วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560

จบการฝึกซ้อมวิ่งยาว 35K ประจำ week 13 สำหรับงานเชียงรายมาราธอน

@สวนลุมพินี เริ่ม ตี 4 ครึ่ง จบ 8 โมงเช้า ผลการวิ่งคือ

  • 10K (4 รอบแรก) ทำเวลาได้ 59 นาที
  • 20K (8 รอบผ่าน) ทำเวลาได้ 1:03 ชม.
  • 30K (12 รอบผ่าน) ทำเวลาได้ 1:05 ชม.
  • 35K (2 รอบสุดท้าย) ทำเวลาได้ 34 นาที
จะเห็นได้ว่าทำเวลาพอๆ กับ การซ้อมวิ่ง 35K ตอน week 11



ข้อสังเกตุ

  • ร่างกายโดยรวมปกติ ยกเว้นเจ็บกล้ามเนื้อก้นและต้นขาขวา
  • 2 รอบสุดท้ายไม่ยุบไม่ท้อ (เป็น 2 รอบที่รอคอยหลังจากวิ่งผ่านไป 30K เพื่อจะดูว่าร่างกายจิตใจมีอาการอย่างไรบ้างเมื่อจะถึงระยะ 35K)
  • กินสปอนเซอร์ 2 ครั้ง ตอน 20K กับ 30K กินน้ำทุก 2.5K หลังจากผ่าน 10K แล้ว
  • กินแตงกวาดองมื้อเย็นวันเสาร์และก่อนวิ่ง 1 ชม. ปริมาณ ครึ่งถ้วยน้ำพริก
  • ไม่เกิดตะคริว แต่มีอาการกล้ามเนื้อหน้าแข้งและน่องกระตุกนิสๆ ตอน 30K ขึ้น
เทคนิคการยืดเหยียดคลายกล้ามเนื้อหลังวิ่ง โดยหมอเมย์
"กล้ามเนื้อหลังจากการวิ่งจะมีอาการบาดเจ็ดนิสหน่อย เจ็บกล้ามเนื้ออยู่ 48 - 72 ชม. ถ้าใครบาดเจ็บยาวกว่านั้นแนะนำให้ไปพบแพทย์"

วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560

สมัครเรียบร้อย จ่ายค่าสมัครเรียบร้อย ได้เลขบิบแล้ว 2 รายการ TNT30 กับขอนแกนมาราธอน


ขอนแก่นมาราธอน สมัครไม่ยาก จ่ายผ่านบัตรเครดิต ใช้เวลาอัพเดท 1 วัน เป็นระบบของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
แล้วพบกัน 28 มกราคม 2561

ของตะนาวศรีเทรล TNT30 ใช้ Running Connect เจ้าเดียวกับงานจอมบึงมาราธอน พอจ่ายเงินผ่าน ATM แล้วเข้าเว็บไซต์แค่ 2 นาทีก็อัพเดทสเตตัสการสมัคร
แล้วพบกัน 15 ธันวาคม 2560

เมื่อต้นปีนี้ ตอนเริ่มเขียนบล็อกได้ ตั้งเป้า ว่าจะวิ่ง TNT50 แต่ก็ติดเงื่อนไข รอประเมินการซ้อม ผลก็คือน่าจะไม่ผ่าน Verify 4:30 ตามกฎของ TNT50 จึงสมัครวิ่ง TNT30 เท่านั้น

วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560

7 สิ่งที่สายวิ่งควรกินสำหรับนักวิ่ง

สำหรับนักวิ่ง อาหารการกินก็สำคัญไม่แพ้รองเท้าดีๆ นักวิ่งร้อยทั้งร้อยมักบอกว่าชอบกินกล้วย เพราะกินง่าย ย่อยง่าย ประโยชน์เยอะ แต่จะให้กินกล้วยทุกวันๆ ก็เบื่อกันบ้าง ถ้างั้นลองเปลี่ยนเป็นอาหารเหล่านี้บ้างดีกว่า

1. ข้าวโอ๊ต
อาหารสิ่งแรกนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับก่อนวิ่ง เพราะมีคาร์โบไฮเดรตและไฟเบอร์สูง ดัชนีน้ำตาลต่ำ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มช้า จึงได้พลังงานและอยู่ท้องนานกว่าปกติ หรือบางคนชอบกินมื้อเช้าหลังวิ่ง ข้าวโอ๊ตก็มีประโยชน์ในการเติมไกลโคเจนให้ร่างกาย ที่เสียไปในการวิ่งเช่นกัน alt

2. เนยถั่ว
ต้องเป็นเนยถั่วธรรมชาติ ที่ไร้สารปรุงแต่งใดๆ ไม่ว่าน้ำตาล เกลือ หรือน้ำมัน เนยถั่วมีโปรตีนสูง ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ที่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บขณะวิ่ง และเร่งการฟื้นฟูกำลังหลังวิ่ง นักวิ่งบางคนชอบกินเนยถั่วทาขนมปังปิ้งหลังวิ่งเสร็จ เพราะรสหวานมันเป็นเหมือนรางวัลให้ความเหนื่อยยาก

