วันอังคารที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560

เครื่องมือ อุปกรณ์ สูตรคำนวณ คำคม สำหรับการวิ่ง

ลิงค์

Running Pace Calculator



คำคม

คุยเรื่องวิ่งกะคนไม่วิ่ง คุยกันรู้เรื่อง 25 เปอร์เซ็นต์

วิ่งเหนื่อยเหมือนกันทุกรอบ อยู่ที่ใจจะพาไปกี่รอบ

คิดถึงเพซที่ชอบตอนที่จะหมด

แรงบันดาลใจของการวิ่ง บางคนก็ดี บางคนก็ร้าย

ทุกคนท่าวิ่งไม่เหมือนกัน แต่ท่าคูลดาวน์และคลายกล้ามเนื้อเหมือนกัน

ถ้าอยากวิ่งวิ่งซัก 2 กิโลก็พอ แต่ถ้าอยากวิ่งเป็นเรื่องเป็นราวมันจะเยอะ


ตั้งใจทำใจที่จะเดินทางไปงานวิ่งแล้ว ก็วิ่งฟูลมาราธอนเลย

วาดรูปเสร็จก็ล้างพู่กัน เทปูนก็ล้างเกรียง ฉันใด วิ่งเสร็จก็ต้องคลายกล้ามเนื้อ ฉันนั้น


อย่าวิ่งด้วยเท้า จงวิ่งด้วยกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก ....4/6/60

กล้ามเนื้อของคนเราเหมือนวัวควายไถนา ..... 14/7/60

เสียงเพลงที่ขับกล่อมขณะวิ่งของฉันคือเสียงฝีเท้าของฉันที่กระทบพื้น เพลงเพาะๆมังมาตอน 40 นาที+ ... 27/9/61


วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2560

การฝึกหนักที่พอดี โดย กฤตย์ ทองคง

การฝึกหนักที่พอดี
โดย   กฤตย์  ทองคง


               การฝึก คือ  การจำลองแบบสถานการณ์จริงให้ร่างกายได้ทำความรู้จักกับความเข้มข้นในการใช้ความสามารถทางร่างกายจนคุ้นเคยไว้ก่อนเพื่อปรับรับมือให้วันจริง นักวิ่งจะได้จัดการกับความหนักหน่วงนั้นได้ดียิ่งขึ้น  เมื่อผ่านไปสักระยะที่ร่างกายสามารถปรับตัวได้แล้ว  ผู้วิ่งก็สมควรจำลองสถานการณ์ใหม่เป็นการทบทวนกระบวนการสอนทำความรู้จักที่เข้มข้นขึ้นอีกเล็กน้อยไปเรื่อยๆ  นักกีฬาก็จะเก่งขึ้นขึ้น 
               ดังนั้นการฝึกที่หนัก  ย่อมเป็นลักษณะของนักกีฬาผู้มีประสบการณ์  ที่จะจำลองสถานการณ์เท่าเดิมไม่ได้เสียแล้ว  มิเช่นนั้นร่างกายจะไม่เกิดการเรียนรู้  ความที่เรียกว่าการฝึกหนักตรงนี้  ไม่ใช่หมายความว่าฝึกหนักมาก  หากแต่เป็นการฝึกที่พอดี  ความพอดีต่างหากที่จะทำให้ได้ผล  และการฝึกหนักมากเกินไปจะเป็นอันตราย  และจะไม่เกิดการพัฒนา 
               เรื่องของความพอดี  เป็นเรื่องที่นักกีฬาและโค้ชต้องทำความรู้จักเรือนร่างที่ต้องการฝึกนั้นว่าพอดีอยู่ตรงไหน  แต่ละร่างไม่เท่ากัน  บางร่างรับได้  บางร่างก็รับไม่ได้  ทั้งๆที่รายละเอียดภูมิหลังใกล้เคียงกัน
                เกณฑ์วัดความฝึกหนักที่พอดีอย่างหนึ่งที่นักกีฬาพึงนำไปใช้ ก็คือ  การสังเกตอาการของตนเอง  โดยเฉพาะตอนคูลดาวน์เย็นเครื่องลงก่อนเสร็จสิ้นการฝึกนั้นๆ  ให้นักกีฬาลองถามตัวเองดูว่า  ถ้าตนเองกลับไปทำเพิ่มที่ฝึกเมื่อครู่อีกสัก 2-3 เที่ยว จะสามารถทำได้หรือไม่
                ระดับการฝึกที่พอดีในวันนั้นจะทำให้นักกีฬาสามารถตอบกับตัวเองได้ว่า
 
