วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2561

กลับมาซ้อมวิ่งยาว 24K ประจำ week 5 สำหรับ ระยองมาราธอน 2018

พอดีเมื่อวานงานเสร็จเร็ว และวันอาทิตย์ไม่วาง เลยไปวิ่งยาว 24K ที่สวนธนฯ จัดไป 24 รอบ (ระยะทางจริงคือ 25.68 K) ทำเวลาได้

  • 10 รอบแรก 1:03 ชม. pace 
  • 10 รอบสอง 1:11 ชม. pace
  • 4 รอบสุดท้าย 30 นาที pace
pace เฉลี่ย 6.24

ไปถึงตอน 16:17 วอร์มอัพเต็มรูปแบบ เริ่มออกตัว 17:00 ช่วง 10 รอบแรกวิ่งหนักยังไงไม่รู้ พอเลยไปแล้ววิ่งสบายไหลรื่น แต่มาหนักๆ หน่วงๆ อีกช่วงหนึ่งตอน รอบที่ 20-22

วิ่งเสร็จก็คูลดาวส์ แล้วยืดเหยียดด้วย 5 ท่าประจำของหมอเมย์ กินกล้วยไข่ เดินทางกลับ

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2561

เหตุผล 5 ข้อ ทำไมเราไม่ควรเล่นหน้าท้องทุกวัน

1. ไม่ทำให้เรามี six- pack ขึ้นมาได้ 
.
ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งที่วนเวียนอย่างไม่จบไม่สิ้นคือ เราต้องออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้าท้องเพื่อที่จะมี six pack หรือมีกล้ามเนื้อช่วง core ที่แข็งแรง
.
ไม่จำเป็นเลยค่ะ เราสามารถที่จะมี six pack ได้ด้วยการออกกำลังกายที่เป็น compound exercises เช่น front squats โดยใช้ ดัมเบล หรือ บาร์เบล lunges แบบถือดัมเบล หรือแม้แต่การออกกำลังกายแบบใช้แรงกระชากกระโดด (polymeric) เข่น push ups ยังได้เลย 
.
ดังนั้นเวลาที่เราออกกำลังกาย เราจึงควรที่จะเกร็งหน้าท้องเพื่อที่จะใช้แรงจากกล้ามเนื้อช่วงนี้ไปในตัวด้วย ไม่ต้องออกกำลังกายหน้าท้องแยกย่อยออกมาอีก
.
2. การออกกำลังกายแบบหน้าท้องอย่างเดียวสามารถส่งผลให้เรามี posture หรือการทรงตัวที่ไม่ดี

.

โดยเฉพาะคนที่ทำงานนั่งโต๊ะที่มีแนวโน้มว่า หลังจะค่อมงอ คอยื่นอยู่แล้วด้วยค่ะ พอมาทำท่า crunches อย่างเงีย สมมตินะคะ ก็ยิ่งทำให้เรางอหนักเข้าไปอีก เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าท้องเราหดตัวมั้นลงไปอีก

.

3. การออกกำลังกายหน้าท้องไม้ได้ทำให้ไขมันหน้าท้องลดลงค่ะ

.

เลิกคิดกันซักที ไม่มีการลดไขมันเฉพาะส่วนค่ะ ไม่มีจริงๆ ไปสนใจเรื่องการแพลนอาหารการกินให้ดี ไปทำ compound exercises ที่ใช้ข้อต่อหลายๆข้อในเวลาเดียวกัน ดีกว่าค่ะ six pack จะโผล่ขึ้นมาได้ ก็ต่อเมื่อมวลไขมันเราต่ำเท่านั้น แล้วเรายิ่งผอม เรายิ่งต้องเป๊ะ เป๊ะคือ กินให้เป๊ะ ออกกำลังกายให้เป็ะ ไม่ใช่มานั่ง sit ups วันละ 100

.

4. เล่นหน้าท้องทุกวัน ถือเป็นการออกกำลังกายที่ไม่มีประสิทธิภาพ

.