3. บร็อกโคลี
ผักเขียวปี๋ญาติกะหล่ำดอกชนิดนี้ มีงานวิจัยระบุว่าช่วยลดความเสี่ยงหรือกระทั่งป้องกันการเจ็บกล้ามเนื้อหลังออกกำลังหนักๆ บร็อกโคลียังมีแคลเซียม กรดโฟลิก และวิตามินเคสูง ที่บำรุงกระดูก แถมด้วยวิตามินซี ช่วยป้องกันผิวเหี่ยวจากแสงแดด ใครชอบวิ่งกลางแจ้ง ควรโด๊ปไว้นะ alt

4. โยเกิร์ตธรรมชาติ
มีทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะจุลินทรีย์ที่มีกรดอะมิโนจำนวนมาก ซึ่งร่างกายเราๆ สังเคราะห์เองไม่ได้ หลังวิ่งเสร็จไม่เกิน 2 ชั่วโมง ควรกินโยเกิร์ตเพื่อเร่งการฟึ้นฟูร่างกายและกล้ามเนื้อ

5. ดาร์กช็อกโกแลต
ดาร์กช็อกโกแลต คือช็อกโกแลตที่มีคาเคาผสมอยู่ไม่ต่ำกว่า 70% มีงานวิจัยระบุว่า ของหวานปนขมนี้เหมาะสำหรับการวิ่งระยะ 5 กิโลเมตร เพราะช่วยให้วิ่งได้ไกลขึ้นในระยะเวลาสั้น แต่ไม่มีผลกับการวิ่งที่ใช้เวลานานกว่านั้น ไม่เท่านั้น ดาร์กช็อกโกแลตช่วยลดความดันและคอเลสเตอรอล แถมช่วยคลายเครียด สงบอารมณ์ก่อนออกตัวในงานวิ่งได้ดี

6. พาสต้าแบบโฮลเกรน
ในมื้อเย็นก่อนวิ่งมาราธอน ลองกินพาสต้าที่ผลิตจากธัญพืชไม่ขัดสี เพราะมีคาร์โบไฮเดรตสูง ที่กลายเป็นแหล่งพลังงานสะสมอย่างดีสำหรับการวิ่งมาราธอน และมีวิตามินบี ที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และช่วยให้วิ่งทนกว่าเดิม alt

7. กาแฟ
มีงานวิจัยระบุว่ากาแฟหนึ่งแก้วช่วยให้วิ่งเร็วขึ้น ทำระยะได้ไกลขึ้น โดยใช้เวลาน้อยลง แต่กาแฟที่ว่านี้ ต้องเป็นกาแฟดำ ไม่ใส่นมและน้ำตาล และดื่มก่อนวิ่ง 1 ชั่วโมงเพื่อให้ได้ผลดีนะจ๊ะ

แถมท้าย
มั่นฝรั่ง มีโพแทสเซียมสูงไม่ต่างจากกล้วย แถมแคลอรีน้อยกว่าข้าวถึง ⅔ ส่วน ต่อ 100 กรัม นักวิ่งบางคนชอบกินมันฝรั่งกับอกไก่ แซลมอน หรือไข่ดาว เพื่อฟึ้นฟูกล้ามเนื้อหลังวิ่ง หรือเปลี่ยนเป็นมันหวาน ที่มีวิตามินเอสูง จะช่วยเพิ่มการเติบโตของเซลล์และซ่อมแซมการฉีกขาดเล็กๆ ในกล้ามเนื้อ และเติมพลังสำหรับการวิ่งรอบหน้า

https://blog.bluebasket.market/2017/08/24/7-good-food-for-runners/

วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Born to Run?

ครั้งก่อนผมเขียนถึงบทวิจัย 2 ชิ้น บทวิจัยแรกสรุปว่าการวิ่งเป็นประจำเพียง 2 ชม.ต่อสัปดาห์ ทำให้อายุยืนไปอีก 3.2 ปี
เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้วิ่ง ตลอดจนลดความเสี่ยงจากการตายด้วยโรคต่างๆ (ก่อนวัยอันควร) ประมาณ 30% จากข้อมูลชาย-หญิงชาวสหรัฐที่เมือง Dallas เฉลี่ยอายุประมาณ 44 ปี จำนวนทั้งสิ้น 55,137 คน ตั้งแต่ปี 1974 ถึง 2002 และอีกบทวิจัยหนึ่งโดยมหาวิทยาลัย Stanford พบว่าผู้สูงอายุ (50 ปีหรือมากกว่า) ที่วิ่งเป็นประจำจะลดความเสี่ยงจากการตายก่อนวัยอันควร (เช่น จากการเป็นมะเร็ง) ลง 50% และที่สำคัญคือจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า เพราะสามารถช่วยตัวเองในชีวิตประจำวันได้ตอนแก่เฒ่า ดีกว่าคนที่ไม่ได้วิ่งอย่างมีนัยสำคัญ


