หากคุณเป็นนักวิ่งหน้าใหม่ นอกจากการเลือกรองเท้าวิ่งดี ๆ ที่เหมาะกับเท้าของเราสักคู่แล้ว ยังต้องเตรียมพร้อมร่างกายของเราด้วย อย่างพักผ่อนให้เพียงพอ หรือรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่เมื่อพูดถึงร่างกาย ก็มีคำถามโผล่มา “แล้วเราควรไปพบแพทย์ ตรวจร่างกาย เพื่อเช็คความพร้อมของร่างกายก่อนเราจะลงวิ่งหรือไม่?”
.
คำตอบ คือ ควร เราควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเหล่านี้
.
1. ไม่ได้ออกกำลังกายมาเป็นปี หรือมากกว่านั้น
2. ปัจจุบันคุณไม่ได้ออกกำลังกาย และมีอายุมากกว่า 65 ปี
3. ได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหาโรคเกี่ยวกับหัวใจ
4. คุณกำลังตั้งครรภ์
5. คุณมีน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน
6. คุณเคยสูบบุหรี่มาก่อน หรือปัจจุบันยังสูบอยู่
7. ความดันโลหิตสูง
8. เป็นโรคเบาหวาน
9. บุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ
10. คุณมีอาการเจ็บหน้าอกในเวลาที่คุณออกกำลังกาย
11. คุณมีอาการเวียนหัว หรือเป็นลมบ่อย
12. คุณมีอาการป่วยอื่น ๆ
.
แล้วจะไปพบแพทย์ ควรถามอะไรดี
แน่นอนว่าบางคนอาจจะมีคำถามต่าง ๆ นานา มากมาย แต่คำถามที่ควรจะยกไปปรึกษาแพทย์นั้น อย่างแรกเราควรแจ้งแพทย์ให้ทราบถึงแผนการวิ่งของคุณ ว่าจะวิ่งอย่างไร ไกลแค่ไหน สม่ำเสมอขนาดไหน ฯลฯ เพื่อให้แพทย์ประเมินผล และช่วยวางแผน ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับตัวคุณ และยังรวมไปถึงคาดการณ์ปัญหาสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย เราอาจจะถามในเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายหลังจากที่เราเริ่มออกวิ่ง ทั้งอาการปกติที่สามารถเกิดขึ้นกับนักวิ่งทั่วไป หรือในกรณีที่คุณมีโรคประจำตัว ปัญหาสุขภาพ และเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน หรือยังเป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็สามารถปรึกษาปัญหาเหล่านี้ได้ว่าจะมีผลกระทบต่อแผนการวิ่งของเรามากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญ หากคุณเลือกที่จะใช้การวิ่งเป็นวิธีลดน้ำหนัก ก็ควรจะแจ้งให้แพทย์ทราบเช่นกัน เหล่านี้เป็นคำถามสำคัญหลัก ๆ ที่เราควรถามเมื่อไปพบแพทย์
.
การไปตรวจร่างกายของคุณ นอกจากจะตรวจสุขภาพทั่วไปแล้ว ควรจะตรวจสมรรถภาพของหัวใจด้วย เพื่อดูว่าคุณมีปัญหา หรือความเสี่ยง หรือมีโอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะสัมพันธ์กับการออกกำลังกายหรือไม่
.
ทั้งนี้ถ้าหากคุณเริ่มวิ่งเป็นประจำแล้ว หรือวิ่งเป็นประจำอยู่แล้ว ก็ควรไปพบแพทย์ ตรวจสุขภาพรายปี เพื่อดูผลว่าคุณนั้นมีสุขภาพที่ดี ไม่ได้มีปัญหาสุขภาพอย่างอื่นตามมา
.
.
#ThaiRun
| เพจแรกที่นักวิ่งเลือก
เรื่องโดย: Kamonphan.C
อ้างอิงจาก:
https://www.verywellfit.com/get-medical-clearance-for-runni…
http://sriphat.med.cmu.ac.th/th/knowledge-96
วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562
วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2562
การบริจาคเลือด กับการออกกำลังกาย
ไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่าเลือดแล้วมนการออกกำลังกาย ไม่ต้องอะไรมากเลยค่ะ ง่ายๆเลย ยิ่งมีเลือดที่บรรจุออกซิเจนสูงส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากเท่าไหร่ เราก็ออกกำลังกายต่อไปได้นานเท่านั้น
.
การให้เลือดนี่เป็นการทำบุญที่บริสุทธิ์ประเสริฐมากนะคะ จะมีอะไรที่ดีไปกว่าการต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีก เพราะเลือดสำคัญต่อการดำรงชีวิต แต่ก็มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเวลาที่เราจะบริจาคเลือดด้วยนะคะ เราเลือกเวลาได้ค่ะ
.
เคยมีวิจัยออกมาเมื่อปี 2013 ที่ดูว่าการบริจาคเลือดมีผลต่อการออกกำลังกายแบบ endurance อย่างไร อาสาสมัครเป็นนักปั่นจักรยานนะคะ ปั่นบนเทรนเนอร์อยู่กับที่นะคะ และก็มาให้เลือด แล้วก็มาเทสต์ VO2 max ใน 2 วัน แล้วก็อีก 7 วันต่อมาหลังจากบริจาคเลือด
.
