วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2564

วิ่งเทรลกับวิ่งถนน อะไรยากกว่ากัน

 Be fit & Eat well

30 พฤษภาคม 2019  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/Befiteatwell/posts/2119270544852187

วิ่งเทรลกับวิ่งถนน อะไรยากกว่ากัน

คนละแบบค่ะ เพราะในขณะที่การวิ่งมาราธอนจะเป็นการเทรนแบบสะสมระยะทาง และพัฒนาความเร็วในการวิ่ง การวิ่งเทรลจะไปมุ่งเน้นในเรื่องของการใช้กล้ามเนื้อ ความสมดุล ความคล่องตัวเสียมากกว่า (ส่วนในเรื่องความสามารถที่จะวิ่งอยู่ในโซนสูงได้นาน เราจะไม่พูดถึง เพราะนักวิ่งมาราธอนแนวหน้าก็ต้องเทรนแบบนั้น คือพอเป็นแนวหน้าแล้ว ความคล้ายจะเยอะ เดี๋ยวเลยกลายเป็นพูดเกินประเด็น เอาความต่างแบบชัดๆก่อนวันนี้)

.

ถึงแม้ว่าเราจะไม่สนใจในการวิ่งเทรลเลยก็ตาม ก็ควรที่จะแบ่งเวลาไปลองวิ่งเทรลดูบ้าง เพราะการวิ่งเทรลมีประโยชน์หลายอย่าง เอาแค่พื้นในการวิ่งที่แตกต่างไปจากถนน ระดับความชันสูงต่ำของพื้น แค่นี้ก็เป็นประโยชน์มากแล้วค่ะ การวิ่งเทรลจึงช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณเท้า ข้อเท้า สะโพก แข็งแรงขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเทรนข้อและกล้ามเนื้อบริเวณสามที่นี้ให้คล่องตัวและแข็งแรงเพื่อที่จะไปวิ่งเทรลด้วย อย่างงนะคะ คือเราต้องมีความแข็งแรงและคล่องตัวในระดับหนึ่งที่จะไปวิ่งเทรลได้ดี ความสมดุลของสะโพกต้องมี ความแข็งแรงของข้อเท้าต้องมา จะวิ่งไปข้อเท้าพลิกไปไม่ได้ ซึ่งก็ค่อนข้างต่างกับการวิ่งถนนตรงที่ว่า การวิ่งถนนเราสามารถเลือกที่จะวิ่งไปเรื่อยๆ แบบก้าวไปเรื่อยๆได้ แต่วิ่งเทรลนี้หลบเลี่ยงไม่ได้เลย ยังไงก็ต้องใช้กล้ามเนื้อเล็กๆในการช่วยปีนป่ายวิ่งลดเลี้ยวต่างๆ รวมถึงประคองตัว

.

ซึ่งพอกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงและคล่องตัว ก็จะส่งผลให้การวิ่งง่ายขึ้น นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่เชิญนักวิ่งเทรลโจอี้มาร่วมในเวิร์คช็อปการวิ่งครั้งนี้ด้วย เพราะเอาเข้าจริงๆ นักวิ่งเทรลจะซาบซึ้งมากและเห็นค่ากับพวกท่าออกกำลังกายเล็กๆเหล่านี้ ที่สามารถส่งผลให้อุดรูรั่วในการวิ่งได้ชัดเจนขึ้น ในบริบทนี้ จึงเห็นว่าสมควรที่สุดแล้วที่จะให้นักวิ่งเทรลมาอธิบายโดยใช้ประสบการณ์ว่า ทำไมท่าดริลที่โค้ชเอินและโค้ชหม่ำช่วยกันสร้างสรรค์ (เกลียดคำนี้ แต่นึกคำอื่นไม่ออก) ขึ้นมานั้นจึงสามารถนำไปใช้ได้จริง และใช้อย่างไร ก็ไม่ใช่จำเพาะเจาะจงถึงแค่นักวิ่งเทรลหรอกค่ะ นักวิ่งทั่วไปก็ควรที่จะใช้กล้ามเนื้อเล็กๆเหล่านี้ มีความคล่องตัวเหล่านี้ เพียงแต่ว่า เราไม่โดนกดดันจนหลังชนฝาแบบนักวิ่งเทรลไงเราก็ไม่ใช้ เราก็เลี่ยงกันพัลวัน เกิดความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อแล้ววันนึงก็เจ็บ แล้วก็วนไป..