โดยสรุปว่า “Running can slow the aging process ” โดยงานวิจัยดังกล่าวเปรียบเทียบนักวิ่ง 538 คน กับคนที่ไม่วิ่ง 423 คน โดยทุกคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ในตอนเริ่มต้นการวิจัยในปี 1984 และติดตามประเมินสุขภาพของกลุ่มดังกล่าวไป 21 ปี ถึงปี 2005 พบว่า นักวิ่งเสียชีวิตลง 15% แต่ผู้ที่ไม่ได้วิ่งเสียชีวิตลง 34%
เท่าที่ผมพยายามค้นหาข้อมูลในเชิงของงานวิจัยต่างๆยังไม่พบว่าการวิ่งเป็นประจำนั้น ทำให้เกิดการเสื่อมของหัวเข่า ข้อเท้าหรือกระดูกสันหลังดังที่มีการพูดกล่าวเตือนกัน หมายความว่าจะวิ่งหรือไม่วิ่งก็ไม่มีผลกับอาการดังกล่าว สำหรับตัวผมเองนั้น เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนที่น้ำหนักมากกว่าปัจจุบันประมาณ 10 กิโลกรัม ผมก็เริ่มมีปัญหาเจ็บหัวเข่าและเมื่อยหลัง คงเพราะน้ำหนักที่พุง แต่ใน 2-3 ปีที่ผ่านมาที่วิ่งเป็นประจำประมาณ 25-30 กิโลเมตรต่อสัปดาห์นั้น ปัญหาปวดเข่าและเมื่อยหลังก็หายไป (เว้นแต่ตอนนั่งประชุมนานๆ) แต่หากใครคิดจะเริ่มวิ่งเป็นประจำก็ขอให้ตรวจสุขภาพและรับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนนะครับ ในส่วนของตัวผมเองนั้นได้รับคำแนะนำจากลูกค้าที่เป็นผู้บริหารกองทุนและเป็นนักวิ่งมาราธอนสมัครเล่นให้อ่านหนังสือชื่อ Born to Run เขียนโดย Christopher McDougall (2009) ซึ่งเขียนถึงคนเผ่า Tarahumara ในตอนเหนือของเม็กซิโก ซึ่งสามารถวิ่งข้ามคืนระยะทาง 100-150 กิโลเมตรเป็นประจำ และมีสุขภาพดีแข็งแรง แม้จะรับประทานเบียร์ที่ทำจากข้าวโพดและเนื้อหนูเป็นอาหารหลัก โดยตัดแผ่นยางรถยนต์มาเป็นรองเท้า หนังสือของ McDougall ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเขาได้รับเชิญให้ไปพูดที่ TED Talk และ Google (ดูได้จาก YouTube) และเป็นผู้ริเริ่มกระแสการวิ่งด้วยเท้าเปล่า เพราะ McDougall อ้างประสบการณ์ของตัวเองและผลวิจัยที่พบว่า การบาดเจ็บจากการวิ่งนั้นจะสูงขึ้นตามราคาของรองเท้าที่ใช้วิ่ง
แต่จุดที่น่าสนใจของหนังสือเล่มนี้คือการอ้างงานวิจัยของนักวิชาการ 2 คน คือ Dr. Dennis Bramble และ Dr. Dan Lieberman ซึ่งมีข้อสรุปหลักว่า ร่างกายมนุษย์เรานั้น วิวัฒนาการมาเพื่อการวิ่งล่าสัตว์โดยเฉพาะ และมนุษย์นั้นเป็นนักวิ่งทนที่ไม่มีสัตว์ชนิดอื่นในโลกเทียบได้ กล่าวคือ
1. มีเอ็น Nuchal ซึ่งช่วยยึดหัวให้นิ่งอยู่ได้ในขณะที่วิ่ง (ลิงจะไม่มี Nuchal Ligament)
2. มนุษย์มีเหงื่อออกได้ทั้งตัว ทำให้ระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (สัตว์อื่นต้องระบายความร้อนผ่านลิ้นทำให้วิ่งได้เร็วแต่ต้องหยุดพักในเวลา 20-30 นาที) นอกจากนั้นเวลาวิ่ง ร่างกายมนุษย์จะต้านลมมากแต่โดนแดดน้อยกว่าสัตว์อื่นจึงระบายความร้อนได้ดีกว่า