การศึกษาครั้งนี้จะศึกษาในเรื่องระยะเวลาที่นักกีฬาจะเริ่มเหนื่อย และศึกษา VO2 max ปรากฎว่าหลังการให้เลือด ค่า VO2 max ตกลง 15% และระยะเวลาที่จะเริ่มเหนื่อยก็เหนื่อยเร็วขึ้น 19% หลังจาก 2 ชั่วโมงแรกที่ทดสอบ
.
หลังจากนั้น 2 วัน และ 7 วัน ค่า VO2 max ก็ลดลง แค่ 7% จากก่อนบริจาคเลือดค่ะ และก็กลับมาเท่าเดิมหลังจาก 3 อาทิตย์หลังบริจาคเลือดค่ะ
.
เกิดอะไรขึ้นหลังจากบริจาคเลือด
.
เวลาเราบริจาคเลือด เราจะเสียเม็ดเลือดแดงไป เซลล์ในไตก็จะเริ่มตระหนกว่า ออกซิเจนในเลือด เริ่มน้อยลงนะฮะ ซึ่งก็แหงสิ เราเสียเม็ดดลือดแดงไปนี่ ไตเราก็จะเริ่มปล่อยโปรตีนมาทางกระแสเลือดจนกระทั่งมาถึงไขกระดูก ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อ ยืดหยุ่นที่พบได้ในกระดูกชั้นใน ทีนี้ไขกระดูกก็จะเริ่มผลิต stem cells
.
Stem cells คือ เป็นเซลล์อ่อนที่ไม่มีหน้าที่ของเซลล์ที่เฉพาะเจาะจง สามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ และ พร้อมจะเจริญเติบโต เปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งที่เฉพาะเจาะจงได้ หรือกลายเป็นเซลล์ของเนื้อเยื่อชนิดต่างๆในร่างกายได้
.
ในที่นี้จุดประสงค์คือเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และ เกล็ดเลือด แต่ในกรณีนี้จะสั่งให้ผลิตเม็ดเลือดแดงมากกว่า จนกระทั่งครบประมาณ 2 ล้านเซลล์เท่าเดิม
.
ทำไมเม็ดเลือดแดงสำคัญ
.
สั้นๆเลย คือพี่เค้ามีหน้าที่บรรทุกออกซิเจนไปทั่วตัวอ่ะค่ะ ฮีโมโกลบินจะมีธาตุเหล็ก (ซึ่งก็เสียไปเวลาให้เลือด) พอเสียไปร่างกายเราจะไปเอาเหล็กในคลังของเรามาใช้ และร่างกายเราก็จะเริ่มเก็บสะสมเหล็กใหม่จากอาหารที่เรากิน(ผู้ชายส่วนใหญ่มีมากกว่าหญิงนะคะ)
.
พวกที่เป็น iron deficiency ก็จะมีฮีโมโกลบินน้อย พอแย่ลงมากๆเข้า ก็จะกลายเป็นโรค anaemia พอเป็นเราก็จะเหนื่อยง่าย การออกกำลังกายก็จะแย่ลงไปแน่นอน
.
หลังบริจาคเลือด ระดับฮีโมโกลบินของคนส่วนใหญ่จะกลับมาเป็นระดับปกติหลังจาก 6-12 อาทิตย์ เราจะเหนื่อยจริงๆคือตอนอาทิตย์แรก และดีขึ้นมากหลังจาก 3 อาทิตย์ แต่ปกติจริงๆคือประมาณ 6 อาทิตย์ขึ้นไปนะคะ
.
6 อาทิตย์กับสมรรถภาพนักกีฬาที่สูญเสียไปเพื่อแลกกับชีวิตเพื่อนมนุษย์และบุญกุศลอีกมหาศาล คิดยังไงก็คุ้มค่ะ
.
Ref: Blood facts and statistics. (2016). The American National Red Cross. http://www.redcrossblood.org/…/blood-facts-and-statistics.c…
.
Why should I donate blood? (2016). World Health Organization. http://www.who.int/features/qa/61/en.
----------------
Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)
(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)
ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)
.
การให้เลือดนี่เป็นการทำบุญที่บริสุทธิ์ประเสริฐมากนะคะ จะมีอะไรที่ดีไปกว่าการต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอีก เพราะเลือดสำคัญต่อการดำรงชีวิต แต่ก็มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเวลาที่เราจะบริจาคเลือดด้วยนะคะ เราเลือกเวลาได้ค่ะ
.
เคยมีวิจัยออกมาเมื่อปี 2013 ที่ดูว่าการบริจาคเลือดมีผลต่อการออกกำลังกายแบบ endurance อย่างไร อาสาสมัครเป็นนักปั่นจักรยานนะคะ ปั่นบนเทรนเนอร์อยู่กับที่นะคะ และก็มาให้เลือด แล้วก็มาเทสต์ VO2 max ใน 2 วัน แล้วก็อีก 7 วันต่อมาหลังจากบริจาคเลือด
.
