วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2561

อัพเดตลิงค์สำหรับคลิปความรู้พื้นฐานในการใช้ดูแลตัวเองค่ะ


อัพเดตลิงค์สำหรับคลิปความรู้พื้นฐานในการใช้ดูแลตัวเองค่ะ อัพเดตกันทุก 4-6เดือน
ตัวอย่าง Warmup ก่อนวิ่ง
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/823458571144798
6 ท่า Quick stretch สำหรับนักวิ่ง
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/820436578113664
Trigger point จุดยึดเกร็งกล้ามเนื้อ คืออะไร
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/719067854917204:0
Drill ก่อนวิ่ง ในบรรยากาศ UTMB2017
https://youtu.be/ZhpsMIwP6GI
สอนยืดกล้ามเนื้อต้นขาหนีบด้านใน
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/716187071871949/
การดูแลตนเองเบื้องต้นอาการShinsplint
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/714562195367770/
การดูแลตนเองเบื้องต้นอาการ เจ็บเข่าด้านนอก Iliotibial band syndrome (ITBS)
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/711453795678610/
การดูแลตนเองเบื้องต้นอาการเจ็บเข่าด้านใน pes ancerinus tendinitis
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/706955322795124/
วิธีกดนวดกล้ามเนื้อใต้ข้อพับเข่า
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/737105413113448/
สร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อกางสะโพก
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/670509293106394
สร้างความแข็งแรง hamstring
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/730520347105288/
สร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อเหยียดสะโพก
ที่สำคัญสำหรับนักวิ่ง setA
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/834734023350586/
รักษารองช้ำด้วยตนเอง version ThaiPBS
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/655946411229349
เตรียมตัววิ่ง half marathon
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/713891182101538
Link YouTube
https://youtu.be/BJCKgEghjt0
เตรียมตัววันวิ่งfull marathon
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/722263671264289/
ร้อนเย็นเลือกใช้ต่างกันอย่างไร
https://youtu.be/wggNiYAP0qE
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/722421551248501/
Foam roller คลายปวดเข่า
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/826175527539769/
วิธีใช้ลูกบอลกดนวดกล้ามเนื้อ
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/825750054248983/
บริหารข้อเท้าให้เป็นวงกลมกัน
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/829760717181250/
Live..
จัดการความอ้วนอย่างเข้าใจ
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/771432249680764/
การกู้ชีพเบื้องต้นกับหมออัฐ
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/793290730828249/
คุยเรื่องหูอื้อกับหมอเนย
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/videos/767203166770339/
บทความ
Saroma100 Finisher ultraroad100
ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น
https://www.facebook.com/samitada/posts/10155469794569717
เป้าหมายชีวิตหลัง60
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/721531268004196:0
มาราธอนแรกเปลี่ยนชีวิต
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/728017044022285:0
มาวิ่งมาราธอนกับฉันไหม
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/728555063968483:0
เริ่มวิ่งทำอย่างไร
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/747132312110758:0
3 เทคนิค downhill อย่างปลอดภัยไม่บาดเจ็บ
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/751908744966448:0
ท้องแล้วออกกำลังกายอย่างไร
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/770247049799284:0
ความเแข็งแรงกล้ามเนื้อสำคัญอย่างไร
https://www.facebook.com/GoodhealthLiveSmart/posts/793875257436463:0
วิ่งกับป๊อก จ๊อกดูหญิง
สมัยเทปแรก https://youtu.be/P5X1DHgzXLg
เทปสอง https://youtu.be/FkqTxE0ZAr4
ขอให้เริ่มก้าวอย่างมุ่งมั่นทุกคนนะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561

ชีวิตนักวิ่งหลังวัย 50+

ถึงเวลาต้องมาทบทวน การฝึกฝนการวิ่งที่ทำๆกันมาตลอดชีวิต หาไอเดียใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับวัยของนักวิ่ง มาดูสิว่าต้องปรับอะไรกันบ้าง

1. การลงแข่งวิ่ง

ตอนช่วงวัยแข็งแรง เราจะมองกันแต่เรื่องของชัยชนะจากการแข่งขัน แต่คนวัย 50+ จะเริ่มมีมุมมองที่แตกต่าง จะหันมาให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพที่ดีเป็นหลัก หาเพื่อนหาฝูง และวิ่งเป็นงานอดิเรก