3. กล้ามที่สะโพก (Gluteus Maximus) เป็นกล้ามที่ใช้สำหรับวิ่งโดยเฉพาะ (ไม่ใช้เวลาเดิน) ลิงไม่มีกล้ามดังกล่าวและจะสังเกตได้ว่า นักวิ่งอาชีพจะมีก้นที่ใหญ่ทุกคน Gluteus Maximus นั้นนอกจากจะเป็นกล้ามที่ใหญ่ที่สุดของมนุษย์แล้ว ก็ยังเป็นอวัยวะที่ทำให้การวิ่งมีเสถียรภาพ ทดแทนหางอีกด้วย
4. เอ็นร้อยหวาย (Achilles tendon) และเอ็นที่ฝ่าเท้า (arch) ตลอดจนหัวเข่าและข้อเท้า เป็นเสมือนกลไกที่ยืดหยุ่นเป็นสปริงที่มีประสิทธิภาพในการเกื้อกูลประสิทธิภาพในการวิ่ง ซึ่งกลไกดังกล่าวข้างต้นนั้นไม่ได้ประโยชน์ในการเดินแต่อย่างใด
ข้อสรุปของ Bramble และ Lieberman คือ มนุษย์สามารถวิ่งได้หลายชั่วโมงแตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ เราจึงเห็นคนนิยมวิ่งมาราธอน (ซึ่งต้องใช้เวลาวิ่งอย่างน้อย 2 ชั่วโมง) และระยะหลังนี้ การวิ่ง Ultra-Marathon (50-160 กม.) ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการจัด Ultra-Marathon รวมประมาณ 100 รายการในอเมริกาเหนือในปีนี้ เป็นต้น และทุกปีมีคนวิ่งมาราธอนประมาณ 5 แสนคน ซึ่งหากการวิ่งดังกล่าวเป็นอันตรายและมีความยากลำบากเกินขีดความสามารถของมนุษย์ ก็คงจะมีการรายงานการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่ Wikipedia กล่าวว่ามีการตายประมาณ 0.6-1.9 คนต่อจำนวนคนวิ่งมาราธอน 100,000 คนในปี 2016
แต่มนุษย์จะเกิดมาเพื่อวิ่งไปทำไม? Dr. Lieberman ให้คำตอบว่ามนุษย์เริ่มกินเนื้อสัตว์ประมาณ 2 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งช่วยบำรุงสมองให้ใหญ่ขึ้นและฉลาดขึ้น แต่การประดิษฐ์อาวุธนั้นเกิดขึ้นเมื่อ 300,000 ปีที่แล้ว (หอก) และธนูก็พึ่งถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ 100,000 ปีที่แล้ว จึงมีคำถามว่ามนุษย์สามารถกินเนื้อสัตว์ได้เป็นประจำก่อนหน้านั้นประมาณ 1.7 ปีได้อย่างไร เพราะมนุษย์เชื่องช้ากว่าและอ่อนแอกว่าสัตว์อื่นๆเกือบทั้งหมด คำตอบคือ Persistent Hunting หรือการ “ตื้อ” วิ่งไล่สัตว์ใหญ่ โดยการร่วมมือกันของมนุษย์ 4-5 คน โดยต้องเลือกสัตว์ (เช่น เก้ง) ตัวใหญ่และวิ่งไล่ตอนเที่ยงวันที่อากาศร้อนที่สุด (40 องศา) และวิ่งไล่ตามไป 2-6 ชั่วโมง ระยะทาง 30-36 กม. จนกระทั่งสัตว์เหนื่อยขาดใจตาย ดังนั้น Lieberman จึงสรุปว่ามนุษย์เกิดมาเพื่อวิ่งได้เกือบทั้งวัน แต่ปัจจุบันเราใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งๆนอนๆจึงทำให้เป็นโรคเบาหวาน, โรคหัวใจ ฯลฯ ซึ่งผิดธรรมชาติที่สร้างมนุษย์ขึ้นมาเพื่อวิ่งครับ