การศึกษาครั้งนี้จะศึกษาในเรื่องระยะเวลาที่นักกีฬาจะเริ่มเหนื่อย และศึกษา VO2 max ปรากฎว่าหลังการให้เลือด ค่า VO2 max ตกลง 15% และระยะเวลาที่จะเริ่มเหนื่อยก็เหนื่อยเร็วขึ้น 19% หลังจาก 2 ชั่วโมงแรกที่ทดสอบ
.
หลังจากนั้น 2 วัน และ 7 วัน ค่า VO2 max ก็ลดลง แค่ 7% จากก่อนบริจาคเลือดค่ะ และก็กลับมาเท่าเดิมหลังจาก 3 อาทิตย์หลังบริจาคเลือดค่ะ
.
เกิดอะไรขึ้นหลังจากบริจาคเลือด
.
เวลาเราบริจาคเลือด เราจะเสียเม็ดเลือดแดงไป เซลล์ในไตก็จะเริ่มตระหนกว่า ออกซิเจนในเลือด เริ่มน้อยลงนะฮะ ซึ่งก็แหงสิ เราเสียเม็ดดลือดแดงไปนี่ ไตเราก็จะเริ่มปล่อยโปรตีนมาทางกระแสเลือดจนกระทั่งมาถึงไขกระดูก ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อ ยืดหยุ่นที่พบได้ในกระดูกชั้นใน ทีนี้ไขกระดูกก็จะเริ่มผลิต stem cells
.
Stem cells คือ เป็นเซลล์อ่อนที่ไม่มีหน้าที่ของเซลล์ที่เฉพาะเจาะจง สามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ และ พร้อมจะเจริญเติบโต เปลี่ยนแปลงเพื่อไปทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งที่เฉพาะเจาะจงได้ หรือกลายเป็นเซลล์ของเนื้อเยื่อชนิดต่างๆในร่างกายได้
.
ในที่นี้จุดประสงค์คือเพื่อสร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และ เกล็ดเลือด แต่ในกรณีนี้จะสั่งให้ผลิตเม็ดเลือดแดงมากกว่า จนกระทั่งครบประมาณ 2 ล้านเซลล์เท่าเดิม
.
ทำไมเม็ดเลือดแดงสำคัญ
.
สั้นๆเลย คือพี่เค้ามีหน้าที่บรรทุกออกซิเจนไปทั่วตัวอ่ะค่ะ ฮีโมโกลบินจะมีธาตุเหล็ก (ซึ่งก็เสียไปเวลาให้เลือด) พอเสียไปร่างกายเราจะไปเอาเหล็กในคลังของเรามาใช้ และร่างกายเราก็จะเริ่มเก็บสะสมเหล็กใหม่จากอาหารที่เรากิน(ผู้ชายส่วนใหญ่มีมากกว่าหญิงนะคะ)
.
พวกที่เป็น iron deficiency ก็จะมีฮีโมโกลบินน้อย พอแย่ลงมากๆเข้า ก็จะกลายเป็นโรค anaemia พอเป็นเราก็จะเหนื่อยง่าย การออกกำลังกายก็จะแย่ลงไปแน่นอน
.
หลังบริจาคเลือด ระดับฮีโมโกลบินของคนส่วนใหญ่จะกลับมาเป็นระดับปกติหลังจาก 6-12 อาทิตย์ เราจะเหนื่อยจริงๆคือตอนอาทิตย์แรก และดีขึ้นมากหลังจาก 3 อาทิตย์ แต่ปกติจริงๆคือประมาณ 6 อาทิตย์ขึ้นไปนะคะ
.
6 อาทิตย์กับสมรรถภาพนักกีฬาที่สูญเสียไปเพื่อแลกกับชีวิตเพื่อนมนุษย์และบุญกุศลอีกมหาศาล คิดยังไงก็คุ้มค่ะ
.
Ref: Blood facts and statistics. (2016). The American National Red Cross. http://www.redcrossblood.org/…/blood-facts-and-statistics.c…
.
Why should I donate blood? (2016). World Health Organization. http://www.who.int/features/qa/61/en.
