วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562

วิ่งแบบเจ็บๆ @หนองคายมาราธอน (ลำดับที่ 13)

ก่อนมาผมทดลองรองเท้าใหม่ทำให้เจ็บเอ็นร้อยหวาย เลยพักซ้อมสป.สุดท้าย




ตอนวิ่งตาม Pacer 4:30 ไปเรื่อยๆ รอดูว่าจะเจ็บอีกหรือป่าว มันมีอาการเตือนตั้งแต่ กม.16 แต่พอวิ่งได้ จนมาถึง 32k ไม่ค่อยเจ็บจึงหนี Pacer 4:30 หลังวิ่งเจ็บที่เดิม เดินได้อยู่ ประคบเย็น ขึ้นลงบันไดเจ็บนิดๆ ลงน้ำหนักเท้าขวาลำบาก

พารองเท้าคู่บุญ มาวิ่งครั้งที่ 6 คุ้มมากคู่นี้ใช้ไปซัก 2,500 กิโลเมตรได้


วิ่งรอบนี้คิดเฟซแล้วไม่ตก อยู่ระหว่าง 6.2-6.4

วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ข้ามขีดจำกัดของวัย...ด้วยการวิ่ง

#การวิ่งเป็นยาที่ราคาถูกที่สุด #มาออกกำลังกายกันเถอะ
.

ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย กล่าวว่า "คนสูงอายุก็เป็นนักวิ่งได้ โดยอาจจะเริ่มด้วยการเดินช้าๆ ก่อน สัก 2 - 3 สัปดาห์ แล้วค่อยเพิ่มระยะทาง" และยืนยันว่า "การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุด เพราะทำให้เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย"
.
>> ถ้าเป็นในวัยเด็ก เราต้องการออกกำลังกายเพื่อให้มีการเคลื่อนไหวที่ดี ร่างกายจะทำงานได้
>> ถ้าเป็นวัยคนหนุ่มสาว การออกกำลังกายเพื่อจะให้แข็งแรง มีสติ สมาธิ ในการทำงาน
>> สำหรับคนสูงวัย การออกกำลังกายนอกจากเพื่อให้อายุยืนแล้ว ส่วนหนึ่ง คือ คนสูงอายุมักจะก้มไม่ค่อยไหว เดินไม่สะดวก การออกกำลังกายจะช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
ถ้าเป็นคนที่มีโรคประจำตัวอยู่ การออกกำลังกายจะทำให้กินยาน้อยลง มีอาการของโรคน้อยลง เช่น ความดันลดลงได้ คนเป็นเบาหวานก็กินยาน้อยลง โรคปอดจะดีขึ้น ฉะนั้นในคนสูงอายุที่มีโรคอยู่ก็จำเป็นต้องได้รับการออกกำลังกาย ส่วนคนสูงอายุที่ไม่มีโรค ก็ต้องออกกำลังกายเพื่อให้ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย มีอายุยืนมากขึ้น
.
ถามว่า : การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมหรือไม่ สำหรับผู้สูงวัย?
.
ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย กล่าวว่า คำว่า "สูงวัย" เราต้องดูก่อนว่าสูงขนาดไหน 50 ปี 60 ปี 70 ปี หรือ 80 ปี แต่โดยรวมแล้วถ้าคนไม่เคยออกกำลังกาย เดินไปเดินมาอยู่ในบ้าน การวิ่งอาจจะมากเกินไป ควรเริ่มจากคนที่เคยนั่งดูแต่ทีวี หรือนั่งอยู่กับบ้าน อาจจะด้วยการลุกจากเก้าอี้ให้มากขึ้น อย่าอยู่ติดโต๊ะติดเตียง อาจจะเดินไปหยิบของในตู้เย็น เดินไปหยิบรีโมตทีวี ลุกไปทำกับข้าว ทำ
กิจกรรมให้มากขึ้น
แต่ถ้าคนที่เดินอยู่ประจำบ้าง ก็เดินให้มากขึ้น คือเดินติดต่อกันประจำระยะหนึ่ง ไม่ใช่เดินไปแค่นี้แล้วหยุด คือ เริ่มเดินให้มากขึ้น อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ในระดับที่ทำให้เหนื่อยพอสมควร หัวใจเต้นแรงขึ้น เช่น เดินไปคุยไปได้ แต่ร้องเพลงไม่ได้ เพราะถ้าเราเดินในระดับที่ยังไม่เหนื่อยพอนั่นยังไม่ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย
ซึ่งความถี่ในการออกกำลังกายนี้ควรทำอาทิตย์ละ 5 วัน ก็จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อเดินได้ดีแล้ว หลังจากนั้นให้เริ่มเดินสลับวิ่ง ถ้ไม่มีปัญหาเรื่องเข่า เรื่องโรคหัวใจ ก็ควรจะเริ่มเดินเร็ว วิ่งเหยาะ ถ้าไปได้ก็อาจจะวิ่งเลย แต่ถ้าไม่ไหว แค่เดินเร็วๆ ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องวิ่ง
.
"อายุเป็นเพียงตัวเลข"
แนะวิธีการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยว่า ไม่ต่างจากคนทั่วไป รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ นอนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ ซึ่งไม่ว่าจะสูงอายุหรือไม่ ขอแนะนำให้ออกกำลังกาย คือแค่เดิน ตัดหญ้า หรือกวาดบ้านก็ถือว่าออกกำลังกายแล้วอย่านอนดูแต่ทีวี ให้พยายามเคลื่อนไหวร่างกาย แกว่งแขน ดูทีวีแล้วลุกขึ้นมาย่ำเท้าอยู่กับที่ก็ยังได้