.

อยากแวะอธิบายว่า ทำไมเชิญนักวิ่งเทรลมาร่วมเวิร์คช็อปด้วยในคราวนี้นิดนึงค่ะ เพราะเท่าที่เทรนนักวิ่งไทยมา 200 กว่าคน เริ่มรู้สึกว่า เราไม่ได้พลาดเจ็บกันที่กล้ามเนื้อใหญ่ๆหรอกค่ะ lunge ไปเหอะรัวๆ แต่เราจะพลาดตรงความคล่องตัวของข้อเล็ก ข้อน้อย หรือกล้ามเนื้อเล็กๆที่ไม่ทำงาน หรือบาลานซ์ไม่ดี ซึ่งถามว่าวิ่งถนนธรรมดาจะเห็นหรือไม่ บางทีก็เห็น บางทีก็ไม่ชัด

.

กลับมาเรื่องการวิ่งเทรลกันต่อนะคะ (อันนี้ไม่เกี่ยวกับเวิร์คช็อปแล้ว) ตอนวิ่งเทรลของบางช่วงก็อาจจะอยู่ในรูปแบบของ hiking trails ซึ่งเราก็จะต้องต่อสู้กับความชันที่อาจจะสูงกว่าปกติ มีการเปลี่ยนแปลงของความชันค่อนข้างเยอะ ซึ่งถ้านักวิ่งไปฝึกก็จะช่วยในเรื่องของการวิ่งขึ้นเนินลงเนิน ว่าเราจะต้องก้าวให้สั้นลง เราต้องมีบาลานซ์ที่ดี มีความคล่องตัวในการเปลี่ยนทิศทาง แล้วก็ในการวิ่งเทรล ก็จะมีช่วงที่เรียกว่า rails-to-trails ก็จะเป็นพื้นที่ค่อนข้างเรียบหน่อยสามารถวิ่งได้นิ่งแบบเกือบจะสไตล์เทมโป้ ของถนนนั่นแหละค่ะ เพียงแต่ว่าวิ่งบนพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบเท่า ซึ่งการเปลี่ยนความเร็ว ในช่วงตอนกลางของการวิ่ง ก็เป็นเทคนิคหนึ่งที่จะช่วยให้การวิ่งของเรานั้นไม่น่าเบื่อ มีจุดหมาย แทนที่จะวิ่งสะสมระยะทางไปเรื่อยๆแบบถนน การวิ่งเทมโปเทรลแบบนี้จะช่วยให้เราต้องจำเป็นที่จะโฟกัสที่ฟอร์มการวิ่งมากขึ้น พื้นผิวก็ไม่แข็งมีแรงกระแทกสะเทือนถึงดวงดาวเท่ากับถนน ก็จะเป็นการถนอมร่างกายในขณะที่เก็บระยะการวิ่งได้ดี คือเราสามารถเก็บระยะได้บนพื้นผิวที่ไม่กระด้างต่อร่างกายเรานัก แถมเป็นการวิ่งยาวที่เราไม่สามารถดื้อที่จะเร่งความเร็วได้เยอะด้วย อย่างที่รู้กันว่าเวลาวิ่งยาวเราควรที่จะวิ่งด้วยความเร็วที่ช้าลงเยอะ แต่ก็ไม่ค่อยทำกัน

.