สมมติว่าเราจะเล่นหน้าท้อง วันละ 10-20 นาที บอกเลยว่า สู้เราเอาเวลานั้นไปออกกำลังกายแบบ HIIT ยังจะดีกว่า หรืออีกวิธีนึงที่ดีคือ ออกกำลังกายหน้าท้อง 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์โดยวิธีการออกกำลังกายแบบ circuit training

.

circuit training เป็นการออกกำลังกายที่กระชับ ใช้เวลาน้อยแต่เหนื่อยกว่ามาก คือการที่เราหมุนเวียนเปลี่ยนท่าออกกำลังกายไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดพัก เช่น เล่นกล้ามอก 1 ท่า ต่อด้วย หลัง 1 ท่า ทันทีโดยไม่พักระหว่างเซ็ท จากนั้นไปกระโดดเชือกเสีย 1 นาที แล้วกลับมาเล่น ไหล่ต่อด้วยต้นขา อย่างนี้นับเป็น 1 circuit พัก 2 นาที จากนั้นเริ่มต้นใหม่จนกว่าจะได้เวลาเท่าที่ต้องการหรือหมดแรง เป็นการรวม strength กับ cardio เข้าด้วยกัน ท่าเล่นเวทที่ใช้จะมักจะเป็นท่าที่ใช้กล้ามเนื้อหลายกลุ่ม (compound) เพื่อให้ต้องใช้กำลังมากที่สุด ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วเลยโซนแอโรบิคไป ก็จะเบิร์นไขมันได้ดี

.

ถึงแม้ว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนใหญ่จะเป็นกล้ามเนื้อประเภท 1 (slow twitch) คือแบบ อึดอดทน แต่ก็ยังต้องการเวลาพักฟื้นด้วยเพื่อที่จะโตขึ้น แข็งแรงขึ้นค่ะ

.

5. การเล่นกล้ามเนื้อหน้าท้องทุกวันจะเสี่ยงต่ออาการกล้ามเนื้อไม่สมดุลย์

.

นั่นคือนอกเหนือจากจะทำให้ posture เราเสียอย่างที่บอกแล้ว กล้ามเนื้อหน้าท้องเราประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อต่างๆคือ

Rectus abdominus (six pack นั่นแหละ)

Transverse abdominus เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกมีหน้าที่ประคอง กระดูกสันหลังส่วนล่าง

Internal obliques จะอยู่ด้านข้างลำตัวทั้งสอง อยู่ลึกและอยู่ใกล้กับ กระดูกสันหลัง( spine) จะมีบทบาทสำคัญในเรื่องช่วยการทรงตัวของกระดูกสันหลังและเชิงกราน
.
External obliques อยู่ด้านข้างลำตัวทั้งสอง มีหน้าที่เหมือนกับ Rectus abdomini และยังมีหน้าที่ดึงเวลาเราเอี้ยวลำตัว
.
ทีนี้สมมติว่าเราทำ crunch ทุกวันๆๆๆๆๆ กล้ามเนื้อ rectus abdominus ก็จะโดนเทรนอย่างหนักเมื่อเทียบกับกล้ามเนื้อหน้าท้องตัวอื่น เรียกได้ว่าจับออกมาแยกเทรน ทีนี้ช่วงตัวของเราจะต้องทำงานแบบประสานงานกัน เพื่อที่จะพยุงตัวเอาไว้ได้ เพื่อความเป็น core ที่แข็งแรง จริงๆแล้วถ้าออกเน้นแต่ six pack หรือตัว rectus abdominus ให้สตรอง มากเกินไปและไม่ประสานงานกันกล้ามเนื้อตัวอื่นๆในช่วงตัวของเรา หลังเราอาจจะปวดได้เพราะว่า เราก็จะทำอะไรๆ โดยใช้กล้ามเนื้อที่เราแข็งแรงเสมอ นั่นคือเราจะใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องแทนหลัง โดยเฉพาะหลังล่าง ก็จะทำให้เราออกกำลังกายแบบผิดท่าในที่อื่นๆไปด้วย และในที่สุดก็จะบาดเจ็บ 
.
อย่างที่บอกคือ พยายามออกกำลังกายในท่าที่เราต้องเกร็งช่วงตัวเพื่อที่จะส่งแรง เพื่อให้กล้ามเนื้อ core ทั้งหมด ทำงานประสานกันโดยเฉพาะเวลาที่เรายกเวท และที่สำคัญคือไม่แอ่นหลังเวลาออกกำลังกาย นั่นจะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับ core ของเราอย่างดีที่สุดแล้วค่ะ 
----------------

Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)
(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)
ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)

ที่มา : https://www.facebook.com/Befiteatwell/photos/a.848337471945507/1100873276691924/?type=3

วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561

เต็มเร็วมากสมัครไม่ทัน สุพรรณบุรี เมืองเหหน่อ มาราธอน 2019

ตั้งใจจะสมัครรายการนี้ แถมจองโรงแรมไว้แล้ว แต่เต็มเร็วมาก วันเดียวมีนักวิ่งสมัครกันครบ 5,000 คน รับเพิ่มอีก 2,000 คน ก็เต็มอีก
ไม่เป็นไรรอลุ้นสมัครรายการ ชอนตะวันมาราธอน 2019 หรือ เขาค้อมาราธอน 2019 อีกที 

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2561

คนไทยที่เข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ระยะมาราธอน คือคนขอนแก่นบ้านเราเองครับ

หลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบว่า นักวิ่งคนไทยคนแรกที่วิ่งเข้าเส้นชัยในระยะมาราธอน รายการ Khon Kaen International Marathon 2018
คือนักวิ่งหนุ่มจากจังหวัดขอนแก่นเอง

ขอแสดงความยินดีกับ ส.ท. ธนาทิพย์ ดีฉิม อันดับ 1 คนไทย ในระยะมาราธอน โดยใช้เวลาวิ่ง 2:43:57 ชั่วโมง
ซึ่งในการวิ่งครั้งนี้ เป็นการวิ่งมาราธอนครั้งแรกของเขา !
แถมยังเตรียมรับเงินรางวัลพิเศษ 40,000 บาท จากผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแข่งขันวิ่งมาราธอน รายการ Tokyo Marathon ที่ประเทศญี่ปุ่น (ซึ่งรายการนี้ถือเป็น 1 ใน 6 รายการ World Major Marathon รายการหลักของโลกเลยทีเดียว)

ขอเป็นกำลังใจให้กับนักวิ่งขาแรงจากเมืองหมอแคนคนนี้ ในการเตรียมตัวเพื่อเป็นตัวแทนคนไทยไปแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น และก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยในเร็วๆนี้ครับ

Credit รูปภาพจาก : Thai.Run และ wing chill chill ครับ

ที่มา : https://www.facebook.com/EnjoyToRun/photos/a.1729190807389830.1073741828.1728920724083505/1763800073928903/?type=3

วันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เวทอย่างไรทำให้วิ่งดีขึ้นและลดอาการบาดเจ็บ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ฝนตกบ่อย อาจไม่สะดวกต่อการไปวิ่งข้างนอก บางคนอาจจะแก้ปัญหาด้วยการวิ่งบนลู่วิ่งก็เป็นได้ แต่เมื่อทำไปนานๆ ก็อาจจะเบื่อ เลยอยากแนะนำการผสมผสานการออกกำลังแบบ HIIT เพื่อรักษาความฟิตของร่างกาย เพื่อเวลากลับไปวิ่งอีกครั้งจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป กับ
ตอนที่ 4 “HIIT Workout For (Indoor) Runner”
by Dr.Ruji🏃🏃💪