การวิ่งมีความหมายมากกว่าการได้รับชัยชนะ คนวัยนี้จะหันมามองตัวเองมากขึ้น แทนที่จะคิดแต่จะเอาชนะคนอื่น การวิ่งก็เลยหวังไว้แค่ให้วิ่งมาราธอนให้สำเร็จ วิ่งมาราธอนให้ได้หลายๆงาน หรือแม้แต่ลงระดับอัลตร้ามาราธอน
เป็นการแข่งขันกับตัวเอง เป้าหมายชัยชนะเปลี่ยนไปเป็น ต้องการจบ 10 อันดับแรก 100 อันดับแรก คนภายนอกเลยมักจะมองดูคนกลุ่ม 50+ ว่ามุ่งมั่นในการแข่งขันมาก แต่คนกลุ่มนี้มีสปิริตในการวิ่ง และต้องการให้จบแบบสวยๆมากกว่าต้องการชัยชนะ จะเห็นได้จากรูปถ่ายที่โพสต์กันในเฟซบุ้คหลังจากแข่งเสร็จ ดูมีสีสันสดใสร่าเริงเต็มไปด้วยความสุข ราวกับว่าทุกคนได้รับชัยชนะ

2. วิ่งมาราธอนมากขึ้นกว่าเดิม

แนวความคิดในการวิ่งมาราธอน จะเปลี่ยนไปจากเดิม เดิมจะเลือกลงแข่งขัน ไม่กี่งานต่อปี เพื่อไม่ให้ร่างกายโทรม และฟื้นฟูร่างกายได้ทัน และหวังผลเลิศในแต่ละการแข่งขัน แต่คนวัย 50+ จะมองว่าทุกๆงานน่าไปหมดเลย ไม่อยากพลาด อยากไปร่วมงานให้ได้ ได้เจอเพื่อนฝูง หาเพื่อนๆใหม่ๆ แบ่งปันความรู้สึก ประสบการณ์ ในการแข่งขัน ให้กันและกันหลังแข่งจบ ว่าทำได้ตามเวลาที่ตัวเองวางไว้หรือไม่ คนวัยนี้จะไม่ค่อยรู้สึกผิดหวังมากนัก หากการวิ่งไม่เป็นไปตามเป้า เพราะจะมองว่าตัวเองแก้มือได้ในงานหน้า เป็นการมองในเชิงบวกเสมอ

3. มีมุมมองในการฝึกซ้อมแตกต่างไปจากเดิม

พออายุมากขึ้น ความสามารถในการฝึกหนักก็จะลดลง ร่างกายไม่เหมือนตอนวัยหนุ่มสาว ทั้งนี้เพราะโครงสร้างกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น เริ่มเสื่อม การไปโหมฝึกหนัก จะทำให้เจ็บได้ง่าย การฝึกหนัก เป็นการสร้างความกดดันให้กับร่างกาย คนวัย 50+ ควรจะพัก และควรฟื้นสภาพร่างกาย เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อเล็กๆ ที่ถูกทำลายลงในขณะที่ฝึกซ้อม ประเด็นนี้นักวิ่งต้องเรียนรู้ว่ามากแค่ไหนควรจะพอ แต่ไม่ใช่โหมฝึกหนักราวกับตัวเองเป็นวัยรุ่น

การจะซ้อมหนักด้วยการเว้นระยะห่างซ้อมหนักทุกๆ 7 วัน ย่อมไม่เหมาะสมกับวัยนี้ ต้องมีช่องว่างไว้ฟื้นตัว การซ้อมหนักควรเว้นห่างไว้ประมาณ 10-12 วัน การหยุดพักเป็นสิ่งจำเป็น และจะทำให้สร้างผลงานได้ดี การพักมีความสำคัญเท่ากับ การวิ่งยาว หรือการลงคอร์ท ช่วงที่เราพัก ร่างกายได้โอกาสซ่อมแซมตัวเอง และสร้างความแข็งแกร่งให้กับขา การซ้อมหนักเกินไป ร่างกายไม่มีโอกาสได้ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และนั่นเป็นสาเหตุหลักๆว่าทำไมนักวิ่งจึงมีอาการบาดเจ็บกัน