สามารถทำได้  แม้จะยอมรับว่ามันหนัก มันเหนื่อยก็ตาม

  
แต่ใช่แล้ว  ฉันสามารถทำมันเดี๋ยวนี้ได้อีก
                และไม่ว่าคำตอบนั้นจะเป็นเช่นไร  ก็มิได้หมายความว่านักกีฬาต้องกลับไปทำ  ไม่ต้องครับ  คำถามนี้เป็นการถามเพื่อเช็คตนเองเพื่อหยั่งรู้ระดับความเข้มข้นของแผนฝึกเมื่อครู่ว่าหนักเกินไปหรือไม่เท่านั้นเอง
                การฝึกวันนั้น  จะเป็นการฝึกที่หนักเกินไป จะทำให้นักกีฬาตอบว่า  ไม่สามารถทำได้อีกแล้ว  แสดงอาการเข็ดขยาดหวาดกลัว
                การฝึกในระดับความเข้มข้นที่เหมาะสม  จึงไม่ใช่การฝึกที่ดูดเอาพละกำลังไปจนเกลี้ยงเรือนร่าง  ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม  แผนโปรแกรมต้องอนุญาตให้ผู้ฝึกเหลือความสดไว้เป็นทุนกันบาดเจ็บอยู่บ้าง 
               ขณะเดียวกัน  การฝึกชนิดที่ทำได้สบายมาก  ผิวปากหวานหมู นั้นก็เบาไป  ถ้าคุณสามารถทำได้ในวันรุ่งขึ้นอีกครั้งและบ่อยๆ ต่อเนื่องกัน  อย่างนี้  ถือว่าโปรแกรมนั้นเบาเกินไปแล้ว  สมควรปรับแผนฝึกได้
               วิธีอีกประการหนึ่งที่จับสังเกตความน่าจะเข้าฝักของร่างกายแล้วก็คือ  จำนวนครั้งของการฝึกกระทำซ้ำ
                ถ้าหากฝึกหนัก  Session  นั้นกำหนดให้ฝึกสัปดาห์ละครั้ง  จำนวนของการแช่เย็นต่ำสุดไม่ควรต่ำกว่า 4 ครั้ง ในรอบ 4 สัปดาห์  และการแช่เย็นที่เกินกว่านี้ถือว่ายิ่งน่าจะได้ผลดียิ่งขึ้น  เช่นการแช่เย็นที่ 6 ครั้งย่อมจะต้องมีความหนาแน่นกว่า 4 ครั้งแน่นอน อย่างนี้เป็นต้น  การแช่เย็นนาน ผลที่เห็นได้แน่ชัดก็คือ  ความก้าวหน้าในการฝึกช้าลงตามส่วน  แต่ผู้เขียนกลับให้คะแนนนิยม  เพราะมันมิได้สูญเปล่า  กลับแลกเปลี่ยนกับความหนาแน่นมากจนอุ่นใจนั่นเอง 
               ตรงนี้  นักกีฬาจำนวนมาก  ประมาณตนเองไม่ค่อยถูก  ต้องเป็นโค้ชที่มากประสบการณ์  เห็นทะลุปรากฏการณ์ใต้เกลียวกล้ามเนื้อของเด็กที่ตัวเองดูแล อย่างปรุโปร่ง