การออกกำลังด้วยความเข้มข้นสูง (หรือที่เราเรียกว่า HIIT: High Intensity Interval Training) เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากช่วยในการพัฒนาของกล้ามเนื้อและระบบหมุนเวียนของเลือดสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย หรืออยากผลักดันขีดความสามารถที่มีอยู่และ ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเผาผลาญ (Metabolism) ให้ดีขึ้น ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการวิ่งช้าๆ การเผาผลาญแคลอรี่จากการออกกำลังจะหยุดลงทันทีเมื่อหยุดออกกำลัง ซึ่งแตกต่างจากแบบ HIIT ที่ยังคงมีอยู่แม้ว่าจะหยุดแล้วก็ตาม ซึ่งเราเรียกกันว่า “Afterburn” effect  🔥🔥

การออกกำลังแบบ HIIT นี้เน้นให้อัตราการเต้นของหัวใจขึ้นสูงมากกว่า 80% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด ยกตัวอย่างเช่นถ้าหัวใจเต้นสูงสุดอยู่ที่ 200 ครั้ง/นาที การออกกำลังแบบนี้ควรจะเข้มข้นจนหัวใจเต้นไม่ต่ำกว่า160ครั้ง/นาที⏱… 

สำหรับ HIIT ในการวิ่ง เรียกกันสั้นๆว่า “ลงคอร์ท”🏃🏻 โดยระยะทาง ความเร็ว การพักระหว่างเซตก็จะแตกต่างกันไป ตามแต่ตารางที่คิดกันขึ้นมา แต่รูปแบบที่คล้ายกันก็คือ วิ่งเร็วสลับกับช้า เป็นช่วงๆ เช่น วิ่ง Sprint 400 เมตร แล้วเปลี่ยนมาเป็น Jogging 100 เมตร ทำสลับไปมา 10 รอบ หรือ จะเปลี่ยนช่วง Jogging 100เมตร เป็นการพักแบบกำหนดเวลา เช่น 9 0วินาที ⏱ซึ่งรูปแบบนี้ก็สามารถทำได้บนลู่วิ่งในกรณีฝนตกแล้วไม่อยากออกไปวิ่งตากฝนโดยการเลือก Interval โหมด

ในกรณีที่รู้สึกเบื่อกับการวิ่งบนลู่วิ่งเป็นเวลานานๆ ก็สามารถผสมการออกกำลังแบบอื่นเข้ามาในแทรกระหว่างการวิ่งได้เช่น Circuit training เช่น การทำ Box Dip, วิดพื้น, ดึงข้อ, Box Jump, Burpee  🏋🏻โดยอาจจะทำท่าล่ะ 10ครั้ง เรียงกันไปแล้วปิดท้ายด้วยการ sprint อยู่กับที่ 30 วินาที เป็นการครบ 1 เซท แล้วพัก 2 นาที ทำอย่างนี้ 3-4 เซทก็ได้ ซึ่งทางเพจจะโพสคลิปให้ดูในวันต่อๆ ไปนะครับ (ตอนนี้การโพสคลิปหลายๆคลิปใน FB ทำได้ยากครับ)

สิ่งนึงที่อยากแนะนำก่อนการออกกำลังแบบ HIIT คือการวอร์มอัพให้เพียงพอเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อพร้อมต่อการใช้งานหนัก🌡และการยืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังแล้วเพื่อลดการบีบอัดของทั้งกล้ามเนื้อและเส้นเลือด 🤸🏻‍♂

🚨ทั้งนั้นทั้งนี้การออกกำลังด้วยความเข้มข้นต้องขึ้นอยู่กับสภาวะความแข็งแรงของร่างกายของแต่ละบุคคล ควรจะออกกำลังสม่ำเสมอมาได้ซักระยะนึงก่อนแล้ว ไม่ควรหักโหมในช่วงแรก และถ้าเป็นไปได้อยากให้ปรึกษาแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวนักวิ่งเอง 

ขอให้ทุกคนสนุกกับการออกกำลังกายครับ

ที่มา : https://www.facebook.com/AlphaME.application/photos/a.861251267360201/1094358284049497/?type=3