การลดการฝึกซ้อมหนักๆ วิ่งสบายๆ จะทำให้นักวิ่งวัยนี้วิ่งดีขึ้น และเราจะเห็นได้ชัดว่านักวิ่งวัยนี้ วิ่งมาราธอนกันถี่มาก และไม่มีอาการบาดเจ็บให้เห็นมากนัก เพราะซ้อมน้อย แต่แข่งมาก การซ้อมหนักสุด ใช่ว่าจะวิ่งดีสุด แต่การซ้อมอย่างฉลาด จะทำให้เราวิ่งดีต่างหาก ซ้อมแบบมีการยืดหยุ่น ไม่ใช่ซ้อมตามตาราง ต้องเรียนรู้การฟังเสียงของร่างกาย ไม่ใช่ดื้อด้านจะซ้อมตามเป้าให้ได้

4. อาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญ

อาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญสุดๆสำหรับวัย 50+ สำคัญกว่าวัยรุ่นเสียอีก การซ้อมหนักในขณะที่ร่างกายอยู่ในวัยที่เสื่อมพลัง จำเป็นต้องได้รับสารอาหารเพื่อรับมือกับ VO2 max ที่ลดลง ความแข็งแรงที่น้อยลง ไขมันร่างกายที่เพิ่มขึ้น กรดแล็คติกจากกล้ามเนื้อที่ลดลง รวมทั้งความหนาแน่นของมวลกระดูกที่ลดลงเช่นกัน ไม่ใช่เพียงแค่ว่าจะกินอะไร แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่าจะกินเมื่อไร ระหว่างการฝึกซ้อมและการแข่งขัน กินอย่างถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อร่างกายจะได้ซ่อมแซมตัวเอง

ควรงดอาหารสำเร็จรูป เลือกทานอาหารจากธรรมชาติให้มากที่สุด ทานคาร์โบไฮเดรตให้ได้ราวๆ 15-25 กรัม ก่อนการซ้อม เพื่อรักษาระดับพลังงาน ตรงนี้สำคัญมากยามเช้าๆ เพราะเป็นช่วงที่น้ำตาลในเลือดจะกลายเป็นไกลโคเจน เพราะเราต้องการไกลโคเจนสำหรับการซ้อมยาว เลือกกินให้ครบห้าหมู่ในแต่ละวัน กินหลังการซ้อม จะทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น หาเครื่องดื่มเกลือแร่ดื่มระหว่างการซ้อมก็จะดี บางคนมองกว่าวัยนี้ควรงดเกลือ แต่นั่นสำหรับคนที่ไม่ออกกำลังกาย แต่คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เกลือแร่เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไปทดแทนเกลือที่สูญเสียไปกับเหงื่อ 
…..สุคีริน ทวีสุข ทีมเวโลเช่

ที่มา : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10216830754910724&set=gm.994452480741610&type=3