----------------
Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)
(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)
ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)
วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2562
มันส์พะย่ะค่ะ new pb @korat powdurance marathon 2019 (มาราธอนลำดับที่ 9)
อากาศดีมาก ไม่คาดคิดว่าโคราชจะอากาศดีเพียงนี้ อีกทั้งไม่มีแสงแดด ความร้อนมารบกวนกายใจ
เส้นทางสวยงามมากใน มทส. เพลิดเพลิน จรรโลงใจ
วิ่งได้ดีตามแผน คือ ง่ายๆ วิ่งตาม โป่ง 4:30 พอผ่าน กม.38 ก็ฉีกหนี เข้าเส้นช้ยด้วยเวลา 4:26 ชม. เร็วกว่าที่ gc ระยองมาราธอน @บ้านเพ 3 นาที ขอขอบคุณทีม pacer 4:30 ด้วยครับที่พามาถึง 38k ประคบประหงม แนะนำ พูดคุย ให้กำลังใจ ที่ว่ามันส์ฯคือ พอฉีกหนี โป่งแล้วเร่งสปีดได้อีก 4 โลที่เหลือจน Heart rate ขึ้นไปโซน 3 ไม่มีอาการเจ็บ หรือตะคริว
เส้นทางสวยงามมากใน มทส. เพลิดเพลิน จรรโลงใจ
วิ่งได้ดีตามแผน คือ ง่ายๆ วิ่งตาม โป่ง 4:30 พอผ่าน กม.38 ก็ฉีกหนี เข้าเส้นช้ยด้วยเวลา 4:26 ชม. เร็วกว่าที่ gc ระยองมาราธอน @บ้านเพ 3 นาที ขอขอบคุณทีม pacer 4:30 ด้วยครับที่พามาถึง 38k ประคบประหงม แนะนำ พูดคุย ให้กำลังใจ ที่ว่ามันส์ฯคือ พอฉีกหนี โป่งแล้วเร่งสปีดได้อีก 4 โลที่เหลือจน Heart rate ขึ้นไปโซน 3 ไม่มีอาการเจ็บ หรือตะคริว
วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2562
วิ่งแค่ 5 นาที ได้ผลดีเกินคาด
สวัสดี เซย์ไฮ เพื่อน ๆ วิ่งไหนดีทุกคนครับ วันนี้ทางเราก็มีเรื่องดีดีมาเล่าสู่กันฟังเช่นเคย
.
แน่นอนครับว่า “การวิ่ง” ไม่เพียงแต่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วก็ยังมีประโยชน์ด้านอื่น ๆ อีกเพียบ ส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้การวิ่งนี่ล่ะครับเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี หรือจะลดน้ำหนักให้กับตัวเองก็มีเยอะ เพราะมันง่ายที่สุด แค่มีรองเท้าคู่เดียวก็สามารถไปวิ่งได้ทั่วจักรวาลแล้ว (ก็เว่อไป)
.
รู้หรือไม่ครับว่า..จริง ๆ การวิ่งเพียงแค่ 5-10 นาที ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดได้ โดยมีการวิจัยจาก Duck-Chul D.C Lee ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว มหาวิทยาลัยไอโอวา มีการเก็บสถิติและใช้เวลาวิจัยนานกว่า 15 ปี (โอ้....นานจริง) ผลพบว่า..คนที่วิ่งออกกำลังกายเป็นประจำเนี่ยจะมีอัตราความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคเรื้อรังอันตรายน้อยลงถึง 30% เลยครับ และยังมีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยตั้ง 3 ปี เลยนะ คิดเป็นการวิ่งทุก ๆ 1 ชั่วโมง จะต่อชีวิตได้ 7 ชั่วโมงเลยล่ะครับ
.
เอ๊ะ ! แล้วถ้าเทียบการวิ่งกับการออกกำลังกายประเภทอื่นล่ะ??? การศึกษาค้นคว้าในเรื่องมีการทดสอบโดยแบ่งคนออกเป็น 4 กลุ่มครับ
กลุ่ม 1 Inactive Non-Runners คือ กลุ่มคนที่ไม่วิ่งและไม่ออกกำลังกายอื่นด้วย (เกณฑ์ที่ใช้คือ 500 MET-min/week หรือเทียบเท่าการออกกำลังกายแบบหักโหมให้ได้อาทิตย์ละประมาณ 75 นาที ครับ)
กลุ่ม 2 Inactive Runners คือ กลุ่มคนที่วิ่งแต่ออกกำลังกายประเภทอื่นได้ไม่ถึง 500 MET-min/week
กลุ่ม 3 Active Non-Runners คือ กลุ่มคนที่ออกกำลังกายอื่น ๆ แต่ไม่ได้วิ่งเลย
กลุ่ม 4 Active Runners คือกลุ่มคนที่ทั้งวิ่งและออกกำลังกายอื่น ๆ ถึง 500 MET-min/week
.
และผลสรุปที่ออกมาก็แน่นอนครับ กลุ่มที่ 4 (ทั้งวิ่งและออกกำลังกายอื่น ๆ) มีแนวโน้มจะเสียชีวิตน้อยกว่าทุกกลุ่มเลย ถ้าเทียบกับกลุ่ม 1 ที่ไม่ได้วิ่งและไม่ได้ออกกำลังเลยเนี่ย มีแนวโน้มจะเสียชีวิตน้อยกว่าถึง 43% เลยล่ะครับ แต่ที่น่าสนใจคือการเทียบกลุ่ม 2 (วิ่งแต่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างอื่น) กับ กลุ่ม 3 (ออกกำลังกายอย่างอื่นแต่ไม่ได้วิ่ง) พบว่ากลุ่มที่วิ่งแต่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างอื่น (กลุ่ม 2) มีแนวโน้มเสียชีวิตน้อยกว่ากลุ่มที่ออกกำลังกายอย่างอื่นแต่ไม่ได้วิ่ง (กลุ่ม 3) ล่ะครับ (เทียบ 0.70 ในกลุ่ม 2 กับ 0.88 ในกลุ่ม 3)
.
นี่ก็คือผลวิจัยหนึ่งนะครับ แต่ก็ยังมีการถกเถียงผลการวิจัยกันอีกมากมายเกี่ยวกับการวิ่ง มีทั้งด้านดี และด้านลบ แต่ถึงอย่างไรก็เถอะครับที่แน่ ๆ การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อชีวิตและจิตใจเราแน่นอน
.