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

หยุดวิ่งนานแค่ไหน ความฟิตหายเกลี้ยง

หนึ่งในเรื่องที่นักวิ่งกลัวที่สุด 😱
ความฟิตหาย (!) กลับไปเริ่มใหม่😰
.
2-3 วันก่อนมีผู้อ่าน #รันนิ่งอินไซด์เดอร์ เขียนมาปรับทุกข์เรื่องคล้ายๆ กันอยู่หลายคน ฝนตก งานชุก บาดเจ็บ เดือนนี้ได้วิ่งน้อยมาก "หยุดวิ่งกี่วันความฟิตหายไป ?"
.
ครับ, การวิ่งนี้แปลก เรียกร้องให้เราสนใจเธออย่างสม่ำเสมอ เหมือนคนรัก
ยังไงยังงั้น เผลอหยุดวิ่งไป เธอก็งอนเราจะฟิตหรือแข็งแรงไม่เท่าเดิม 
ความเร็วก็ตก ความเหนื่อยหอบก็คืนมาบางทีเธอก็ตรงไปตรงมากับเราแบบนี้
เป็นความสัมพันธ์ที่ต้องหมั่นคอยดูแล ถ้าดูแลความฟิตได้ เราก็ดูแลอย่างอื่นในชีวิตได้ครับ
.
นี่เป็นเรื่องที่นักวิ่งหลายคนพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้น
กับ #ชีวิตการวิ่งของตัวเอง
.
มีคำศัพท์ที่น่ารู้ที่อยู่ในหัวข้อนี้ คือ VO2Max (วี-โอ-ทู-แม็กซ์)
.
VO2Max คือ อะไร เรื่องนี้มีอยู่ในตัวเราทุกคนวีโอทูแม็กซ์ เป็นค่าที่แสดงถึงการใช้อ๊อกซิเจนอย่างมีประสิทธิของร่างกายครับ ว่าออกซิเจนจากเลือดส่งไปยังกล้ามเนื้อเพื่อใช้เผาผลาญสารอาหารได้สูงสุดเพียงใด นักกีฬาที่เทรนมาแรมปี มีความเข้มข้นในการซ้อมอย่างต่อเนื่อง ค่า VO2Max ของพวกเขาจะสูงมาก
.
ยกตัวอย่าง คิลเลี่ยน จอร์เน็ต (Kilian Jornet) นักวิ่งเทรลและนักวิ่งสกายรันเนอร์เบอร์ต้นๆ ของวงการมีค่า VO2max สูงถึง 92.0 เต็ม 100 หรือชื่อที่คุ้นเคยเราหน่อยอย่าง แลนซ์ อาร์มสตรอง (Lance Armstrong) ยอดนักปั่นจักรยานในช่วงที่เขาเป็นแชมป์รายการสำคัญๆ (ไม่โด๊ป) ตัวเลขวีโอทูแม็กซ์เขาแตะที่ 84 เต็มร้อย
.
แอดเคยอ่านเจอว่าข้อมูล VO2Max ของนักฟุตบอลบางสโมสรในอังกฤษถูกปิดเป็นความลับสุดยอด (!) เพราะสามารถนำมาทำนายฟอร์มการเล่นของทีมนั้นๆ ได้เลย ที่นั่นมีการพนันอย่างถูกกฏหมาย ค่า VO2Max ค่าความฟิต จึงเป็นตัวแปรที่สำคัญไปด้วย 
.
ทีนี้การวิ่งสะสมของนักวิ่งระดับสมัครเล่นอย่างพวกเราๆ ก็คือ การสะสมแต้มบุญของ V20Max นั่นเอง ยิ่งเราไม่ขาดซ้อมเลย ร่างกายจะปรับตัวและเพิ่มเลเวลวี-โอทูแมกซ์ให้สูงขึ้น เหมือนการฝากประจำไม่ถอน ความฟิตงอกเงยเหมือนดอกเบี้ย เราวิ่งได้ดี เร่งได้ กดความเร็วอย่างที่ต้องการ แหม่...เรื่องนี้มันฟินน์แล้วฟินน์อีก ระบบวีโอทูแม็กซ์ในแต่ละวัย มีชาร์จแสดงด้วยนะครับว่าวัยไหน-เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่า Good ,Exellent ,Average 