                อีกทั้งแผนฝึกในวันรุ่งขึ้น หรือในอีก 2-3 วันถัดไป  ผู้ฝึกก็สมควรสังเกตปฏิกิริยาตอบรับของร่างกายว่า  หลังจากฝึกวันนั้นแล้ว  ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง  กับแผนฝึกใน  Session  ต่อๆมา  ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณเตือนต่างๆ  ให้ผู้ฝึกเป็นคนช่างสังเกตหน่อย และรีบไหวทัน  ให้จัดเซ็ทหยุดหรือพัก  หรือเลื่อนระงับ  Session  หนักนั้นไว้ก่อน  จนกว่าร่างกายจะ  Recovery  พร้อมแล้วถึงออกฝึกใหม่ได้
                หากจัดตั้งนิสัยระแวดระวังตัวเอง  อย่างไม่บ้าวิ่งตะพึดตะพือแล้วล่ะก็  เชื่อว่า  เราน่าจะเป็นนักวิ่งคงกระพัน  เพื่อนๆสหายในวงการให้สงสัยว่า  ซ้อมวิ่งก็หนัก  ฝีเท้าก็ดี  นี่คุณไม่เคยเกิดบาดเจ็บขึ้นบ้างหรือไง  คนอื่นเขาวิ่งช้าและวิ่งน้อยกว่าคุณยังเจ็บเป็นแถว
                จะเป็นอย่างนี้ได้ ก็ต่อเมื่อคุณเป็นนักวิ่งที่รู้จักปฏิเสธเป็น ไม่สนองตอบทุกโบรชัวที่ผ่านมา การออกรอบซ้อมประจำวันต้องแจ่มชัดลงไปในแต่ละวันนั้นว่า  จะฝึกอะไร และให้ทำตามนั้น  อย่าไปวิ่งตามเพื่อน  ตามคำชักชวน  เราเพิ่งมาถึงสนามซ้อม  เพื่อนเขาวิ่งมาตั้งหลายรอบแล้ว  ก็ไปวิ่งตามกับเขาเป็นกลุ่ม  ทั้งๆที่ความเร็วมันไม่เหมาะสม  เรายังไม่ได้วอร์ม  ไม่ควรไปเร็วเท่าเขา  เราต้องวอร์มของเราก่อน
                สิ่งเหล่านี้  พวกเราผิดพลาดกันมาก  มิตรสัมพันธ์ที่ดี  มิใช่การแห่ตามกัน  เวลาเจ็บ  ใครเขาจะมาเจ็บกับเรา  คบกัน  เสวนากันหลังวิ่งได้  แต่ยามฝึก  เรามีภารกิจตามโปรแกรมของตัวเอง  ถ้าหากตรงกัน  คล้ายกัน  ก็ไปกันได้  แต่ส่วนมากแล้วไม่ใช่  พยายามทำความเข้าใจประเด็นตรงนี้ให้ชัด  และจัดหาความเข้มของการฝึกที่พอดีให้เกิดกับตัวเองให้ได้  แล้วจะเป็นความภาคภูมิใจของตนเองในที่สุด