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562

การพัฒนากล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่น

การวิ่งมีการเคลื่อนไหว จึงมีความจำเป็นต้องมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่มีความยืดหยุ่นเป็นอย่างดี แล้วเราจะสร้างกล้ามเนื้อส่วนนี้ได้อย่างไร

    เคยเขียนไว้สองสามครั้งเรื่อง Plyometrics แต่ก็ยังเขียนได้เรื่อยๆครับ เพราะว่านี่คือ กุญแจ ที่จะทำให้นักวิ่งพัฒนาการวิ่งได้ดีขึ้นกว่าเดิม การฝึก Plyometrics คือการฝึกกล้ามเนื้อแต่ละชิ้น ให้มีการยืดและหดตัวอย่างรวดเร็ว จังหวะที่กล้ามเนื้อหดตัวตามด้วยกล้ามเนื้อยืดตัวทันที สร้างการเคลื่อนไหวที่ทรงพลัง และแข็งแรง กว่าการเคลื่อนไหวแบบที่อาศัยการยืดอย่างเดียวไม่มีการหดตัวของกล้ามเนื้อ วิธีการฝึกกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่น จะประกอบไปด้วย การกระโดดในรูปแบบต่างๆ

   การซ้อมวิ่งยาว จะมีลักษณะของการใช้การยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ ที่น้อยกว่าการกระโดด แต่เราสามารถฝึกให้กล้ามเนื้อตอบสนองในเรื่องการยืดหดตัวเพิ่มขึ้น ด้วยการฝึกให้กล้ามเนื้อรู้จักการยืดหยุ่น ยิ่งกล้ามเนื้อยืดหยุ่นมีความแข็งแรงมากขึ้นเท่าไร เราจะยิ่งสะสมพลังงาน และปลดปล่อยพลังงานในกล้ามเนื้อรวมถึงเส้นเอ็น ได้มากยิ่งขึ้นไปอีก ขณะที่กล้ามเนื้อยืดตัว  พลังงานจะได้รับการสะสมเก็บไว้ และปล่อยออกมาตอนกล้ามเนื้อหดตัว เส้นใยกล้ามเนื้อจะเก็บพลังงานจากกล้ามเนื้อยืดหยุ่นเอาไว้ได้มากขึ้น และส่งผ่านอย่างรวดเร็ว และทรงพลัง ในช่วงที่กล้ามเนื้อยืดและหดตัว  

   เวลาที่เราฝึกกระโดดในรูปแบบต่างๆนั้น เราต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยฝึกมาก่อน เพราะการกระโดด มีแรงตกกระทบที่ค่อนข้างแรง จะทำให้บาดเจ็บไปหลายวันได้ ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป รูปแบบการฝึก ก็จะมีพวก สก็อตจั้มพ์ กระโดดเชือก กระโดดพร้อมกันสองขา กระโดดจิงโจ้ กระโดดแยกขา กระโดดสองเท้าขึ้นขั้นบันได กระโดดบนพื้นราบ กระโดดขึ้นเนิน กระโดดขึ้นกล่อง เป็นต้น….