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ
ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/642248

วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560

4 ชั่วโมงครึ่งนี้มันยากแท้น้อ สงสัยต้องบอกลาต่ำกว่า 4 ชั่วโมง

ผลการซ้อมวิ่งยาวประจำสัปดาห์ (Week 11) ระยะ 35K @สวนลุมพินี ออกมาแล้วครับ
  • 4 รอบแรก (10K) ทำเวลา 1:03 ชม.
  • 4 รอบสอง (20K) ทำเวลา 1:03 ชม.
  • 4 รอบสาม (30K) ทำเวลา 1:06 ชม.
  • 2 รอบสุดท้าย (35K) ทำเวลา 0:34 ชม.
Pace เฉลี่ย 6.27 (หากวิ่งต่อจนครบ 42K ด้วย Pace นี้จะทำเวลา 4:30 ชม. ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะ 10K สุดท้าย Pace จะสูงขึ้นแน่ เมื่อเช็คสภาพการซ้อมวิ่งยาววันนี้แล้ว)


สภาพร่างกายหลังวิ่งเสร็จ

  • ถือว่ายอดเยี่ยม 9/10 วิ่งไป 35K แต่เหมือนกับเพิ่งวิ่งไป 8K -16K
  • ไม่เป็นตะคริว หรือลูกหนูวิ่ง@หน้าแข้ง ทั้งขณะวิ่งและหลังวิ่ง มีการกระตุกนิสๆ ราวๆ รอบที่ 10, 11, 12
  • การหายใจและหัวใจทำงานดีเยี่ยม ไม่เหนื่อยหอบ ไม่อ่อนล้า (มีท้อนิสๆ 3 รอบสุดท้าย)
  • ยืดเหยียดเกือบชั่วโมง โดยใช้ท่าโยคะช่วยและใช้ท่านวดเฉพาะตัว (คือนอนยกขา พาดหัว แล้วนวดสะโพกกะต้นขาด้วยตนเอง)
โภชนาการ

  • โหลดคาร์ปวันศุกร์กะเสาร์ (ลืมวันพฤหัสบดีไป)
  • กินแตงกวาดอง มื้อเย็นวันเสาร์กับก่อนวิ่ง 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันตะคริวตามสูตรของน้าชาย
ข้อสังเกตุ

วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รายละเอียด งานวิ่ง Tanaosri Trail ตะนาวศรี เทรล - TNT50

ใกล้ถึงช่วงเปิดรับสมัครตะนาวศรีเทรล 2017 แล้วนะคะ
เรามาดูรายละเอียดของอัตราค่าสมัครเพื่อเตรียมพร้อมกันหน่อยนะคะ
5 มหัศจรรย์ กับรางวัลแห่งตะนาวศรีเทรล
(5 wonders of TNT ^_____^)

เพราะตะนาวศรีเทรล
เป็นเทรลที่ทำมาจากหัวใจ
เหรียญผู้พิชิตและโล่ที่เพื่อนๆจะได้รับ
เมื่อเข้าเส้นชัย ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พิเศษ
ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอน
"สาวกะเหรี่ยงเคียงถิ่นตะนาวศรี
ลำภาชีแก่งส้มแมวแนวหินผา
ธารน้ำร้อนบ่อคลึงตรึงติดตา
น้ำผึ้งป่าหวานซึ้งติดตรึงใจ"

***ขอเชิญนักวิ่งร่วมสนุกกับกิจกรรมต่อกลอนจากบทกลอนข้างต้นค่ะ***
มาค่ะเพื่อนๆวันนี้เรามาดูในส่วนของแผนที่เส้นทางวิ่งกันบ้างนะคะ
สนามของ ตะนาวศรีเทรล 2017
▶️ระยะ 60 กม. (TNT60 DUO, TNT60)
💫มีระยะทางจริงอยู่ที่ประมาณ 62.3 กม.
💧สถานีน้ำหลัก และจุดพักต่างๆ มีทั้งหมด 7 จุด
⏱ปล่อยตัวในเวลา 3.00 น. และคัทออฟ 21.30 น. (18.30 ชั่วโมง)
*** คัทออฟระหว่างจุดครั้งที่1 ที่ บ้านห้วยน้ำขาว(ขาไป) เวลา 9.30 น. ***
*** คัทออฟระหว่างจุดครั้งที่2 ที่ เขาคอด(ขาไป) เวลา 13.00 น. ***
*** คัทออฟระหว่างจุดครั้งที่3 ที่ บ้านห้วยน้ำขาว(ขากลับ) เวลา 18.00 น. ***
*** คัทออฟระหว่างจุดครั้งที่4 ที่ WS-1 (ขากลับ) เวลา 21.30 น ***
ท้ายนี้ อย่าลืมลงทะเบียนเตรียมพร้อมสมัครกันได้ล่วงหน้านะคะ ผ่านทาง www.runningconnect.com ค่ะ
เปิดรับสมัคร วันที่ 23 สิงหาคมนี้แล้วนะคะ 10 นาฬิกาเป็นต้นไป ^__^
ทั้งนี้ เราจะไม่มีการรับ Race Pack ล่วงหน้าที่ กทม. นะคะ
หากใครคิดว่า ไม่สะดวกมารับเองที่ตะนาวศรี แนะนำให้ใช้วิธีให้จัดส่งทาง ปณ. จะสะดวกกว่าค่า
อย่าลืมหาเวลาซ้อม เตรียมตัวให้พร้อม
แล้วพบกันที่ตะนาวศรีเทรลค่า

วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ทางไกลทำให้เห็นมารในตัวเอง

:: เจาะใจก้าวครูดิน :: ในวัย 55 อดีตมาราธอนทีมชาติไทย สถาวร จันทร์ผ่องศรี วิ่งไกลและท้าทายที่สุด 750 กม.#คำต่อคำ ครูดินค้นพบอะไรในก้าวกลับบ้านเกิดครั้งนี้ ทางไกลให้มากกว่าประสบการณ์ #เปิดใจที่นี่แล้ว