  22:55  น.
1  มกราคม  2549
ที่มา http://www.thairunning.com/hard_practice_balance.htmhttp://www.thairunning.com/hard_practice_balance.htm

รายชื่องานวิ่งมาราธอน 42.195K ในประเทศไทย

Update:21/8/2026
ที่ชื่องานจังหวัดวันแข่งเหรียญที่สถิติ
1ขอนแก่นมาราธอนขอนแก่นON10 JAN 202754:34:47
2เมืองเงาะมาราธอนสุราษฎร์ธานีON21 FEB 2027114:40:58
3จอมบึงมาราธอนราชบุรีON17 JAN 202714:43:16
4บุรีรัมย์มาราธอนบุรีรัมย์ON23 JAN 2027144:15:29
5เชียงรายมาราธอนเชียงรายON31 JAN 202734:41:07
6ดอกฝ้ายบานมาราธอนเลยON7 FEB 2027204:28:19
7ระนอง มาราธอนภูเขานานาชาติระนองWA10 APR 2022
8หัวหินมาราธอนประจวบคีรีขันธ์ON12 MAY 202464:29:09
9สุพรรณบุรีเมืองเหน่อมาราธอนสุพรรณบุรีON18 FEB 2024214:57:00
10นาวิกโยธินมาราธอนชลบุรีON16 MAR 202524:42:11
11หาดใหญ่มาราธอนสงขลาON26 MAY 2024175:19:04
12เขาค้อมาราธอนเพชรบูรณ์ON31 MAY 2026
13ลากูน่าภูเก็ตมาราธอนภูเก็ตON16 JUN 2026
14TAK MarathonตากON6 JUL 2025
15ตรังมาราธอนตรังON14 JUL 2024
16Kamphaeng Phet MarathonกำแพงเพชรON21 JUN 2026
17พัทยามาราธอนชลบุรีON27 SEP 2026
18ยะลามาราธอนยะลาON25 JUL 2027
19ไอ้ปอดเหล็ก ภูทับเบิกเพชรบูรณ์ON4 AUG 2024154:15:23
20อะเมซิ่งน่านมาราธอนน่านON1 NOV 2026224:53:20
21Khun Dan MarathonนครนายกON18 OCT 2026184:38:12
22สุโขทัยมาราธอนสุโขทัยON11 OCT 2026104:33:55
23อยุธยามาราธอนอยุธยาON22 NOV 2026124:35:40
24ตะนาวศรีเทรลราชบุรีON20 DEC 202648:05:22
25บางแสนมาราธอนชลบุรีON15 NOV 2026
26เดิน วิ่งข้ามโขง นครพนม-คำม่วน มาราธอนนครพนมON25 OCT 2025
27Korat MarathonนครราชสีมาON8 NOV 202694:26:00
28CMU Marathonเชียงใหม่ON8 NOV 2026
29อุทัยธานีมาราธอนอุทัยธานีON8 DEC 202423
30Phangnga International MarathonพังงาWA10 DEC 2023
31เพชรบุรีมาราธอนเพชรบุรีON8 DEC 2024
32ชาละวันรันนิ่งพิจิตรON22 DEC 2024
33จันทบุรีมาราธอนจันทบุรีON22 DEC 2024
34วังขนายมาราธอนกาญจนบุรีOFFยกเลิก75:00:11
35ลำปางมาราธอนลำปางOFFยกเลิก194:40:39
36ปัตตานีมาราธอนปัตตานีWAรอ...
37กระบี่มาราธอนกระบี่WAรอ...
38ค่ายจักรพงษ์ปราจีนบุรีมาราธอนปราจีนบุรีWAรอ...
39นครสวรรค์มาราธอนนครสวรรค์WAรอ...
40ระยองมาราธอนระยองWAรอ...84:28:10
41Navy MarathonชลบุรีWAรอ...164:26:23
42แพร่มาราธอนแพร่WAรอ...
43หนองคายมาราธอนหนองคายWAรอ...134:26:45





วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

ก้าวสู่ปีที่ 2 ของการฝึกซ้อมเพื่อเป้าหมายใหม่

เป้าหมายที่ว่าคือ TNT50 ตะนาวศรีเทรล มาราธอนลำดับที่ 4 (หรืออาจจะ TNT20 รอประเมินการฝึกซ้อม)


ด้วยความอยากเอาชนะความลำบากของเส้นทาง, คิดว่าตัวเองเหมาะกับเทรลมากกว่าถนน, งานนี้น่าจะสนุก, คิดว่าวิ่งเทรลแล้วจะพัฒนาการวิ่งถนนได้ดีขึ้นดีขึ้น, ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น, จ่ายค่าจองห้องพักโรงแรมแล้วตั้งแต่เดือน กพ.2560, พาภรรยาลูกไปเที่ยวไปเชียร์ ฯลฯ