Sukirin Taweesuk Veloce Team

วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562

เจ็บเท้าต้องอ่าน วิธีป้องกันปัญหาเท้าพอง

ปัญหาเท้าพอง (Blister) จากการวิ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่นักวิ่งไม่อยากพบเจอกันแน่นอน เพราะว่าเป็นทีนึงอาจจะทำให้เราถึงขั้นต้องหยุดวิ่งเพื่อพักรักษากันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาดูวิธีป้องกันปัญหาเท้าพองกันดีกว่าครับ
.

เจ้าอาการเท้าพองเนี่ยเกิดจากการเสียดสีของผิวหนังกับผ้าซึ่งหากว่าถุงเท้าที่เราใช้นั้นมีความแข็ง หรือ มีการตัดเย็บที่ไม่ดีเมื่อต้องวิ่งเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจจะนำไปสู่ปัญหาเท้าพองได้ หรือ บางทีก็อาจจะเกิดจากการที่ไซซ์ของรองเท้าวิ่งที่เราใส่นั้นแน่นจนเกินไปนั่นเอง
.
วิธีป้องกันคือ

1.ปรับเปลี่ยนถุงเท้า
หากถุงเท้าของเรามีการตัดเย็บที่ไม่ดีนักมีตะเข็บที่แข็ง แนะนำว่าให้เพื่อน ๆ ลองเปลี่ยนถุงเท้าดูครับเลือกคู่ที่มีความนุ่ม และสามารถระบายความชื้นได้ดี หรือถ้าจะให้ดีซื้อถุงเท้าสำหรับใส่วิ่งไปเลยก็ได้ครับจะสามารถช่วยลดปัญหาตรงนี้ได้พอสมควรเลย ปัญหาเล็บหลุดเล็บดำก็ช่วยได้นะ
.
2.ปรับเปลี่ยนไซซ์รองเท้าให้ถูกต้อง
เพื่อน ๆ บางคนเลือกซื้อรองเท้าวิ่งโดยเลือกจากความพอดีแบบเป๊ะ ๆ ซึ่งนั่นเป็นการเลือกรองเท้าวิ่งที่ผิดครับ เมื่อเราใส่รองเท้าที่แน่น หรือ พอดีจนเกินไปจะทำให้เท้าของเราเกิดการเสียดสีสูงซึ่งนำมาสู่ปัญหาเท้าพองและเล็บหลุดเล็บดำได้ แนะนำว่าหากเลือกซื้อรองเท้าวิ่งให้เลือกคู่ที่เหลือพื้นที่ด้านหน้าสักครึ่งนิ้วถึงหนึ่งนิ้วครับ และในส่วนของหลังเท้าควรจะต้องกระชับ และห่อหุ้มบริเวณหลังเท้าของได้ดี
.
3.ผูกเชือกรองเท้าให้รู้สึกพอดีไม่แน่นจนเกินไป
อย่างที่บอกว่าควรเลือกซื้อรองเท้าให้ถูกไซซ์ของตัวเองและเผื่อด้านหน้าไว้สักนิด และอีกวิธีนึงนั่นก็คือการผูกเชือกรองเท้า เพื่อน ๆ ควรผูกเชือกรองเท้าให้รองเท้ารู้สึกพอดีกับส้นเท้าไม่แน่นจนเกินไป หรือลองเช็กดูง่าย ๆ เวลาเพื่อน ๆ ใส่รองเท้าแล้วยังไม่ได้ผูกเชือกสามารถถอดรองเท้าได้ง่าย ๆ รึเปล่า และเมื่อเวลาวิ่งร้อยเชือกรองเท้าให้ถึงรูสุดท้ายเพื่อป้องกันไม่ให้รองเท้าเลื่อนไหลครับ
.
4.ทาครีม หรือ เพิ่มความชุ่มชื่นในจุดที่เสียดสีบ่อย
หากจุดไหนของเท้าที่รู้สึกว่าเกิดการเสียดสีบ่อยให้เพื่อน ๆ ลองทาครีม หรือ สารที่ให้ความชุ่มชื่นในจุดนั้นเพื่อลดแรงเสียดสีครับ
.
นี่คือวิธีเบื้องต้นง่าย ๆ ที่จะเป็นการช่วยป้องกันการเกิดอาการเท้าพองจากการวิ่ง เพื่อน ๆ คนไหนที่มักจะเกิดอาการเท้าพองลองปรับเปลี่ยนกันดูนะครับ ปัญหาพวกนี้จะได้ไม่กลับมาทำให้การวิ่งของเพื่อน ๆ ต้องสะดุดอีกครับ
.
#วิ่งไหนดี
#WingNaiDee

วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562

เทเปอร์ (Tapering) คืออะไร ? …. และทำอย่างไร?