⭕ กว่า 2 สัปดาห์มาแล้วที่ครูวิ่งวันละ 40-45 กิโลเมตร ไม่สนใจสภาพอากาศ เป็นอย่างไรบ้างครับ
🔶 ตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึงวันนี้ ถ้ามองการวิ่งอย่างเดียว รู้สึกว่าตัวเองล้าไปมากเลย แต่ในด้านความรู้สึก คือ ระยะทางยิ่งใกล้เข้าไปละ
แม้การระดมทุนรับบริจาคอาจไม่เต็มที่เท่าที่ควรนัก แต่กติกาชีวิตผม คือ ทำอะไรแล้ว ทำให้เต็มที่ ดีที่สุด

======================================

⭕ วันที่ออกจากสนามศุภชลาศัย 30 กรกฎาคม วันนั้นมีนักวิ่งมาส่งเยอะ ตื่นเต้นกับจุดเริ่มต้นแค่ไหนครับ
🔶 วันนั้นผูกเชือกรองเท้า รู้ละขาคู่นี้ต้องมีอย่างต่ำ 750 กิโลเมตร ฮะฮ่า (หัวเราะ) เรียนกันตรงๆ วันนี้มาถึงละ ผมไม่คิดว่าอะไรจะเป็นปัญหาที่สำคัญอีกแล้ว แม้ว่าขั้นตอนการเตรียมงาน เรามีอุปสรรคหลายด้าน
ตอนเริ่มทำโครงการนี้ มันมีความเป็นไปไม่ได้ต่างๆ เต็มไปหมด
วิ่งกรุงเทพฯ ไปพะเยา วิ่งไปผ่านกี่จังหวัด
แต่พอถึงตอนเช้าตรู่ของวันแรก ผมเลิกคิดไม่สนใจอะไรแล้ว มีความรู้สึกอย่างเดียว คือ "ฉันต้องก้าวไป" รวมพลังจากตัวเองนี้แหละ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นต่อการตัดสินใจครั้งนี้จะผมรับไว้เอง ถึงเวลาต้องวิ่งด้วยหัวใจ (ตอบด้วยเสียงสั่นเครือ)

======================================

⭕ ผ่านมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ลองเล่าอุปสรรคที่เจอจริงระหว่างทางสักเรื่องครับผม
🔶 ที่ชัดเจนเลย คือ ร่างกายตัวเอง ตลอดการวิ่งทุกวัน ใจผมลึกๆ ยังรู้สึกเหมือนตอนวัยหนุ่ม กระตือรือร้น คึกคักอยากไปข้างหน้า แต่ว่าทางร่างกายกลับไม่ใช่แบบนั้นแล้ว
เพราะเวลาที่เราลงไปปฏิบัติจริงๆ ผมไม่ได้แข็งแรงเหมือนเดิม เราไม่ใช่สถาวรคนเดิม มีการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ความล้าสะสมที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน วิ่งคาบเช้า คาบเย็น ห่างกันไม่กี่ชั่วโมง เมื่อก่อนไม่เป็น แต่ตอนนี้เป็น ใจ…ผมไม่ท้ออยู่แล้ว แต่กาย…ที่เจอปัจจัยเรื่องความเหนื่อยเข้าทุกๆ วัน อากาศที่ไม่แน่นอนเลย ยิ่งเป็นบททดสอบความหนักแน่น ความมุ่งมั่นของตัวเอง

======================================

⭕ วันที่ 10 ของวิ่ง ผ่านระยะไหนไปแล้วครับ
🔶 ผ่าน 445 กิโลเมตรไปแล้วครับ *หมายเหตุบทสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 10 สิงหาคม 2560 ปัจจุบันครูดินแตะ 600 กิโลเมตรแล้ว !!

======================================

⭕ เผื่อใครยังไม่ทราบ เฉลี่ยแล้วครูดินวางแผนวิ่งวันละกี่กิโลเมตร
🔶 ต้องวิ่งให้ได้วันละ 40 กิโลเมตรถึงจะไปถึงพะเยาในวันที่ 19 สิงหาคมนี้ แต่เมื่อวานนี้ (วันที่ 9 ส.ค.) วันเดียวผมวิ่งไป 49 กิโล

======================================

⭕ ในชีวิตนักกีฬาเคยวิ่งระยะสะสมต่อสัปดาห์มากขนาดนี้ไหมครับ
🔶 ไม่เคยเลยครับ…. (นิ่งคิด) สมัยติดทีมชาติลงมาราธอนซีเกมส์ ซ้อมวิ่งมากที่สุด คือ 32 กิโลเมตร วิ่ง Long Run ตามตารางไม่เกิน 4 ครั้ง ครั้งนี้ถือว่าผมเรียกร้องจากร่างกายมากที่สุดก็ว่าได้

======================================

⭕ ในฐานะโค้ช พอจะประเมินได้ไหมว่า ร่างกายตอนนี้เต็มร้อย ให้กี่เปอร์เซ้นต์ครับ
🔶 90% ครับ (ตอบทันที) แต่ช่วงสัปดาห์แรกที่ครูวิ่งออกจากกกรุงเทพฯช่วงนั้นเอาเรื่องมาก ร่างกายตกไป 70-75% ได้ทีมน้องๆ เจ้าหน้าที่กายภาพบำบัดสละเวลามาคอยดูแล ทำให้ร่างกายกลับมาฟื้นสภาพปรกติได้มาก ผมไม่ประมาท Listening Body ฟังเสียงร่างกาย