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2561

ปรับท่าวิ่งให้ถูกต้องออกแรงน้อยและได้ความเร็วต้องทำอย่างไร

Q : ควรปรับท่าวิ่งอย่างไรให้ได้ท่าที่ถูกต้อง ใช้แรงน้อยและความเร็วเพิ่มครับ? 
คำถามจากคุณ แย้มยิ้ม ยิ้มแย้ม
--------------------------------------------------
ครูดินขอตอบว่าไม่มีท่าวิ่งที่ดีที่สุดในโลก แต่มีท่าวิ่งที่ดีที่สุดกับโครงสร้างของแต่ละคน ท่าวิ่งที่ครูดินแนะนำก็ไม่ได้บอกว่าดีที่สุด เพราะยังหาจุดที่ลงตัวว่าดีที่สุดยังไม่มีใครอ้างถึง นอกจากการเคลื่อนไหวที่นำหลักการทางพลศาสตร์ กลศาสตร์และกลไกการเคลื่อนไหวทางสรีรวิทยามาอ้างอิง ครูจึงอยากให้ผู้ฝึกได้มาทดลองและพิสูจน์ด้วยตัวเองว่าดีกว่าการวิ่งเดิมหรือไม่ ใช้แรงน้อยและสามารถวิ่งได้ไกลในเวลาที่เคยวิ่งเท่ากับบนความเหนื่อยเดิม แต่วิ่งได้ไกลขึ้นหรือเร็วขึ้นในเวลาที่เท่ากันรึเปล่า
.
[ท่าวิ่งที่ครูดินแนะนำ]
ท่าทางการวิ่งที่ดีแกนกลางของร่างกายควรเป็นเส้นตรงตั้งแต่ท้ายทอยลงมาถึงข้อเท้า สายตามองพื้นข้างหน้าประมาณ 30 - 40 เมตร แขนกับขาทำงานสัมพันธ์กันเป็นจังหวะที่สอดคล้องกับการหายใจที่มีประสิทธิภาพ แกว่งแขนตัดลำตัวเล็กน้อย ร่างกายท่อนบนควรนิ่งไม่โยกหรือส่ายไปมา ปลายเท้าชี้ตรงไปข้างหน้าเสมอ จุดที่สำคัญคือทุกครั้งที่วางเท้าลงสู่พื้นเข่าหน้าควรงอเล็กน้อยเสมอ เมื่อเท้าสัมผัสพื้นไม่ควรแช่เท้านานให้ยกขึ้นทันที ปล่อยวงเท้าให้สบายไม่ฝืนเกร็ง ไม่เร่งรีบที่จะวางเท้าลงขณะที่เท้าไปข้างหลังยังไม่ครบวงรอบสมบูรณ์ ถ่ายโมเมนตัมไปข้างหน้าเล็กน้อยจนรู้สึกว่าขาจะขยับก้าว ตัวจะพุ่งไปข้างหน้าจะช่วยให้เบาแรง ลดแรงกระแทกและวิ่งลื่นไหลขึ้น หลักการของครูดินมีอยู่ว่าการเคลื่อนไหวใดๆ ก็ตามที่ใช้พลังงานและไม่ส่งผลให้การวิ่งดีขึ้นไม่ทำครับ

#UnirenSpray #พกง่ายคลายปวด #TurnPro

ที่มา : https://www.facebook.com/unirenspray/photos/a.649357498434463/1811713988865469/?type=3

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2561

กลับมาซ้อมวิ่งยาว 24K ประจำ week 5 สำหรับ ระยองมาราธอน 2018

พอดีเมื่อวานงานเสร็จเร็ว และวันอาทิตย์ไม่วาง เลยไปวิ่งยาว 24K ที่สวนธนฯ จัดไป 24 รอบ (ระยะทางจริงคือ 25.68 K) ทำเวลาได้

  • 10 รอบแรก 1:03 ชม. pace 
  • 10 รอบสอง 1:11 ชม. pace
  • 4 รอบสุดท้าย 30 นาที pace
pace เฉลี่ย 6.24

ไปถึงตอน 16:17 วอร์มอัพเต็มรูปแบบ เริ่มออกตัว 17:00 ช่วง 10 รอบแรกวิ่งหนักยังไงไม่รู้ พอเลยไปแล้ววิ่งสบายไหลรื่น แต่มาหนักๆ หน่วงๆ อีกช่วงหนึ่งตอน รอบที่ 20-22

วิ่งเสร็จก็คูลดาวส์ แล้วยืดเหยียดด้วย 5 ท่าประจำของหมอเมย์ กินกล้วยไข่ เดินทางกลับ

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561

เหตุผล 5 ข้อ ทำไมเราไม่ควรเล่นหน้าท้องทุกวัน

1. ไม่ทำให้เรามี six- pack ขึ้นมาได้ 
.
ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่วนเวียนอย่างไม่จบไม่สิ้นคือ เราต้องออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้องเพื่อที่จะมี six pack หรือมีกล้ามเนื้อช่วง core ที่แข็งแรง
.
ไม่จำเป็นเลยค่ะ เราสามารถที่จะมี six pack ได้ด้วยการออกกำลังกายที่เป็น compound exercises เช่น front squats โดยใช้ ดัมเบล หรือ บาร์เบล lunges แบบถือดัมเบล หรือแม้แต่การออกกำลังกายแบบใช้แรงกระชากกระโดด (polymeric) เข่น push ups ยังได้เลย 
.
ดังนั้นเวลาที่เราออกกำลังกาย เราจึงควรที่จะเกร็งหน้าท้องเพื่อที่จะใช้แรงจากกล้ามเนื้อช่วงนี้ไปในตัวด้วย ไม่ต้องออกกำลังกายหน้าท้องแยกย่อยออกมาอีก
.
2. การออกกำลังกายแบบหน้าท้องอย่างเดียวสามารถส่งผลให้เรามี posture หรือการทรงตัวที่ไม่ดี

.