Smart Runner by Union Pay มีคำอธิบายค่ะ
.

ใกล้เข้ามาแล้วนะค่ะ กับงานอยุธยามาราธอน 2019 สำหรับใครที่เข้าตารางฝึกซ้อมกันอยู่ เวลานี้ก็น่าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่าเทเปอร์ (Taper) นะค่ะ
.
เทเปอร์ คือ การลดปริมาณการฝึกซ้อมลง ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูเต็มที่ มีความสมบูรณ์ที่สุด หรือที่เรียกว่าช่วงพีค(peak) เพื่อให้ร่างกายเรามีความพร้อมกับการแข่งขันนั่นเอง
.
รู้ไหมว่าการเทเปอร์ที่ถูกวิธี จะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในวันแข่งได้ถึง 3% เลยทีเดียว
3% ดูเหมือนไม่เยอะมาก แต่เวลาเพียงไม่กี่นาทีหรือวินาทีที่เพิ่มขึ้นมานั้น อาจหมายหมายถึงPR , เวลาคัตออฟ หรือแม้กระทั่งเวลาควอลิฟายไปวิ่งบอสตันมาราธอนเลยก็เป็นได้
.
ระยะเวลาในการเทเปอร์จะอยู่ในช่วง 2- 4 สัปดาห์ก่อนวันแข่ง ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโปรแกรม แต่ส่วนมากที่เห็นกันจะใช้เวลา 3 สัปดาห์
ใครที่จะมาเร่งซ้อมในช่วงเวลานี้ถือว่าสายไปแล้วค่ะ ไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว เพราะร่างกายคนเราจะใช้เวลาในการปรับตัวอย่างน้อย 6 สัปดาห์
.
ใครที่ฝึกซ้อมกันเอง แล้วไม่รู้จะเทเปอร์กันอย่างไร เรามีคำแนะนำให้นะค่ะ
ในช่วงเทเปอร์ให้เราลดปริมาณการฝึกซ้อมลง โดยลดระยะสะสมต่ออาทิตย์ (Mileleage) ลง 20-30% จากระยะสะสมสูงที่สุดซึ่ง มักจะเป็นอาทิตย์สุดท้ายของการซ้อมวิ่งยาวนั่นแหละค่ะ ตัวอย่างเช่น ระยะสะสมสูงสุดต่ออาทิตย์คือ 65 กม. ในอาทิตย์ถัดไปให้ลดลงมาเหลือ 45-52 กม.
โดยรักษาระดับความเร็วในการซ้อมให้เป็นระดับที่ใช้ในการแข่งขัน ไม่วิ่งเร็วไปกว่านั้น จากนั้นก็ค่อยๆลดลงอีกในอาทิตย์ถัดไป
.
ในช่วง 2 -3 สัปดาห์สุดท้ายนี้ให้ลดการเล่น Crosstraining ที่ใช้ขาลง เพื่อเก็บแรงของขาไว้
ส่วนการเล่น crosstraing ในส่วนอื่นๆ เช่นกันยกเวทช่วงบน, การว่ายน้ำ เป็นต้น ยังสามารถทำได้ แต่ก็ให้ลดปริมาณลงจากเดิมเช่นกันค่ะ
โยคะหรือพิลาทิส สามารถเล่นได้ค่ะ แต่ให้หยุดในอาทิตย์สุดท้ายก่อนวันแข่ง

สำคัญที่สุด อย่าลืมยืดเหยียดบ่อยๆในช่วงเทเปอร์นี้นะคะ
.
การกินในช่วงนี้ก็ควรปรับด้วยเหมือนกันค่ะ ในอาทิตย์แรกของการเทเปอร์ พยายามกินโปรตีนให้เยอะขึ้น เพื่อช่วยในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
เพิ่มการกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนให้เยอะขึ้น ลดปริมาณการกินไขมันลง
คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex carbohydrate) คือคาร์โบไฮเดรตที่สารชนิดอื่นๆเช่น ไขมัน หรือโปรตีน ประกอบอยู่ในโมเลกุลด้วย ตัวอย่างเช่น ข้าวโอ๊ต, ถั่ว, ข้าวซ้อมมือ, ขนมปังโฮทวีท เป็นต้น
ดื่มน้ำเยอะๆเป็นประจำ ในช่วงนี้พยายามลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
.
ช่วงเทเปอร์ของหลายคนอาจพบว่าน้ำหนักของตัวเองอาจเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยก็ไม่ต้องวิตกไปนะคะ ส่วนมันมาจากน้ำและคาร์โบไฮเดรตที่เราสะสมไว้ใช้เป็นพลังงานในวันแข่งนี่แหละค่ะ
.
ใครยังไม่เคยก็ลองนำไปปฏิบัติดูนะค่ะ อย่าลืมว่าการเทเปอร์ก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญมากๆในการซ้อมนะค่ะ

------------------------------------

ที่มา : Susan Paul, How to Taper Correctly, Runner's World.