การจะวิ่งให้นิ่งนั้นเราก็ต้องวิ่งอยู่ในโซน เวลาเราวิ่งในเมืองเรามักจะทำไม่ค่อยได้กัน เพราะเราต้องกังวลในเรื่องของจราจร คนที่พลุกพล่าน ในขณะที่ถ้าเราวิ่งในป่าเขา ก็จะได้ความสุขในเรื่องของการดูธรรมชาติไปเรื่อยๆ ฟังเสียงก้าวของเราในการวิ่ง และอาจจะไม่จำเป็นต้องฟังเพลงเพื่อไม่ให้เบื่อเลย เมื่อเราเทรนการฝึกตัวเองด้วยการวิ่งเทรลได้ ก็จะทำให้เวลาที่เรามาวิ่งมาราธอนเราสามารถเลือกโฟกัสได้ง่ายขึ้นค่ะ เครียดน้อยกว่าวิ่งในเมือง

.

กล้ามเนื้อของขาละช่วงตัวของนักวิ่งเทรลจะใช้เพื่อสร้างบาลานซ์ซะส่วนใหญ่ ดังนั้นการเทรนกล้ามเนื้อเพื่อจุดประสงค์นี้จึงสำคัญมาก เพราะถ้าไม่มีบาลานซ์ เราก็จะไม่สามารถที่จะเปลี่ยนทิศทางได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ไม่สามารถปรับการก้าวเท้าให้สั้นลงหรือยาวขึ้นได้ทันท่วงที การเทรนการกระตุ้นประสาทเหล่านี้จึงเป็นประโยชน์กับนักวิ่งเทรล และกับนักวิ่งซึ่งเราไม่ค่อยได้สนใจที่จะใช้ความสามารถเหล่านี้ เพราะในเมื่อหลังไม่ชนฝา เราจะขวนขวายทำไม

.

การวิ่งเทรลกับการวิ่งถนนมีโฟกัสที่แตกต่างกัน ส่วนตัวจึงคิดว่าเทียบไม่ได้ แต่สามารถ และควรอย่างยิ่งที่จะเอาสกิลมาฝึก และเปลี่ยนสถานที่เทรน คือนักวิ่งเทรลควรที่จะมาวิ่งถนน และนักวิ่งถนนก็ควรที่จะไปวิ่งเทรล ไม่ใช่สองสิ่งที่ควรจะแยกขาดจากกัน นอกจากเพื่อความหลากหลายและไม่น่าเบื่อ แล้วเราก็จะได้เห็นช่องโหว่เล็กน้อยของตัวเองมากขึ้น เพื่ออะไร ก็เพื่อที่จะอุดรูรั่วนั้น และทำให้เราเป็นนักวิ่งที่สมบูรณ์มากขึ้น เจ็บน้อยลงนั่นเองค่ะ

---------------------------

Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)

(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)

ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)

Neuromuscular Techniques (Cert.) (NLSSM)

Biomechanical Analysis, Gait Re-education and Exercise Based Rehab Coaching

www.Befitandeatwell.com

เครดิตรูป Fon Windsor-Clive ดูน้อยลง

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2564

Dr. Anthony Fauci วัย 79 ปี วิ่ง 5.6 กิโลเมตรทุกวัน แม้ต้องทำงานหนักวันละ 19 ชั่วโมง

 วิ่งไหนดี : Wingnaidee

24 กรกฎาคม 2020  · 

ที่มา: https://www.facebook.com/WingNaiDee/posts/3307481265969017



แอดไปเจอเรื่องของ Dr. Anthony Fauci ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติของอเมริกา (NIAID) ปัจจุบันอายุ 79 ปี เขาได้พูดถึงเรื่องการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำแม้จะอยู่ในช่วงที่ต้องทำงานต่อสู้กับ COVID-19 วันละ 19 ชั่วโมงก็ตาม

.