เห็นไหมครับว่าการวิ่งออกกำลังกาย หรือแม้การวิ่งเพียงแค่ 5 นาที ก็สามารถทำให้เพื่อน ๆ ห่างไกลกับโรคอันตรายที่เสี่ยงจะเสียชีวิตได้ ประโยชน์ที่ได้มันคุ้มค่าเกินเวลา 5 นาที จริง ๆ ไหนจะได้สุขภาพที่ดี เผาผลาญไขมัน บางคนจากที่อ้วนก็ผอมได้ด้วยการวิ่ง ยังไม่หมดเท่านั้น..การวิ่งเนี่ยยังส่งผลไปถึงการนอนหลับได้สบายขึ้นด้วยนะเออ
.
สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่คิดอยากจะเริ่มวิ่งแต่ยังไม่ได้เริ่มสักที (เดี๋ยว ๆ อยู่นั่น) หรือคิดว่าจะวิ่งแค่ออกกำลังกายเบา ๆ ชิล ๆ ไม่ได้จะไปลงวิ่งแข่ง หรือทำเวลาอะไร การวิ่งเพียง 5 นาที ก็อาจจะตอบโจทย์นะครับ อยู่ที่ว่าเพื่อน ๆ จะเริ่มวันไหนเท่านั้นเอง แอดมินอยากให้ลองออกไปวิ่งดูครับ ไม่แน่นะหลังจากที่ได้ลองวิ่ง 5-10 นาที วิ่งไปวิ่งมาอาจจะติดใจหันไปวิ่งทำเวลา ล่าเก็บเหรียญก็เป็นได้
.
“สุขภาพดีไม่มีขายนะครับ อยากได้ต้องทำเอง” ☺️
#Wingnaidee
#วิ่งไหนดี
.
แน่นอนครับว่า “การวิ่ง” ไม่เพียงแต่ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วก็ยังมีประโยชน์ด้านอื่น ๆ อีกเพียบ ส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้การวิ่งนี่ล่ะครับเป็นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี หรือจะลดน้ำหนักให้กับตัวเองก็มีเยอะ เพราะมันง่ายที่สุด แค่มีรองเท้าคู่เดียวก็สามารถไปวิ่งได้ทั่วจักรวาลแล้ว (ก็เว่อไป)
.
รู้หรือไม่ครับว่า..จริง ๆ การวิ่งเพียงแค่ 5-10 นาที ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดได้ โดยมีการวิจัยจาก Duck-Chul D.C Lee ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว มหาวิทยาลัยไอโอวา มีการเก็บสถิติและใช้เวลาวิจัยนานกว่า 15 ปี (โอ้....นานจริง) ผลพบว่า..คนที่วิ่งออกกำลังกายเป็นประจำเนี่ยจะมีอัตราความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคเรื้อรังอันตรายน้อยลงถึง 30% เลยครับ และยังมีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยตั้ง 3 ปี เลยนะ คิดเป็นการวิ่งทุก ๆ 1 ชั่วโมง จะต่อชีวิตได้ 7 ชั่วโมงเลยล่ะครับ
.
เอ๊ะ ! แล้วถ้าเทียบการวิ่งกับการออกกำลังกายประเภทอื่นล่ะ??? การศึกษาค้นคว้าในเรื่องมีการทดสอบโดยแบ่งคนออกเป็น 4 กลุ่มครับ
กลุ่ม 1 Inactive Non-Runners คือ กลุ่มคนที่ไม่วิ่งและไม่ออกกำลังกายอื่นด้วย (เกณฑ์ที่ใช้คือ 500 MET-min/week หรือเทียบเท่าการออกกำลังกายแบบหักโหมให้ได้อาทิตย์ละประมาณ 75 นาที ครับ)
กลุ่ม 2 Inactive Runners คือ กลุ่มคนที่วิ่งแต่ออกกำลังกายประเภทอื่นได้ไม่ถึง 500 MET-min/week
กลุ่ม 3 Active Non-Runners คือ กลุ่มคนที่ออกกำลังกายอื่น ๆ แต่ไม่ได้วิ่งเลย
กลุ่ม 4 Active Runners คือกลุ่มคนที่ทั้งวิ่งและออกกำลังกายอื่น ๆ ถึง 500 MET-min/week
.
และผลสรุปที่ออกมาก็แน่นอนครับ กลุ่มที่ 4 (ทั้งวิ่งและออกกำลังกายอื่น ๆ) มีแนวโน้มจะเสียชีวิตน้อยกว่าทุกกลุ่มเลย ถ้าเทียบกับกลุ่ม 1 ที่ไม่ได้วิ่งและไม่ได้ออกกำลังเลยเนี่ย มีแนวโน้มจะเสียชีวิตน้อยกว่าถึง 43% เลยล่ะครับ แต่ที่น่าสนใจคือการเทียบกลุ่ม 2 (วิ่งแต่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างอื่น) กับ กลุ่ม 3 (ออกกำลังกายอย่างอื่นแต่ไม่ได้วิ่ง) พบว่ากลุ่มที่วิ่งแต่ไม่ได้ออกกำลังกายอย่างอื่น (กลุ่ม 2) มีแนวโน้มเสียชีวิตน้อยกว่ากลุ่มที่ออกกำลังกายอย่างอื่นแต่ไม่ได้วิ่ง (กลุ่ม 3) ล่ะครับ (เทียบ 0.70 ในกลุ่ม 2 กับ 0.88 ในกลุ่ม 3)
.