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

road to IAAF certified

Korat Powdurance marathon 2020 มีกำหนดจะทำการวัดเส้นทางเพื่อยกระดับเส้นทางวิ่ง ตามมาตราฐาน IAAF โดยมีผู้เชี่ยวชาญจาก IAAF Mr. Kim Vivian มาดำเนินการวัดสนามในครั้งนี้ ทั้งนี้ทีมงานจะเข้าพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเตรียมการดำเนินงานแบบมาตรฐาน IAAF และโอกาสที่จะนำสนามโคราชให้เป็นมาตรฐานในระดับสากล

เส้นทางการแข่งขันที่ได้รับการรับรองโดย IAAF นั้นถูกวัดด้วยเทป และถูกตรวจสอบโดยการวัดหลายครั้ง เส้นทางแข่งขันจะถูกวัดตามเส้นทางที่กำหนดไว้ และเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดที่นักวิ่งสามารถวิ่งได้

ทาง admin จะทำการติดตามและนำข้อมูลความรู้ในการวัดเส้นทางมาคอยรายงานให้พี่ๆเพื่อนๆนักวิ่งได้ติดตามกันนะคะ

ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญของชาวโคราช และจะเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของหลานย่าโม มาร่วมกันเป็นเจ้าภาพตอนรับนักวิ่งจากทั่วโลกด้วยกันนะคะ

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562

วิ่งฟรีที่อยุธยามาราธอน เหรียญที่ 12

พอดีอาผมเขาเจ็บเข่ายังไม่หายดี ก็เลยงดไปวิ่งงานอยุธยามาราธอน ให้ bib ผมมาฟรีๆ ให้ไปวิ่งแทน


ผลการแข่งขัน
  • ทำเวลาไป 4:35:40 Pace เฉลี่ย 6.32
  • start - 7.8k ระยะทาง 7.8 kmใช้เวลา 58:53 Pace 7.32
  • 7.8k - 28k ระยะทาง 20.2 km ใช้เวลา 2:06:49 Pace 6.16
  • 28k - 38k  ระยะทาง 10 kmใช้เวลา 1:08:23 Pace 6.50
  • 38k - 42.195k  ระยะทาง 4.2 kmใช้เวลา 21:33 Pace 5.15 ??!!