======================================

⭕ ดูรูปในเพจ หลายรูปไม่ใช่ผงเข้าตาใช่ไหมครับ ที่เห็นตาแดงๆ
🔶 ไม่ละครับ วิ่งไปน้ำตาคลอ ผมเป็นนักกีฬาวิ่งที่ค่อนข้าง
อ่อนไหวง่ายกับกำลังใจ ยามที่ได้รับความเห็นอกเห็นใจ ความมีน้ำใจ เรื่องราวที่ประดังเข้ามา มันเก็บไว้ไม่อยู่จริงๆ ร้องไห้ได้ร้องเลย (หัวเราะ)ผมเก็บความปิติตื้นตันใจไว้ไม่อยู่

======================================

⭕ ขออนุญาตอวยพรวันเกิดย้อนหลัง ต้นเดือนที่ผ่านมา ปีนี้ฉลองวันเกิดกับสายฝนและเปลวแดด
🔶 ขอบคุณวันเกิดปีที่ 55 ปรกติผมเองไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวันเกิดเท่าไหร่ เท่าที่จำได้ชีวิตที่ผ่านมาอะไรที่คาบเกี่ยวกับวันเกิด ผมจะต้องซ้อมวิ่ง ไม่ก็สอนวิ่ง ทำงานบรรยายเกี่ยวกับการวิ่งตลอด เรียกว่าลืมวันไป
แต่พาตัวเองมาวิ่งกลับพะเยาอยู่ตอนนี้ คนวัยนี้แล้วพอนึกว่าวันเกิดตัวเองยังวิ่งได้ ยังวิ่งได้ดี ทำสิ่งที่รัก เป็นเรื่องที่มีความสุขเหลือเกิน

======================================

⭕ แซวครูดินหน่อยนะครับ 55 เหมือน 25 ยังกล้าทำเรื่องที่ท้าทาย
🔶 ปฏิเสธไม่ได้ว่า การทำก้าวครูดินครั้งนี้ ก็มีหลายฝ่ายที่เอาใจช่วยและอีกหลายฝ่ายที่คิดว่าคนอายุเท่าผม มันจะมาบ้าบออะไรตอนนี้ มาวิ่งริมถนนไปทำไม ?
ความคิดที่เกิดขึ้นอย่างซื่อตรง ผมอยากตอบว่าถึงวันนี้ภารกิจนี้
"มันใหญ่เกินกว่าผมจะมานึกถึงตัวเอง" หรือมาคิดว่าคนอื่นจะคิดกับเราอย่างไร ครูดินเห็นว่าตัวเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จในชีวิตมากมาย แต่มีความสุขในชีวิตกับเขาแล้ว ทุกวันที่วิ่งถือเป็นกำไรชีวิต เชื่อไหมได้เจอคนที่เพิ่งทราบโครงการ เพิ่งมารู้จักกัน เขาเข้ามาให้กำลังใจ เอ่ยปาก มาขอจับมือ

======================================

⭕ ทีมที่เคลื่อนที่ไปก้าวครูดินในวันนี้มีกี่ท่านครับ
🔶 12 ชีวิตครับ หลายคนทุ่มเทกันมาก ไม่อยู่หน้างานก็ยังตามประสานงานให้ ครูดินขอขอบคุณที่เราอยู่กันเป็นครอบครัว

======================================

⭕ พี่นง-ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ เคยวิ่งจากกรุงเทพฯ-ไปดอยตุงในปี 2549
พี่นงเล่าว่า ทุกๆ การวิ่งระยะไกล ย่อมได้ค้นพบและทบทวนตัวเอง รู้ซึ้งถึงจิตใจ ครูดินพบความหมายอะไรจากการวิ่งครั้งนี้บ้างนอกจากระยะทาง
🔶 ครับ…เป็นทุกคน นักวิ่งระยะไกล เราได้อยู่กับตัวเอง เราได้พานพบมิตรสหายทั้งเก่าและใหม่ เราได้ร่วมใช้ชีวิตกับคนใกล้ตัวที่คุ้นเคย
ด้วยระยะทาง เวลา และปัญหา ทำให้เรายิ่งได้รู้คุณค่าของความรักความห่วงใยที่เรามีให้กัน

คนเรามีความสุขร่วมกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากมีความทุกข์อุปสรรคแล้วยังมีกันและกันมันจะพิเศษ พวกเขาเสียสละเวลาครอบครัว การงาน เสียสละวันลากิจ และทุนทรัพย์เพื่อมาตากแดด ตากลม อยู่กินข้าว กินน้ำริมถนนกับผม อยากเห็นผมไปได้ไกลที่สุด อยากเห็นสนามกีฬาของเด็กๆ เป็นจริง