โดยเฉพาะคนที่ทำงานนั่งโต๊ะที่มีแนวโน้มว่า หลังจะค่อมงอ คอยื่นอยู่แล้วด้วยค่ะ พอมาทำท่า crunches อย่างเงีย สมมตินะคะ ก็ยิ่งทำให้เรางอหนักเข้าไปอีก เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าท้องเราหดตัวมั้นลงไปอีก

.

3. การออกกำลังกายหน้าท้องไม้ได้ทำให้ไขมันหน้าท้องลดลงค่ะ

.

เลิกคิดกันซักที ไม่มีการลดไขมันเฉพาะส่วนค่ะ ไม่มีจริงๆ ไปสนใจเรื่องการแพลนอาหารการกินให้ดี ไปทำ compound exercises ที่ใช้ข้อต่อหลายๆข้อในเวลาเดียวกัน ดีกว่าค่ะ six pack จะโผล่ขึ้นมาได้ ก็ต่อเมื่อมวลไขมันเราต่ำเท่านั้น แล้วเรายิ่งผอม เรายิ่งต้องเป๊ะ เป๊ะคือ กินให้เป๊ะ ออกกำลังกายให้เป็ะ ไม่ใช่มานั่ง sit ups วันละ 100

.

4. เล่นหน้าท้องทุกวัน ถือเป็นการออกกำลังกายที่ไม่มีประสิทธิภาพ

.

สมมติว่าเราจะเล่นหน้าท้อง วันละ 10-20 นาที บอกเลยว่า สู้เราเอาเวลานั้นไปออกกำลังกายแบบ HIIT ยังจะดีกว่า หรืออีกวิธีนึงที่ดีคือ ออกกำลังกายหน้าท้อง 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์โดยวิธีการออกกำลังกายแบบ circuit training

.

circuit training เป็นการออกกำลังกายที่กระชับ ใช้เวลาน้อยแต่เหนื่อยกว่ามาก คือการที่เราหมุนเวียนเปลี่ยนท่าออกกำลังกายไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดพัก เช่น เล่นกล้ามอก 1 ท่า ต่อด้วย หลัง 1 ท่า ทันทีโดยไม่พักระหว่างเซ็ท จากนั้นไปกระโดดเชือกเสีย 1 นาที แล้วกลับมาเล่น ไหล่ต่อด้วยต้นขา อย่างนี้นับเป็น 1 circuit พัก 2 นาที จากนั้นเริ่มต้นใหม่จนกว่าจะได้เวลาเท่าที่ต้องการหรือหมดแรง เป็นการรวม strength กับ cardio เข้าด้วยกัน ท่าเล่นเวทที่ใช้จะมักจะเป็นท่าที่ใช้กล้ามเนื้อหลายกลุ่ม (compound) เพื่อให้ต้องใช้กำลังมากที่สุด ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วเลยโซนแอโรบิคไป ก็จะเบิร์นไขมันได้ดี

.

ถึงแม้ว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนใหญ่จะเป็นกล้ามเนื้อประเภท 1 (slow twitch) คือแบบ อึดอดทน แต่ก็ยังต้องการเวลาพักฟื้นด้วยเพื่อที่จะโตขึ้น แข็งแรงขึ้นค่ะ

.

5. การเล่นกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกวันจะเสี่ยงต่ออาการกล้ามเนื้อไม่สมดุลย์

.