การเตรียมตัวเดินทาง
  • ลางานด่วน 1 วันๆ เสาร์
  • ออกเช้านั่งรถเมล์ไปลงสาวรีย์ (20 บาท) แต่รถตู้อยุธยา เขาย้ายไปอยู่หน้าฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิตกันหมดแล้ว เลยต้องนั่งรถตู้ไปฟิวเจอร์ (35 บาท)  แล้วต่อรถตู้ไปอยุธยา (40 บาท)
  • จองโฮลเทลไว้ 1 คืน (200 บาท) ไปถึงก็เดินหาโรงแรม พลางชมอุทยานไปด้วย
  • เช็คอินเสร็จก็ไปที่จัดงาน ขอเปลี่ยนชื่อ อายุ ได้แต่ประกันไม่คุ้มครอง โรงแรมห่างจากที่จัดงาน 900 ม. พรุ่งนี้ตีสองกว่าวันวิ่งจะเดินไป (งานนี้ไม่มีรถรับส่งนักวิ่ง)
Time line วันวิ่ง
  • ตื่นตี 1 ครึ่ง (เมื่อวานนอนตั้งแต่ 5 โมงเย็น) หากาแฟ ขนมปังกันแล้ว เดินไปที่จัดงาน
  • ตี 3 ครึ่ง ฝากกระเป๋าเสร็จ (น่าจะเปิดเร็วกว่านี้ ซักตี 3) แล้ววอร์มอัพ 
  • ปล่อยตัวตี 4 ช่วง 0 - 3k วิ่งช้ามาก พอเลย 3k ได้วิ่งเทมโป ตามที่ซ้อมมา คือ วิ่งเร็ว 3k วิ่งช้า 2k สลับกันไป
  • 1k , 2k , 3k วิ่งวอร์ม / 4k, 5k, 6k วิ่งเร็ว / 7k, 8k วิ่งช้า / 9k, 10k, 11k วิ่งเร็ว / 12k, 13k วิ่งช้า / 14k, 15k, 16k วิ่งเร็ว / 17k , 18k วิ่งช้า / 19k , 20k, 21k วิ่งเร็ว / 22k, 23k วิ่งช้า /24k , 25k, 26k วิ่งเร็ว / 27k, 28k วิ่งช้า / 29k, 30k, 31k วิ่งเร็ว
  • เกิน 32k ไปก็วิ่งประคองเรื่อยๆ ส่วนมียุบ มีล้า ที่ 40k, 41k 
  • 8:35 น. ก็เข้าเส้นชัย คูลดาวส์ ยืดเหยียดแล้วไปหาของกิน
  • 9:40 น. กลับโรงแรม หลังจาก ปริ้นท์ผล ถ่ายรูป
  • 12:00 น.เช็คเอาท์ ได้นอนพักเกือบ 2 ชม.
  • 13:00 น. ขึ้นรถตู้เข้าฟิว หลังจากกินก๋วยเตียวอยุธยา ต้นตำรับ ร้านกะลา ซัดไป 3ชาม พิเศษ 2 ธรรมดา 1
  • 14:00 น. ต่อรถตู้พระราม 2 ( 68 บาท) กลับบ้าน
รีวิวงานวิ่ง
  • เส้นทางวิ่งเขาจัดแปลกๆ วิ่งวกวน ตัดไปตัดมา ถ้าใครจะมาสำรวจก่อนคงงงแย่เลย
  • จัดการจราจรไม่ดีเลย แถบไม่ปิดถนน นักวิ่งต้องวิ่งไหลทาง จะแซงกันก็ต้องดูข้างหลังให้ดีไม่งั้นอาจโดนรถเฉี่ยว
  • ช่วงตัดข้ามถนนก็ต้องค่อยมอง หวังพึ่ง ตำรวจ หรือ อพปร.อย่างเดียวไม่ได้
  • น้ำดื่ม เกลือแร่ ผลไม้ ตามจุดมีให้เยอะ ไม่ขาด จัดได้ดีมาก
  • หน่วยปฐมพยาบาล กู้ภัย มีให้เห็นเยอะอยู่ ทั้งที่ปั่นจักรยานตามเส้นทาง รถกู้ภัยวิ่งดูความปลอดภัย
  • อาหารหลังวิ่งอร่อย เยอะ
สภาพร่างกายหลังวิ่ง
  • รู้สึกหมดแรง ไม่สดชื่นขณะยืดเหยียด จึงได้แค่ 2 เซ็ต ไปหาของกิน
  • สงสัยยืดเหยียดน้อย กล้ามเนื้อมีอาการเคล็ดขัดยอก อาการตะคริว
  • นิ้วเท้าไม่เจ็บเพราะใช้รองเท้าคู่เก่าสีฟ้าปี 2018 เบอร์ 41 (คู่สีเทาปี 2019 เบอร์ 40.5) ฉะนั้นปี 2020 ต้องจัดเบอร์ 41 รุ่น Inspire 14
ข้อสังเกตุจากการวิ่งครั้งนี้
  • โดยรวมวิ่งได้ตามที่ซ้อม ไม่เกิน ทั้งนี้ตอนเทมโปวิ่งเร็วพอประมาณ เพราะกลัวเจ็บแล้วจะอดวิ่งหนองคายมาราธอน
  • เท่าที่ดูรูปที่ช่างภาพถ่าย การวิ่งของตัวเองดูเครียดๆ คงเพราะสภาพการจราจรบนเส้นทาง แต่พอเข้าอุทยาน ก็ผ่อนคลายลง มีขอแอมโมเนีย วางท่าวิ่งดมใส่ตากล้อง ☺
  • ช่วงเริ่มต้นวิ่งช้าไป 0-7.8km ใช้เวลาไปตั้ง 59 นาที
  • กินน้ำ เกลือแร่ กล้วย เกือบทุกจุด แต่ใช้เวลาแวะน้อย ไม่ได้กินเจลเลย (ได้แจกฟรี มา 1 ซอง)
  • รู้สึกว่าตัวเองผอมลง ถามเมียก็ว่าใช่ ขนาดกลับบ้านเจอหน้าแม่ๆ ยังบอกว่า เลิกวิ่งเถอะลูกกกก ผอมจะตายอยู่แล้ว ☺555