Fauci บอกว่าทุกวันนี้เขาวิ่งเป็นประจำวันละ 3.5 ไมล์ หรือประมาณ 5.6 กิโลเมตร แต่ถ้าหากย้อนไปเมื่อเขาหนุ่มกว่านี้ล่ะก็ในสัปดาห์นึงเขาจะวิ่ง 5-6 วัน วันละ 7 ไมล์ (11 กิโลเมตร) เลยล่ะ นอกจากนี้ Fauci ยังเล่าต่ออีกว่าในอดีตเมื่อปี 1984 เขาเคยจบมาราธอนด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 37 นาทีอีกด้วย

.

Dr. Fauci บอกว่าสิ่งที่ทำให้เขาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออาจเป็นเรื่องของความเครียดก็ได้ ส่วนตัวแล้วงานของเขาค่อนข้างหนักและเครียดเอามาก ๆ ดังนั้นการออกไปวิ่งช่วงพักกลางวัน ได้ชมนกชมไม้เป็นอะไรที่สุดยอดมาก ๆ แล้ว

.

ถึงแม้ว่า Dr. Anthony Fauci จะมีอายุที่สูงมากแล้วร่างกายของแกก็ยังคงแข็งแรงและออกกำลังกายได้อย่างสบาย ๆ และเราจะเห็นว่า Dr. Anthony Fauci ได้เก็บสะสมความแข็งแกร่งมาตั้งแต่สมัยแกหนุ่ม ๆ แล้วนั่นเองครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้หากเรายังมีแรงกันอยู่ก็อย่าลืมดูแลร่างกายเผื่อตัวเองในอนาคตด้วยนะ


.

#วิ่งไหนดี

#WingNaiDee ดูน้อยลง

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564

ผลประกอบการ ss-การวิ่ง ปีที่แล้ว 2020


ระยะทางรวมที่วิ่งทั้งปี 2020 คือ 2,748.99 KM

ข้อสังเกตุ

  • ปีนี้ covic-19 ระลอกแรก ระบาด มันเริ่มราวๆ เดือนมีนาคม ถึง กันยายน กว่าจะคุมมันอยู่ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน
  • covic-19 ระลอกสอง ระบาดอีกครั้งเริ่มราวๆ กลางเดือนธันวาคม 2020 ถึง ....
  • งานแข่งปี (2020) ที่สมัครแล้วยกเลิกและเลื่อนไปเป็นปีนี้ (2021) คือ Hatyai marathon
  • วิ่ง 9k ติดต่อกัน 22 วัน คือช่วงวันที่ 17 apr-2020 ถึง 8 may-2020
  • ใช้รองเท้าวิ่ง 1 คู่คือ Mizuno wave Insprire 13 ราคา 1600 บาท
  • ปีนี้ได้ 3 เหรียญ ตามตารางข้างล่าง
  • งานแข่งที่ซ้อมไว้แล้ว จองห้องพักไว้แล้ว มันไม่จัดคือ จันทบุรี Scenic Marathon

สีชมพู คือ วันแข่งขัน 

DATEjan-2020feb-2020mar-2020apr-2020may-2020jun-2020
1127.2169910
299
326.74.86.66.699
46.64.8912910
536.41699
64.86.69
76.6141099
8920.312910
9642.1959
10989
111292489
12166.699
136.6
14919.299
151225.791010
169
173.6699910
1826.79999
1923.57.299
206.6999
216.67.210.26.699
22123.614.4999
239
246.669699
251369999
262091021.4
2766.696.79
2891218999
29162499
3099
316.66.69
TOTAL295.9117.795264.4234.8222.7242.4
DATEjul-2020aug-2020sep-2020oct-2020nov-2020dec-2020
11020.416
28636
3927.88.498.4
4993499
59129
6109171.816
7936.66
891293166
91016.21236
10964.5
11927.86164
12911.29
1336.496.6
14922.296
1513.295.410
1693013.296.617.6
17966
18996.616.259
199124.2
20959318
21912196
2296642.19510
2316.28.421.4
24966
25910254.2
2691026.456.7
276.665
28921.496.66
291024.636.69
30694.8966
317.699
TOTAL236.8306234.6210.8202.595180.2
2748.99