นี่ก็คือผลวิจัยหนึ่งนะครับ แต่ก็ยังมีการถกเถียงผลการวิจัยกันอีกมากมายเกี่ยวกับการวิ่ง มีทั้งด้านดี และด้านลบ แต่ถึงอย่างไรก็เถอะครับที่แน่ ๆ การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อชีวิตและจิตใจเราแน่นอน
.
เห็นไหมครับว่าการวิ่งออกกำลังกาย หรือแม้การวิ่งเพียงแค่ 5 นาที ก็สามารถทำให้เพื่อน ๆ ห่างไกลกับโรคอันตรายที่เสี่ยงจะเสียชีวิตได้ ประโยชน์ที่ได้มันคุ้มค่าเกินเวลา 5 นาที จริง ๆ ไหนจะได้สุขภาพที่ดี เผาผลาญไขมัน บางคนจากที่อ้วนก็ผอมได้ด้วยการวิ่ง ยังไม่หมดเท่านั้น..การวิ่งเนี่ยยังส่งผลไปถึงการนอนหลับได้สบายขึ้นด้วยนะเออ
.
สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่คิดอยากจะเริ่มวิ่งแต่ยังไม่ได้เริ่มสักที (เดี๋ยว ๆ อยู่นั่น) หรือคิดว่าจะวิ่งแค่ออกกำลังกายเบา ๆ ชิล ๆ ไม่ได้จะไปลงวิ่งแข่ง หรือทำเวลาอะไร การวิ่งเพียง 5 นาที ก็อาจจะตอบโจทย์นะครับ อยู่ที่ว่าเพื่อน ๆ จะเริ่มวันไหนเท่านั้นเอง แอดมินอยากให้ลองออกไปวิ่งดูครับ ไม่แน่นะหลังจากที่ได้ลองวิ่ง 5-10 นาที วิ่งไปวิ่งมาอาจจะติดใจหันไปวิ่งทำเวลา ล่าเก็บเหรียญก็เป็นได้
.
“สุขภาพดีไม่มีขายนะครับ อยากได้ต้องทำเอง” ☺️
#Wingnaidee
#วิ่งไหนดี
วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2562
ดีกว่าที่คิด ธรรมชาติช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังวิ่ง
เพื่อน ๆ รู้ไหมครับว่าธรรมชาตินอกจากจะสวยงามแล้ว ยังสามารถช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายของเราได้อีกด้วยนะครับ การได้ออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติเป็นอะไรที่นักวิ่งชื่นชอบ แต่การได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติหลังวิ่งเสร็จนั้นก็เป็นอะไรที่ดีไม่น้อยเลยครับ เพราะมีงานวิจัยออกมาว่า การได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติหลังวิ่งเสร็จ 1 วัน ธรรมชาติจะช่วยเราลดโมเลกุลในร่างกายของเราที่ชื่อว่า Interleukin-6 (IL-6) โดยเจ้าโมเลกุลตัวนี้ส่งผลให้กล้ามเนื้อของเราเกิดอาการบาดเจ็บหรืออักเสบนั่นเองครับ 💚
.
โดย งานวิจัยของ University of California, Berkeley แนะนำว่าให้นักวิ่งทำการพักผ่อนด้วยการเดินเล่น หรือวิ่งเบา ๆ ในสถานที่ที่มีต้นไม้เยอะเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะในช่วงของพระอาทิตย์ตกดินหรือกำลังขึ้นก็ได้ครับ ธรรมชาติพวกนี้จะทำให้ร่างกายของเราฟื้นฟูจากการวิ่งได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงแสงแดดอ่อน ๆ ก็ยังช่วยในเรื่องของการไหลเวียนของเลือด และการขับของเสียออกจากร่างกายด้วยครับ 😃
#Wingnaidee
#วิ่งไหนดี
.
โดย งานวิจัยของ University of California, Berkeley แนะนำว่าให้นักวิ่งทำการพักผ่อนด้วยการเดินเล่น หรือวิ่งเบา ๆ ในสถานที่ที่มีต้นไม้เยอะเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะในช่วงของพระอาทิตย์ตกดินหรือกำลังขึ้นก็ได้ครับ ธรรมชาติพวกนี้จะทำให้ร่างกายของเราฟื้นฟูจากการวิ่งได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงแสงแดดอ่อน ๆ ก็ยังช่วยในเรื่องของการไหลเวียนของเลือด และการขับของเสียออกจากร่างกายด้วยครับ 😃
#Wingnaidee
#วิ่งไหนดี
วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2562
วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2562
รวมข่าววิ่งในฝุ่น
#รันนิ่งอินไซด์เดอร์ - - ตั้งใจทำโพสต์นี้รวมสถานการณ์
การวิ่ง การแข่งขัน ที่ผ่านมา เมื่อนักวิ่งหัวเมืองต่างๆ
พบกับ PM 2.5 อย่างที่พวกเราเจออยู่ขณะนี้ครับ
.