นั่นคือนอกเหนือจากจะทำให้ posture เราเสียอย่างที่บอกแล้ว กล้ามเนื้อหน้าท้องเราประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อต่างๆคือ

Rectus abdominus (six pack นั่นแหละ)

Transverse abdominus เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกมีหน้าที่ประคอง กระดูกสันหลังส่วนล่าง

Internal obliques จะอยู่ด้านข้างลำตัวทั้งสอง อยู่ลึกและอยู่ใกล้กับ กระดูกสันหลัง( spine) จะมีบทบาทสำคัญในเรื่องช่วยการทรงตัวของกระดูกสันหลังและเชิงกราน
.
External obliques อยู่ด้านข้างลำตัวทั้งสอง มีหน้าที่เหมือนกับ Rectus abdomini และยังมีหน้าที่ดึงเวลาเราเอี้ยวลำตัว
.
ทีนี้สมมติว่าเราทำ crunch ทุกวันๆๆๆๆๆ กล้ามเนื้อ rectus abdominus ก็จะโดนเทรนอย่างหนักเมื่อเทียบกับกล้ามเนื้อหน้าท้องตัวอื่น เรียกได้ว่าจับออกมาแยกเทรน ทีนี้ช่วงตัวของเราจะต้องทำงานแบบประสานงานกัน เพื่อที่จะพยุงตัวเอาไว้ได้ เพื่อความเป็น core ที่แข็งแรง จริงๆแล้วถ้าออกเน้นแต่ six pack หรือตัว rectus abdominus ให้สตรอง มากเกินไปและไม่ประสานงานกันกล้ามเนื้อตัวอื่นๆในช่วงตัวของเรา หลังเราอาจจะปวดได้เพราะว่า เราก็จะทำอะไรๆ โดยใช้กล้ามเนื้อที่เราแข็งแรงเสมอ นั่นคือเราจะใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องแทนหลัง โดยเฉพาะหลังล่าง ก็จะทำให้เราออกกำลังกายแบบผิดท่าในที่อื่นๆไปด้วย และในที่สุดก็จะบาดเจ็บ 
.
อย่างที่บอกคือ พยายามออกกำลังกายในท่าที่เราต้องเกร็งช่วงตัวเพื่อที่จะส่งแรง เพื่อให้กล้ามเนื้อ core ทั้งหมด ทำงานประสานกันโดยเฉพาะเวลาที่เรายกเวท และที่สำคัญคือไม่แอ่นหลังเวลาออกกำลังกาย นั่นจะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับ core ของเราอย่างดีที่สุดแล้วค่ะ 
----------------

Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)
(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)
ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)

ที่มา : https://www.facebook.com/Befiteatwell/photos/a.848337471945507/1100873276691924/?type=3

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561

เต็มเร็วมากสมัครไม่ทัน สุพรรณบุรี เมืองเหหน่อ มาราธอน 2019

ตั้งใจจะสมัครรายการนี้ แถมจองโรงแรมไว้แล้ว แต่เต็มเร็วมาก วันเดียวมีนักวิ่งสมัครกันครบ 5,000 คน รับเพิ่มอีก 2,000 คน ก็เต็มอีก
ไม่เป็นไรรอลุ้นสมัครรายการ ชอนตะวันมาราธอน 2019 หรือ เขาค้อมาราธอน 2019 อีกที 

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561

คนไทยที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ระยะมาราธอน คือคนขอนแก่นบ้านเราเองครับ

หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่า นักวิ่งคนไทยคนแรกที่วิ่งเข้าเส้นชัยในระยะมาราธอน รายการ Khon Kaen International Marathon 2018
คือนักวิ่งหนุ่มจากจังหวัดขอนแก่นเอง

ขอแสดงความยินดีกับ ส.ท. ธนาทิพย์ ดีฉิม อันดับ 1 คนไทย ในระยะมาราธอน โดยใช้เวลาวิ่ง 2:43:57 ชั่วโมง
ซึ่งในการวิ่งครั้งนี้ เป็นการวิ่งมาราธอนครั้งแรกของเขา !
แถมยังเตรียมรับเงินรางวัลพิเศษ 40,000 บาท จากผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแข่งขันวิ่งมาราธอน รายการ Tokyo Marathon ที่ประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งรายการนี้ถือเป็น 1 ใน 6 รายการ World Major Marathon รายการหลักของโลกเลยทีเดียว)

ขอเป็นกำลังใจให้กับนักวิ่งขาแรงจากเมืองหมอแคนคนนี้ ในการเตรียมตัวเพื่อเป็นตัวแทนคนไทยไปแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น และก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยในเร็วๆนี้ครับ

Credit รูปภาพจาก : Thai.Run และ wing chill chill ครับ

ที่มา : https://www.facebook.com/EnjoyToRun/photos/a.1729190807389830.1073741828.1728920724083505/1763800073928903/?type=3