เป้าหมายคือซ้อมหลัง Recovery มาราธอนแรกที่จอมบึง เพื่อวิ่งทำเวลาให้ต่ำกว่า 4.30 ชม.ใน มาราธอนลำดับที่สอง นาวิกโยธินมาราธอน (สเปค TNT50 คือทำเวลามาราธอนต่ำกว่า 4.30ชม.ไม่เกิน 6 เดือน)


ตารางฝึกซ้อมของปีที่แล้ว เอามาแก้ไข นิดหน่อยคือ 
  1. วันอังคาร พุธ ศุกร์ เพิ่มระยะทางเป็น 2 เท่า 
  2. วันอาทิตย์วิ่งยาวเหมือนของเก่า จะเห็นได้ว่าระยะรวมต่อสป.เป็น 57k-65k 
  3. กายบริหารช่วงแรกเดือนมค.-กค. situp 90 ครั้ง บริหารเอว 10 นาที และโยกบาร์ 100 ครั้งและอื่นๆที่อยากเล่น เวลาเหลือ ช่วงหลังกค.-ธค. situp 90*2 ครั้ง บริหารเอว 10 นาที และโยกบาร์ 100*2 ครั้งและอื่นๆ
  4. ใช้ warm up - cool down จาก ข.ขยับ และยืดเส้นแก้เจ็บเข่าจาก หมอสมิตตา

หลังจากซ้อมมาถึง week no.6 (12 มีค. 60) ประเมินสภาพตนเองพบว่า
  • pace ดีขึ้นในรอบหลังๆ (รอบ 5, 6 ทำเวลา รอบละ 15-16 นาที) 10k แรก พยายามให้ได้ 1 ชม.
  • หลังวิ่งเสร็จไม่เหนื่อยถึงกลับเรียกได้ว่าปกติเหมือนวิ่งเบาๆ ยืดเส้น แล้วกายบริหารต่อได้สบายๆ
  • กายบริหารหลังวิ่งเสร็จยืดเส้นเสร็จด้วยท่า situp 90 ครั้ง 1 เซ็ท โยกบาร์ 100 ครั้ง 1 เซ็ท หมุนเอว 10 นาที
  • ข้อแตกต่าง; ปีแรก วิ่ง 2 รอบสวนลุม แล้วกายบริหาร 1 ชม.เลยไม่ได้ cool down ยึดเส้น ส่วนปีที่สอง วิ่ง 5-6 รอบ แล้ว cool down ต่อด้วยกายบริหาร ได้ สภาพร่างกายพอๆกัน
  • น้ำหนักอยู่ที่ 65-67 กก.
  • อาการปวดเข่าดีขึ้นมาก
  • จนแทบไม่เจ็บแล้วไม่ตึงเข่าด้านนอกเมื่อวิ่งเสร็จ โดยใช้การวิ่งทับเส้น แค่ 2 วัน ซึ่งได้จาก 
ก่อนถึงเดือน กค. ไปซ้อมวิ่งฮาฟมาราธอนที่ วัดม่วง จ.อ่างทอง วันที่ 28 พค. 2560

ส่วนปีหน้า 2561 2018 มาราธอนลำดับที่ 4 เป็นตะนาวศรีเทรล TNT30 (ลง TNT60 ไม่ได้เพราะที่เชียงรายมาราธอน ทำเวลาได้ 4:41:07 ชม.) มาราธอนลำดับที่ 5 ภรรยาจองตั๋วเครื่องบิน airasia ไป-กลับขอนแก่นให้แล้ววันนี้ 12 มีค.60 (มีโปรพอดี)

บันทึกการฝึกซ้อมวิ่งมาราธอนปีแรก

ปีแรกของการวิ่ง

  • ระยะเวลา : เริ่มต้น ซ้อม 3 มี.ค.2559 ถึง 4 มี.ค. 2560 ตามปฎิทิน
เดือนมีค.เริ่มต้นวิ่ง 2 รอบสวนลุมพินีแล้วกายบริหารต่อตามฐานต่างๆ ประมาณ 1 ชม. เหตุผลแรกที่ออกมาวิ่งเพราะตอนนั้นน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 77 กก. ร่างกายเริ่มอ้วน อึดอัด ใส่กางเกงตัวเก่าแน่น