• กรุงนิวเดลี่ ประเทศอินเดีย มีงานวิ่ง Half Marathon
ระดับ Gold Lebel จาก IAAF งานนี้ดังครับในปี 2016
พี่เอเลียด คิปโชเก้ เคยไปวิ่งจนได้แชมป์มาแล้ว
• แต่ทุกปีที่จัดงาน กรุงนิวเดลี่ เป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศไม่สู้ดีนัก
นักวิ่งส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย แต่อีกส่วนใหญ่ยังคงมาร่วมงาน
ในปี 2018 มีจำนวนนักวิ่งฮาล์ฟมากถึง 12,060 ราย รวมทั้งงาน
มากถึง 35,000 ราย ที่ออกมาใช้ชีวิตกลางฝุ่น บางส่วนใส่หน้ากาก
• ความเห็นต่างที่สุดโต่ง บอกทำนองว่า นี่นายจ้ะ...การจัดงานวิ่งที่นี่
มีโทษต่อสุขภาพผู้ร่วมงาน ไม่เฉพาะวันงาน แต่ยังย้อนไปถึง
ตอนที่พวกเราต้องซ้อมเพื่อมาลงงานวิ่งงานนี้ รวมกองเชียร์และผู้จัดงานกลางแจ้ง ใครล่ะจะรับผิดชอบตรงนั้น ? แน่นอนว่าทุกปียังมีการเทงาน ดราม่าวนไป เป็น Mask Runner มันไม่สนุก
• ปีนี้นิวเดลี่ ฮาล์ฟ ประกาศวันแข่งมาแล้วที่ 20 ตุลาคม 2019
พร้อมกันนั้น แต่ยังมีข่าวดีของนักวิ่งแดนภารตะอยู่บ้าง เพราะงานวิ่งมาราธอน
ที่รับสมัครนักวิ่ง 25,000 คน จัดที่เมืองมุมไบ ที่คุณภาพอากาศดี
• ย้อนไปที่ปักกิ่งในปี 2014 เกิดภาระฝุ่นและหมอกปกเมือง
เนื่องจากการเร่งก่อสร้างถนน อาคาร มีการใช้พลังงานถ่านหินเป็นพลังงานในภาคอุตสาหกรรม
• งานวิ่งเมเจอร์ของประเทศอย่างปักกิ่งมาราธอนในปีนั้น ก็ต้องเจอกับ PM2.5
นักวิ่งใส่หน้ากากมางาน ต่อมารัฐบาลเค้าเอาจริงเอาจัง
เรื่องแก้ปัญหา ภาพในปี 2018 ที่ออกมา (เมื่อลองกูเกิลดู)
ไม่พบนักวิ่งใส่หน้ากากเหมือน 4 ปีก่อนล่ะ
• ตัดกลับไปที่ลอนดอน มาราธอน ครับ มีมาตรการเรื่องคุณภาพอากาศ
มีกลุ่มทำงานที่ชื่อว่า "London Air Quality Network" นำโดยมหาวิทยาลัย
Kings College มาทำงานสอดส่องดูแลเรื่องนี้ ด้าน Ecowatch ที่รายงานเรื่องนี้บอกว่า 95% ของประชากรทั่วโลก หายใจกับอากาศที่ไม่ปลอดภัย
• ฝ่าย IAAF โดยผู้บริหารเซบาสเตียน โค มีแผนการทำงานระยะยาวร่วมกับ UN Environment หน่วยงานเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ
ในโครงการ ชื่อ #breathelife2030 เพื่อรณรงค์เรื่องอากาศสะอาดจากนี้ไปถึงปี 2030 ครับ
• คุณเซบาสเตียน มีความเห็นว่า "คุณภาพอากาศ คือ เรื่องของเดียวกับคุณภาพการแข่งขันและสุขภาพของนักกีฬา" งานนี้มี "พอลล่า แรดคลิฟฟ์" นักวิ่งอังกฤษเจ้าของสถิติโลกเป็นพรีเซนเตอร์ เธอพูดในวิดีโอว่า "พวกเราควรส่งต่ออากาศดี ให้ๆ กับนักวิ่งรุ่นถัดจากเรา"
• เธอเล่าว่า วันนี้มีคนราว 6% ของประชากรบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง อากาศมีผลต่อประสิทธิภาพการวิ่งและสุขภาพโดยตรง อยากชวนทุกคนมาร่วมกับฉัน เข้าไปดูได้ที่ http://breathelife2030.org/
• ก็นี่แหละครับ ความเป็นไปที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ฝุ่นกับกีฬาวิ่ง เรื่องนี้ไม่เชิงเป็นเรื่องใหม่ซะทีเดียว เพราะในการเสนอและตัดสินรับเมืองใดเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก เงื่อนไขด้านอากาศก็เป็นทรัพยากรที่ถูกในเกณฑ์การพิจารณาด้วย
เรียบเรียงและรายงานโดย
Running Insider
การวิ่ง การแข่งขัน ที่ผ่านมา เมื่อนักวิ่งหัวเมืองต่างๆ
พบกับ PM 2.5 อย่างที่พวกเราเจออยู่ขณะนี้ครับ
.