.
😅
🤯 
⚡️
แต่ในทางตรงข้าม เมื่อเรามีเหตุให้หยุดวิ่ง วิ่งไม่ต่อเนื่อง วิ่งไม่สม่ำเสมออย่างที่เคยเป็นมา ค่า VO2Max ของพวกเราก็จะลดลง ลดลง และลดลงจนสามารถกลับไปอยู่ในระยะเพิ่งเริ่มต้นวิ่งใหม่ๆ เลยละครับ ไม่ได้เขียนให้ดูโอเว่อร์ แต่ข้อมูลนี้เคยแสดงไว้ในรันเนอร์สเวิล์ด ที่ทำการเก็บข้อมูลจากนักวิ่งอเมริกัน มาลองดูกันหน่อย
.
⚡️
พักวิ่ง 14 วัน : สูญเสีย 5–7% ของ VO2Max 
พักวิ่ง 60 วัน : เสีย 20% ของ VO2Max 
พักวิ่งมา 100 วัน : เสีย 25–30% ของ VO2Max (ลาก่อย)
⚡️
.
นั่นทำให้นักวิ่งอย่างเราๆ กาปฏิทินไว้ได้เลยว่า การหยุดวิ่งเกิน 2 สัปดาห์ แบบไม่ได้ใส่รองเท้าวิ่งเลย เป็นโควต้าสูงสุดที่จะอนุรักษ์คุณวีโอทูแมกซ์ไว้
เพราะเมื่อเลยจากขอบของ 14 วันแล้ว คุณเตรียมตัวหอบแฮ่กๆ พบกลับความหนักหนาของการกู้ความฟิตคืนได้เลย แต่เคสของหยุดเพราะบาดเจ็บ
ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เพราะนั่นมีเหตุจำเป็นจริงๆ ที่ต้องหายสนิทเสียก่อน ถึงจะซ้อมเท่าเดิมได้
.
📧
ผมตอบเพื่อนๆ ที่อินบ๊อกซ์มาคุยว่า หากไม่ได้วิ่งเลยตลอดสัปดาห์ไม่ว่าจะติดงาน ติดเดินทาง ถูกกักบริเวณ 55+ ผมจะวิธีแบบพี่นิโคลาสเคจใน ConAir ครับ (55+) งงละซิ นั่นก็คือ พยายามเรียกความเหนื่อยหอบจากร่างกายให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการคาร์ดิโอด้วยการกระโดดตบ เป็นเซ็ตๆ การวิดพื้นเป็นเซต หรือปั่นจักรยานบนเทรนเนอร์ที่บ้าน เรียกเหงื่อ ปั๊ม Heart Rate ของตัวเองให้สูงขึ้นมาอยู่ในระดับหอบออกปากสัก 20-30 นาที
วิธีนี้ได้ผลครับ * จะสามารถชะลอค่าการลดฮวบของ VO2Max ที่สะสมมาหลายปีได้ผล 
.
มีเรื่องเล่าที่เจ๋งมากว่า นักวิ่งแถวหน้าคนหนึ่งในรายการ #UTMB ที่ต้องวิ่งข้ามเขาในเทือกแอลป์เป็นระยะทาง 168 กิโลเมตร ความที่เขาทำงานบนแท่นขุดเจาะกลางทะเล เขาอาศัยการวิ่งอยู่ในที่แคบๆ ในที่พัก วิ่งขึ้น-ลงบันไดวันละหลายๆ รอบ เพื่อรักษาระดับความฟิตของตัวเองไว้ เมื่อต้องแข่งจริง เขาก็สามารถเรียกความฟิตสู้กับเขาชันๆ ได้ 
