่อนวิ่ง 18K และ 6K



วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563

#วิ่งเท้าเปล่า … เทรนด์นี้ดีจริงหรือ??

 Sahavate

20 กันยายน  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/sahavate/posts/3340669382688313

#วิ่งเท้าเปล่า … เทรนด์นี้ดีจริงหรือ??

ในปัจจุบันนี้ การวิ่งเท้าเปล่า (Barefoot running) หรือ การวิ่งโดยมีพื้นรองเท้าบาง (Minimal support) กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ #นักวิ่ง 

ในวันนี้แอดมินอยากจะมาเล่าให้แฟนเพจทุกท่านฟังว่า...การวิ่งเท้าเปล่าต่างจากการใส่รองเท้าวิ่งอย่างไร?

#ข้อ1 การวิ่งเท้าเปล่า จะมีแรงกดที่เข่าและสะโพกน้อยกว่า ทำให้นักวิ่งเท้าเปล่ามีโอกาสเกิดการบาดเจ็บที่เข่าและสะโพกน้อยกว่าตามไปด้วย

#ข้อ2 การวิ่งเท้าเปล่า เป็นการกระตุ้นการรับความรู้สึกภายในข้อต่อบริเวณข้อเท้าได้เป็นอย่างดี ทำให้นักวิ่งเท้าเปล่ามีโอกาสเกิดการบาดเจ็บที่ข้อเท้า เช่น ข้อเท้าพลิก ได้ยากกว่า 

#ข้อ3 การวิ่งเท้าเปล่า ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อภายในอุ้งเท้า ทำให้นักวิ่งเท้าเปล่ามีโอกาสเกิดการบาดเจ็บในฝ่าเท้าหรือรองช้ำได้ยากกว่า

#ข้อ4 การวิ่งเท้าเปล่ามักจะมีแผลถลอก ตุ่มน้ำ และรอยช้ำบริเวณนิ้วเท้าและฝ่าเท้ามากกว่า เนื่องจากการวิ่งแบบนี้จะเกิดแรงกดและแรงเสียดสีภายในรองเท้าและกับพื้นผิวถนน 

#ข้อ5 การวิ่งเท้าเปล่ามักจะเกิดการบาดเจ็บบริเวณขาท่อนล่าง ได้แก่ น่องอักเสบ / เอ็นร้อยหวายอักเสบ / กล้ามเนื้อหน้าแข้งอักเสบ เนื่องจากการวิ่งแบบนี้จะทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อบริเวณข้อเท้าทำงานในลักษณะกระดกข้อเท้าขึ้นขณะลงน้ำหนัก และถีบปลายเท้าลง เพื่อเคลื่อนตัวไปด้านหน้ามากกว่า

#รู้แบบนี้แล้ว!!! แฟนเพจที่ชอบวิ่งเท้าเปล่า อย่าลืมฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่องด้วยนะครับ 

แฟนเพจท่านใดสนใจ Workshop #วิ่งจบแบบไม่เจ็บ ช่วย comment บอกแอดมินหน่อยนะครับ

เรียบเรียงโดย Sahavate

ที่มา: วรรณพงษ์ อิ่มธนบัตร. การวิ่งเท้าเปล่าต่างจากการใส่รองเท้าอย่างไร?. [Internet]. 2020 [cited 2020 Apr 13]. Available from: http://www.pt.mahidol.ac.th/knowledge/?p=1547

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563

7 step ขั้นตอนในการซ้อมวิ่งกับ เขาทราย

 Runner's journey

20 พฤศจิกายน 2019  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/runnerjourney/photos/a.1148179065315992/1745856072214952/


7 step ขั้นตอนในการซ้อมวิ่ง 

ส่วนหนึ่งจากการพูดคุยใน podcast runner's journey กับ เขาทราย 

ฟังเต็มๆ ที่ https://spoti.fi/377D89N และ https://bit.ly/374LYVo

ชมคลิป ที่ https://bit.ly/2NJpWQp

.

1 warm up อบอุ่นร่างกาย เตรียมความพร้อม

2 stretching stretching ยืดเหยียดร่างกาย คลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ 

3 drill + stride ฝึกท่า จัดท่าทางการวิ่ง ได้ทั้งกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ใช้วิ่ง ฝึกกล้ามเนื้อให้จำในท่าทางที่ถูกต้อง ชมคลิปการดริลได้ที่ https://bit.ly/2Qh7iRC

4 main set มื้อหลักของการซ้อม วันนั้นๆ จะซ้อมอะไร วิ่งยาว วิ่งสบายๆ เบาๆ วิ่งลงคอร์ท หรือ เล่นความเร็ว

5 cool down เดิน อย่าหยุดทันที ให้ร่างกายค่อยๆลดความร้อน

6 stretching ยืดเหยียดร่างกาย คลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ 

7 recovery หลังซ้อมอาจเติมอาหารโปรตีน ประคบเย็น กล้ามเนื้อให้ฟื้นตัวเร็ว ด้วยความเย็น จากน้ำแข็งเจล ประคบ

นี่คือ 7 ขั้นตอนสำหรับนักวิ่งทั้งหน้าใหม่หน้าเก่าที่ควรยืดปฎิบัติ จะทำให้การซ้อมวิ่งในแต่ละมื้อ แต่ละครั้งได้ผลดี

ส่วนหนึ่งจากการพูดคุยใน podcast runner's journey กับ เขาทราย ฟังเต็มๆ 

ชมคลิปเต็มๆได้ ที่​ https://spoti.fi/377D89N และ https://bit.ly/374LYVo

และ https://bit.ly/2NJpWQp