• กรุงนิวเดลี่ ประเทศอินเดีย มีงานวิ่ง Half Marathon
ระดับ Gold Lebel จาก IAAF งานนี้ดังครับในปี 2016
พี่เอเลียด คิปโชเก้ เคยไปวิ่งจนได้แชมป์มาแล้ว
• แต่ทุกปีที่จัดงาน กรุงนิวเดลี่ เป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศไม่สู้ดีนัก
นักวิ่งส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย แต่อีกส่วนใหญ่ยังคงมาร่วมงาน
ในปี 2018 มีจำนวนนักวิ่งฮาล์ฟมากถึง 12,060 ราย รวมทั้งงาน
มากถึง 35,000 ราย ที่ออกมาใช้ชีวิตกลางฝุ่น บางส่วนใส่หน้ากาก
• ความเห็นต่างที่สุดโต่ง บอกทำนองว่า นี่นายจ้ะ...การจัดงานวิ่งที่นี่
มีโทษต่อสุขภาพผู้ร่วมงาน ไม่เฉพาะวันงาน แต่ยังย้อนไปถึง
ตอนที่พวกเราต้องซ้อมเพื่อมาลงงานวิ่งงานนี้ รวมกองเชียร์และผู้จัดงานกลางแจ้ง ใครล่ะจะรับผิดชอบตรงนั้น ? แน่นอนว่าทุกปียังมีการเทงาน ดราม่าวนไป เป็น Mask Runner มันไม่สนุก
• ปีนี้นิวเดลี่ ฮาล์ฟ ประกาศวันแข่งมาแล้วที่ 20 ตุลาคม 2019
พร้อมกันนั้น แต่ยังมีข่าวดีของนักวิ่งแดนภารตะอยู่บ้าง เพราะงานวิ่งมาราธอน
ที่รับสมัครนักวิ่ง 25,000 คน จัดที่เมืองมุมไบ ที่คุณภาพอากาศดี
• ย้อนไปที่ปักกิ่งในปี 2014 เกิดภาระฝุ่นและหมอกปกเมือง
เนื่องจากการเร่งก่อสร้างถนน อาคาร มีการใช้พลังงานถ่านหินเป็นพลังงานในภาคอุตสาหกรรม
• งานวิ่งเมเจอร์ของประเทศอย่างปักกิ่งมาราธอนในปีนั้น ก็ต้องเจอกับ PM2.5
นักวิ่งใส่หน้ากากมางาน ต่อมารัฐบาลเค้าเอาจริงเอาจัง
เรื่องแก้ปัญหา ภาพในปี 2018 ที่ออกมา (เมื่อลองกูเกิลดู)
ไม่พบนักวิ่งใส่หน้ากากเหมือน 4 ปีก่อนล่ะ
• ตัดกลับไปที่ลอนดอน มาราธอน ครับ มีมาตรการเรื่องคุณภาพอากาศ
มีกลุ่มทำงานที่ชื่อว่า "London Air Quality Network" นำโดยมหาวิทยาลัย
Kings College มาทำงานสอดส่องดูแลเรื่องนี้ ด้าน Ecowatch ที่รายงานเรื่องนี้บอกว่า 95% ของประชากรทั่วโลก หายใจกับอากาศที่ไม่ปลอดภัย
• ฝ่าย IAAF โดยผู้บริหารเซบาสเตียน โค มีแผนการทำงานระยะยาวร่วมกับ UN Environment หน่วยงานเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ
ในโครงการ ชื่อ #breathelife2030 เพื่อรณรงค์เรื่องอากาศสะอาดจากนี้ไปถึงปี 2030 ครับ
• คุณเซบาสเตียน มีความเห็นว่า "คุณภาพอากาศ คือ เรื่องของเดียวกับคุณภาพการแข่งขันและสุขภาพของนักกีฬา" งานนี้มี "พอลล่า แรดคลิฟฟ์" นักวิ่งอังกฤษเจ้าของสถิติโลกเป็นพรีเซนเตอร์ เธอพูดในวิดีโอว่า "พวกเราควรส่งต่ออากาศดี ให้ๆ กับนักวิ่งรุ่นถัดจากเรา"
• เธอเล่าว่า วันนี้มีคนราว 6% ของประชากรบนดาวเคราะห์ดวงนี้ ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง อากาศมีผลต่อประสิทธิภาพการวิ่งและสุขภาพโดยตรง อยากชวนทุกคนมาร่วมกับฉัน เข้าไปดูได้ที่ http://breathelife2030.org/
• ก็นี่แหละครับ ความเป็นไปที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ฝุ่นกับกีฬาวิ่ง เรื่องนี้ไม่เชิงเป็นเรื่องใหม่ซะทีเดียว เพราะในการเสนอและตัดสินรับเมืองใดเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก เงื่อนไขด้านอากาศก็เป็นทรัพยากรที่ถูกในเกณฑ์การพิจารณาด้วย
เรียบเรียงและรายงานโดย
Running Insider
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)