เดือนเมย.ยังคงซ้อม 2 รอบทั้งเริ่มจับเวลาต่อรอบจะเห็นว่ารอบแรกเร็วกว่ารอบสอง 2-4 นาที


เดือนพค.ยังคงวิ่ง 2 รอบเหมือนเดิม


ตั้งแต่กลางเดือนมิย.เริ่มเพิ่มระยะเป็นสองเท่า เพราะวิ่ง 2 รอบแล้วทำเวลาต่อรอบไม่ดีขึ้น จึงอยากลองวิ่งไกลขึ้น แล้วกลับมาวิ่งสั้นอาจจะเร็วขึ้น


เริ่มค้นหาข้อมูลการวิ่งจากอินเตอร์เน็ตพอ วันที่ 10 กค. ก็เริ่มซ้อมตามโปรแกรมของ all-about-marathon
week no.3 วันอาทิตย์ที่ 10 ระยะ 16k
week no.4 วันอาทิตย์ที่ 17 ระยะ 19k จะเห็นว่ารอบสุดท้ายเดิน เพราะร่างกายไม่ไหวจะทน
week no.4 วันอาทิตย์ที่ 24 ระยะ 24k ก็เดินเหมือนกันในรอบสุดท้าย


วันที่ 12 สิงหาคม มีงานวิ่งวันแม่วิ่งบนถนนพระราม 3 หน้าหมู่บ้าน เลยไปร่วมกับงานด้วย ทำเวลาได้ 2.14 ชม.
แล้วพอวันที่ 28 สค.ก็ไปลองวิ่งสัมผัสบรรยากาศในกรุงเทพอีกครั้งที่มธ.ท่าพระจันทร์ ทำเวลาได้ 2.10 ชม.


เดือน กย. ไปเที่ยวน่านเอารองเท้าวิ่งไปด้วยโดยโปรแกรมซ้อมวันศุกร์วิ่งขึ้นลงบนดอยเสมอดาว ส่วนวันอาทิตย์ 34k ใช้เวลาวิ่ง 4 ชม.จาก รร.ถึงบ้านไร่ปลายดอย เลย อบต.เมืองจังไปนิดหนึ่ง 
ก่อนวิ่งไกลยาวไม่ได้โหลดคาโบ 5 วัน (ไม่รู้ไม่ได้หาข้อมูลด้านอาหารการกิน) แต่ใช้การกินแป้งมันข้าวกล้วยเยอะๆวันเสาร์

สตาร์ทตอนตี 4.30 น. ออกวิ่งคนเดียว เจอแก๊งปั่นจักรยานเขาก็มองๆเราอยู่ เขาคงว่าตาคนนี้ท่าจะบ้าออกมาวิ่งคนเดียวที่เปลี่ยวๆ มืดๆ สำหรับเส้นทางมีไฟถนนตลอด นานๆ จะมีรถยนต์ รถมอเตอร์ไซต์ผ่านไปมา พอวิ่งมาถึงค่ายทหารช่วงนี้ไฟถนนไม่มีต้องวิ่งในความมืดไปเรื่อยๆ ซัก 10 นาทีได้ จนความสว่างของแสงแรกเริ่มมา (อารมย์นี้ทำให้เกิดความมั่นใจ ขึ้นว่า เราสามารถผ่านทุกๆอุปสรรคในการซ้อมได้)

จริงๆ ก่อนวิ่งเส้นทางนี้ได้คุยกะแฟนแล้ว แฟนว่าเมืองน่านเป็นเมืองที่ปลอดภัย ผู้คนใจดีเป็นมิตร ก็มั่นใจว่าวิ่งได้