.
⚡️
ต่อมาเมื่อเราหยุดวิ่งไปนานกว่า 2 สัปดาห์ กล้ามเนื้อหลายส่วนไม่ได้รับการกระตุ้น หัวใจไม่ได้ทำงานแบบที่คุ้นเคย การคืนสนามซ้อมก็จำเป็นต้องทำอย่างละมุนละม่อน เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้น เช่น
.
จากเคยวิ่งได้ 1 ชม.ต่อเนื่อง (9-10Km) ก็ให้มาเริ่มวิ่งต่อเนื่องที่ 40 นาทีในเพซที่ช้าลง แหงล่ะ จะให้สปีดเท่าเดิมก็คงไม่ไหว หากเราทำซ้ำๆ สัก 2 - 3 ครั้งแล้วรู้สึกดีขึ้น ก็ค่อยจูนร่างกายกลับไปที่ระยะทางกับความเร็วเท่าเดิมที่เคยทำได้นะครับ การกลับมาหลังหยุดยาว แล้วใส่เต็ม จัดหนัก แอดเคยบาดเจ็บมาแล้วละ ข้อนี้ขอแสดงความปรารถนาดีว่า "อย่าทำตาม"
.
.
. . .
✍️
. . . 
#สรุป 
2 สัปดาห์เป็นช่วงเวลาที่ความฟิตยังไม่หายไปอย่างน่ากังวล
2 เดือน คือ ช่วงเวลาที่ความฟิตหายไป ลาก่อย จนคุณต้องเหนื่อยตามกลับ
คล้ายกลับไปเริ่มใหม่ *แต่ทั้งนี้ก็คงขึ้นอยู่กับพื้นฐานร่างกายแต่ละคนประกอบกันครับ 
.
แต่พูดก็พูดเถอะแอดเองมีกฏกับตัวเองว่าจะไม่หยุดวิ่งนานเกิน 2 วัน
นะเพราะรักในความสุข ความสนุกจากแอนโดรฟินน์ แม้การวิ่งที่ทำอยู่
เป็นประจำจะวิ่งครั้งละ 40-60 นาทีก็ตาม เพราะแอดงกในค่า VO2Max ที่เราลงทุนทำมา เข็ดละกับการไปหอบแฮ่กๆ ปวดเมื่อยกับการเริ่มต้นวิ่งใหม่
แฮ่กๆ 
. . . 
🚀
. . .
:::อ่านมาถึงตรงนี้แล้วขอบคุณครับ ยอดเยี่ยมมาก:::
เอ้าเชิญ #Tag เพื่อนนักวิ่งของคุณที่หายจากสนามซ้อม 
ให้กลับมาวิ่งเรียกความฟิต ได้แล้ว ความเหนื่อยหอบ 
ที่เรารักรออยู่ครับ #เหนื่อยไปด้วยกัน 
.
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก รพ.สมิติเวช
https://bit.ly/2BTSXVH
เช็คอัพค่า VO2max ในแต่ละช่วงวัยได้ที่
https://bit.ly/2wnd3Tb
เรื่องโดย | ©รันนิ่งอินไซด์เดอร์
ภาพ | Freepik 
#หยุดวิ่ง #หยุดวิ่งความฟิตหาย #VO2Max #วีโอทูแม็กซ์
#วิ่งมาราธอน
___________________________________________
หากบทความนี้มีประโยชน์ชวน Like , Share
และกดถูกใจ 💟 เพจ Running Insider หรือ
ตั้งค่า #SeeFirst #เห็นโพสต์นี้ก่อน
เพื่อไม่พลาดบทความที่แอดตั้งใจเขียนมาแบ่งปัน
ขอขอบคุณทุกๆ การติดตาม
___________________________________________
ถ้าคุณชอบเรื่องวิ่ง | เรา คือ #RunningInsider 