🔶 และเวลาส่วนใหญ่ของ 10 วันที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ผมได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ผมมาทำตรงนี้ได้ตัดฉับบทบาทหน้าที่ต่างๆ ทั้งหมด
ไม่คิดว่าวันนี้ต้องเป็นใครหรือทำอะไรเลย นอกจากตื่นมาก็วิ่ง ค่ำมาก็นอน ตื่นมาอีกวันก็วิ่ง

พาตัวเองไปบนถนนที่เราไม่รู้ว่าแต่ละวันจะเจออะไร เหนื่อยนะเหนื่อยแน่ แต่ยิ่งวิ่งความคิดก็ยิ่งโล่ง มันให้สภาวะที่ปลอดโปร่งเบาสบาย ทำให้ได้ทบทวนตัวเองหลายเรื่อง คนน่าจะหาเวลามาอยู่บนเท้าตัวเองแบบนะ ถ้ายังมีปัญหาอะไรหนักหนา การวิ่งจะช่วยบอกใบ้ถึงการมีชีวิตอยู่ เพราะการวิ่งทางไกล ทำให้เห็นมารในตัวเราด้วย

======================================

⭕ ทางไกล ทำให้เห็นมารในตัวเราด้วย คือ
🔶 (พูดซ้ำ) วิ่งทางไกล ทำให้เห็นมารในตัวเอง มาร คือ ความรู้สึกในทางที่ติดลบ ทัศนคติในทางที่ไม่ดีนัก ต่อหลายๆ เรื่องราว พอมีระยะทาง ความเหนื่อย บาดแผล น้ำตา ทำให้นักวิ่งเช่นผม แม้จะวิ่งมาไม่น้อย แต่อานิสงส์การวิ่งไกลครั้งนี้ คือ การได้ขัดเกลาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตกเป็นทาสความคิด เราด่วนตัดสินคนอื่นไปก่อนล่วงหน้า อคติที่เป็นพิษ เป็นธรรมดาของคน ที่หวังว่าเราจะเป็นคนที่สงบเยือกเย็นขึ้น
เป็นร่มไม้เย็นๆ ไม่ใช่เป็นถ่านไฟกรุ่นที่มอดไหม้จนเป็นผงถ่าน
750 กิโลเมตร ครูได้เห็นมาร สู้กับมารจากการวิ่ง

======================================

⭕ ถ้าพรุ่งนี้ตื่นเช้าแล้ววิ่งถึงกว้านพะเยา เส้นชัยครูดินอยู่ที่ไหนครับ
🔶 คณะของเราจะวิ่งเข้าไปสักการะอนุสาวรีย์ "พ่อขุนงำเมือง" ที่จังหวัดก่อน หลังจากนั้นวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคมจะวิ่งผ่ากลางเมืองพะเยาบ้านเกิดผม
ขบวนจะไปสิ้นสุดวิ่งรอบสุดท้ายที่สนามกีฬา "โรงเรียนพะเยาพิทยาคม" เป็นที่ผมเรียนจบมา ลูกหลานพะเยานักกีฬาวิ่งคนนี้มาจาก
ดินที่นั่น วันนี้ดินกลับไป ที่นี่จะสนามกีฬาที่ได้มาตรฐาน เพื่อประโยชน์ของลูกหลานและชุมชนท้องที่ได้เข้ามาใช้ได้ นั่นเป็นภาพที่ผมฝันเห็นตลอดการวิ่งครั้งนี้

***อัพเดตล่าสุดในวันที่ *14 ส.ค. 60 เวลา 15:00 น. อยู่ที่ 1,932,730.96 บาท แต่เข้าใจด้วยธารน้ำใจที่หลั่งไหลมา ตัวเลข
ของวันที่ 15 สิงหาคมน่าใกล้เคียงหรือแตะ 2 ล้านบาทแล้ว – ผู้สัมภาษณ์

======================================

🔖ร่วมบริจาคได้ที่บัญชีสะสมทรัพย์
ธนาคารกรุงเทพ สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์
ชื่อบัญชี "ก้าวทุกก้าว เหงื่อทุกหยด สู่มาตุภูมิ สร้างสนามกีฬาเพื่อมวลชน
เลขที่บัญชี 865-0-70299-9

🏷️เงินบริจาคนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า
ตามเงื่อนไขสรรพากร โดยแจ้งพร้อมส่งหลักฐานการโอนเงิน
เพื่อขอรับใบเสร็จได้ที่ inbox แฟนเพจ ก้าวครูดิน

💟 ขอขอบคุณ : ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์ ,คุณกระแต-ชลธิชาและครอบครัวสถาวร รันนิ่ง คลับ

ขอบคุณทุกไลค์ | คอมเม้นต์ | หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้
จะมีประโยชน์สำหรับโครงการและเพื่อนนักวิ่งนะคร้าบบบ
แชร์เป็นกำลังใจ