วิ่งไปได้ 10k กว่าก็เจอชาวบ้านมาวิ่งออกกำลังกายกันแถวนั้นชื่อหมู่บ้าน... พอวิ่งไปอีกนิดก็เจออบต.เมืองจังตามแผน เลยไปอีกนิดก็คือจุด u-turn บ้านไร่ปลายดอย (ถ่ายรูป ทำธุระ นวดยา กินน้ำ) แล้ววิ่งกลับเลย ไปถึง ตอน 6.57 น. ใช้เวลาไป 1.48 ชม. ระยะทาง 17k

ขาวิ่งกลับ ช่วงผ่านหมู่บ้านไม่เหนื่อยวิ่งได้เรื่อยๆ ช่วงขึ้นเขาก็เดินขึ้นวิ่งลง 
ช่วงสุดท้ายอีก 5k ก่อนถึงสะพานพัฒนาภาคเหนือ อ่อนหล้ามาก แต่ก็คิดว่าจุดหมายปลายทางเหลืออีกนิดเดียว ถ้าไม่วิ่งต่อก็ไม่ถึง ไม่ได้พักผ่อน

ถึงจุดหมายก็ถ่ายรูป ขณะนั้นมีงานแข่งเรือ สภาพร่างกายเดินลำบาก หมดแรง คล้ายจะเป็นลม (เป็นอาการขาดน้ำขั้นรุนแรง ไม่ได้พกเป้น้ำ กินน้ำแค่ 2-3 ขวดเล็กระหว่างทางเท่านั้น) แต่ก็เดินกลับถึงรร.ให้ได้ อาบน้ำอุ่นน้ำเย็นแล้ว ได้นอนพัก 1 ชม. เพราะสาวๆ รอให้ขับรถพาไปเที่ยวในตัวเมืองน่าน



แผนเส้นทางจากกูเกิ้ล


จุด u-turn ใส่เสื้อส้มเพราะวิ่งมืดๆ คนขับรถจะได้เห็นแต่ไกล

เวลาขณะไปถึงจุด u-turn


จุดหมายปลายทางบนสะพาน




วันที่ 9 ตค. เป็นวันปิดคอร์สแรก 42k วิ่งไปได้ 12 รอบสวนลุมพินี ได้ระยะทาง 30k แต่แล้วช่วงหยุดซื้อน้ำเดินกินน้ำเกิดอาการเจ็บเท้าเส้นเอ็น จนวิ่งไม่ได้ จึงไม่สามารถปิดคอร์ส ไม่ได้เย่ๆๆๆๆๆ ;(

เจ็บเท้าพักไป 2 วันก็กลับมาซ้อมต่อ week no. 3 (ไม่ได้ Recovery ไม่รู้ไม่ได้หาขัอมูล อีกแล้วครับท่าน !!!???)

เริ่มกลับมาซ้อมวิ่ง week no. 3 เลยเพราะได้สมัครวิ่งจอมบึงมาราธอน 2017 ไว้แล้ว (Lotto ได้ดวงดี) ตามโปรแกรม week no.16 จะไปจบคอร์สที่งานวิ่งมาราธอนพอดี


เดือนพย.ซ้อมตามแผน วิ่งยาววันอาทิตย์ยังต้องเดินในรอบท้ายๆ เหมือนเดิม


เดือน ธค. วิ่งยาว 34k กับ 35 k ตามแผน ไม่ได้เดินเลย วิ่งจนครบ ซึ่งแสดงว่าพร้อมสำหรับมาราธอนแรกที่จอมบึง

  • ตารางฝึกซ้อม- ใช้ตารางของ all-about-marathon ซ้อมตามตาราง 2 รอบ ตามรูป








  • ผลกระทบต่อร่างกาย- เล็บหลุด, เคล็ดคัดยอกช่วงไหล่ขณะที่วิ่งผ่าน กม.25 , ปวดกล้ามเนื้อต้นขา เดินขึ้นลงบันไดลำบากมากมาย
  • การพักฟึ้นฟูร่างกาย- ใช้โปรแกรมของ stepextra ตามลิงค์ ตามรูปข้างล่าง