ที่มา : https://www.facebook.com/runninginsider/photos/a.255773255188261/314851569280429/?type=3

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561

วิธีวางแผนวิ่งทั้งปีให้ได้ดี

รันเนอร์เจอนี่ไปคุยกับโปรหนำมา ได้ไอเดียแบบรันเนอร์เจอนี่ที่มาเล่าให้ทุกคนฟังกัน สามารถเข้าไปดูคลิปการพูดคุยได้ที่นี่ http://bit.ly/2Lmjril
.
งานวิ่งมีทั้งปี 
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องตะบี้ตะบันแข่งทั้งปี นักวิ่งที่ดีควรกำหนดว่า งานไหนคืองานสำคัญของปีจะได้วางแผนซ้อมและแข่งได้ถูก เมื่อถึงวันสำคัญ ผลการแข่งขันจะได้ออกมาอย่างที่คาดหวัง เราไปคุยกับโปรหนำเรื่องการกำหนด race a ,b ของแต่ละคน รันเนอร์เจอนี่ เก็บมาเล่าให้ฟัง มี 6 ข้อต่อไปนี้ 
------------- 
1 กำหนด Race A กับ Race B Race A คือเป้าหมายหลัก สำคัญที่สุดของปี สนามในฝัน ผลการแข่งต้องดี Race B คืองานแข่งที่อาจจะเคยแข่งมาแล้ว ไม่ได้สำคัญมาก ไม่เน้นผลการแข่งขัน วิ่งขำๆ เอาบรรยากาศ
2 “ให้ค่า” ของแต่ละ Race อย่างที่ควรจะเป็น เช่น ปีนี้จะไปโป่งแยง 100 ไมล์ อยากทำเวลาดี ก็วางแผนให้เป็น race a ซะหรือจะไปจอมบึงมาราธอน ทำ sub4 ให้ได้ นั่นคือ race a สนามในฝัน race อื่นๆที่อยู่ระหว่างทาง จึงลดระดับความสำคัญลงมาเป็น race b อย่าให้มากวนเป้าหมายใหญ่
3 “วิธี แข่งใน race b" คือลดระยะลง ไม่จำเป็นจะต้องลงระยะไกลที่สุดของ race นั้น ลงระยะสั้นมาบ้างก็ได้ จะได้สัมผัสบรรยากาศหลังเส้นชัยรอเพื่อนระยะไกลเข้าเส้น
4 “วิธี แข่งใน race b “ ลดความเร็ว นอกจากปรับระยะทางจากมาราธอนก็อาจเป็นฮาล์ฟแล้ว ยังควรความเร็วลดลงด้วยเพื่อไม่ให้ร่างกายกรอบ บอบช้ำ เจ็บก่อนวันสำคัญของปี น่าเศร้านะถ้าแข่งสนามในฝันในสภาพพังๆ
5 การลงระยะสั้นลง วิ่งช้าลง ไม่ได้แปลว่าไม่เก่ง แต่แปลว่าคุณรู้จักหนักเบา สั้นยาว และการให้นำ้หนักความสำคัญในแต่ละ race อย่างแท้จริง ไม่ต้องพิสูจน์ ไม่ต้องใจเกินร้อยลงร้อยโล มันทั้งปี ไปพิสูจน์ใน race a
6 ภายใน หนึ่งปีควรมี race a เพียง race เดียว เราควรสะสมความอยาก ช่วงสะสมเราจะมีพลังเยอะ ให้ไประเบิดพลังใน race ที่ต้องการ บางคนลงงานวิ่งติดๆกัน บอบช้ำ ร่างกายล้า เบื่อ นอกจากดูแลร่างกายเราต้องดูแลสภาพจิตใจด้วย
------------- 
เครดิตต้นทาง
บทความนี้ #Repost หรือโพสต์ซ้ำโดยได้รับ
การขออนุญาตอย่างถูกต้องจากเพจ #RunnerJourney 
ในโครงการ #พันธมิตรเพจวิ่ง 
------------- 
สามารถติดตามเพจรันเนอร์เจอนี่ได้ที่ 
www.facebook.com/runnerjourney
และฟังบทสัมภาษณ์และชมวิดีโอได้ที่
http://runnersjourney.in.th
Repost by ThaiRun ฮับความสุขนักวิ่ง 
24 สิงหาคม 2018

ที่มา : https://www.facebook.com/thaidotrun/photos/pcb.2193177474303024/2193176754303096/?type=3