วันพุธที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2560

สวนพระราม 3 ใต้สะพานพระราม 9 สะพานแขวน

สวนนี้ขนาดกระทัดรัด 1 รอบยาว 850 เมตร ต้นไม้ต้นหญ้าเยอะ บรรยากาศร่มรื่น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดถนนพระราม 3 ใต้สะพานแขวน






สามารถพักผ่อนออกกำลังกายได้ทั้งวัน มีมุมมองหลากหลายทั้งในสวนต้นไม้ ริมแม่น้ำ บนเนิน ที่โล่ง

ตัวผมใช้สนามนี้เป็นที่ซ้อมอยู่ประจำ เพราะส่งลูกเรียนตอนเช้าแล้วก็วิ่งรถต่อไปอีกนิสก็ถึง ช่วงเช้าคนจะน้อย ช่วงเย็นคนเยอะช่วง 17.00 ถึง 19.00 น. วิ่งสนามนี้สนุกมากมีขึ้นเนินต่ำๆ 2-4 ช่วง ทางตรง 2-3 ช่วง มีบล็อคให้วิ่งทับเส้นตลอดรอบ ลมแม่น้ำทำให้ไม่ร้อนรู้สึกสดชื่น

ส่วนที่จอดรถมอเตอร์ไซต์มีเพียงพอ แต่รถยนต์ช่วงพีค อาจมีไม่พอ

ไม่สามารถ เล่นฟุตบอล กับ ขี่จักรยาน ได้

ลานโล่งกว้างไม่มี ทำให้แอโรบิคไม่มี แต่ก็มีชมรมรำกระบี่กระบองตรงบริเวณทางสายรอง

ตะกวดไม่มีน่ะ นกพิราบน้อยมาก

แนะนำท่านที่ผ่านถนนพระราม แวะเข้ามาเดินชม จ็อกกิ้ง ดู อาจเป็นทางเลือกหนึ่งของท่าน

วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560

เข้าขั้นโจ


คำนี้ได้มาจากหนังเรื่อง 'จีไอโจ' สงครามพิฆาตคอบบร้าทมิฬ เนื่องจากพระเอกกับพระรองเป็นคนธรรมดาไม่ได้เป็นทีมจีไอโจ ต้องได้รับการฝึกซ้อมตามคอร์สไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงหนึ่งทั้งสองก็สามารถพัฒนาฝีมือจนเอาชนะผู้ฝึกสอนได้ ผู้ฝึกสอนก็เลยเอ่ยขึ้นว่า 'เข้าขั้นโจ'

ตัวผมก็ฝึกซ้อมพัฒนาฝีเท้าการวิ่งมาได้ 1 ปีแล้ว วันไหนเอ็นโดฟีนหลั่ง สดชื่น วิ่งตัวปลิว ก็จะมั่วไปเองว่าเรา 'เข้าขั้นโจ' แล้ว


จาก 'อ้วน 100 กิโลกรัม สู่ นักวิ่ง 100 กิโลเมตร
พี่นะ จากคนอ้วนหนักร้อยกว่าโล สารพัดโรครุมเร้า พี่นะใช้เวลาเพียง 4 ปี เปลี่ยนชีวิตใหม่ กลายเป็นนักวิ่งระยะ 100 กม.
เห็นวิ่งระยะไกลๆแบบนี้ อย่าคิดว่ามีแต่ลูกอึด พี่นะวิ่งมาราธอน 42 กม.ได้ที่เวลา 3:20 ชม. และเตรียมลง Boston Marathon ในปีหน้า !!!!
พบกับ Live สด Facebook ของ Pace8 จากโรงภาพยนต์ Major เอกมัย ก่อนชมภาพยนตร์ โอเวอร์ไซส์ ทลายพุง
18:00 น. 11/4/60  เคารพธงชาติแล้วมาฟังกัน

สดๆร้อนๆ จากโพสต์ข้างบน คุณนฤพนธ์ ประธานทิพย์สามารถทำได้ ไม่รู้รายละเอียดว่าทำได้อย่างไร ต้องดูทางช่อง Pace8 แล้วจะมาเล่าอีกที

วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2560

การซ้อมวิ่งขึ้นเนิน ดีอย่างไร

ใครไม่เคยซ้อมเนิน จะไม่รู้ว่ามันหนักหนาสาหัสแค่ไหน แต่ทราบไหมว่า การซ้อมเนินเป็นสุดยอดของการซ้อมวิ่ง จะทำให้คุณแกร่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก

* การซ้อมเนินช่วยอะไรได้บ้าง
การซ้อมเนิน ไม่ได้มีไว้สำหรับนักวิ่ง ที่เตรียมตัวลงแข่งรายการโหดๆ ที่ต้องวิ่งขึ้นเขาขึ้นดอยเพียงอย่างเดียว นักวิ่งเราๆที่ลงแข่งมาราธอนทางเรียบ ก็ควรที่จะฝึกไว้บ้างครับ เพราะอะไรน่ะหรือครับ ก็เพราะว่าการวิ่งขึ้นเนินช่วยสร้างความแข็งแกร่ง ความนิ่ง และความอึด ยังไม่รวมถึงความกล้าบ้าบิ่นที่จะตามมาอีกด้วย เราๆท่านๆต่างก็เคยเจออาการ คอตก ตัวเอียง ก้าวขาไม่ออก ตอนช่วงท้ายๆของการวิ่งมาราธอน ถ้าคุณได้ซ้อมวิ่งขึ้นเนิน อาการแบบนี้จะหายไปได้ เพราะการซ้อมแบบนี้ช่วยให้ช่วงกลางลำตัวของเราแข็งแรง ช่วยให้กล้ามเนื้อมีพลัง และมีจิตใจที่พร้อมจะทนทานทุกสภาวะ การซ้อมเนินนอกจากจะเป็นการเพิ่มทักษะการวิ่งเชิงเทคนิคแล้ว ยังช่วยปรับปรุงเรื่องของการยกเข่า โดยการปรับความสัมพันธ์ของการทำงานร่วมกัน ทั้งการก้าวขา และการแกว่งแขน

* คำแนะนำของการซ้อมเนิน
1. เลือกเนินที่เหมาะสม ตามระดับความสามารถของเราเอง ไม่จำเป็นจะต้องเลือกเนินแบบสูงชัน
2. อย่าหยุด จนกว่าจะถึงยอดเนิน
3. ช่วงวิ่งขึ้น ยกเข่าขึ้น ก้าวสั้นลง โน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย ใช้วงแขนทั้งการแกว่งทรงตัว การพุ่ง และการควบคุม แกว่งให้แรงๆเพื่อดึงพลังงานออกมา แต่ต้องไม่เกร็ง

* โปรแกรมการซ้อมเนิน 3 แบบ
1. วิ่งขึ้นและวิ่งลง
เลือกเนินที่ต้องใช้เวลาวิ่งขึ้น ราวๆ 90 วินาที ใส่เต็มที่ 80-90% ขณะวิ่งขึ้น และวิ่งจ็อกลงเบาๆเพื่อฟื้นสภาพ จำนวนเที่ยวก็ขึ้นอยู่กับระดับความแข็งแกร่งของนักวิ่งแต่ละคนครับ แต่ก็ควรจะอยู่ราวๆ 6-8 เที่ยว
2. เนินแบบอ็อฟโร้ด ฟาร์ทเล็ก
วิ่งขึ้นเนินแบบอ็อฟโร้ดสัก 45 นาที ไม่ว่าจะเป็นเนินที่มีความต่อเนื่อง หรือวิ่งวน ขณะที่วิ่งไปถึงเนิน ก็ให้ใส่เต็มที่ พอถึงทางเรียบก็วิ่งสบายๆ จนครบ 45 นาที
3. วิ่งขึ้นเนินแบบปิรามิด
เป็นการวิ่งขึ้นเนินเดิม แต่ใช้เวลาไม่เท่ากันครับ เนินสั้นก็วิ่งเร็วหน่อย เนินยาวก็ลดลงมานิดนึง ควรเป็นเนินที่วิ่งได้ 60 วินาทีต่อเนื่อง
- วิ่ง 60 วินาที แบบใส่เต็มที่ แล้วจ็อกลง
- วิ่ง 45 วินาที แบบใส่เต็มที่ แล้วจ็อกลง
- วิ่ง 30 วินาที แบบใส่เต็มที่ แล้วจ็อกลง
- วิ่ง 15 วินาที แบบใส่เต็มที่ แล้วจ็อกลง

พอวิ่งครบ ก็จัดแบบเดิมอีกหนึ่งเที่ยวครับ....สุคีริน ทวีสุข ทีมเวโลเช่



ที่มา; ห้องเรียนวิ่งมาราธอน

วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2560

กรณีหนังสือเย็นวันเสาร์-เช้าวันอาทิตย์กับกรณีบันทึกสองเท้า...ความเหมือนต่างเวลา

เย็นวันเสาร์-เช้าวันอาทิตย์
(Barcoad 9789742728809 คามิน คมนีย์ 192 หน้า / 310 g)
เย็นวันเสาร์- เช้าวันอาทิตย์ การันตีคุณภาพด้วยรางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ประจำปี 2547
ประเภทสารคดีรางวัลยอดเยี่ยม ถ่ายทอดจากประสบการณ์โดยตรงของ
ผู้เขียนที่ได้บันทึกท่วงทำนองของชีวิตและโลกของนักวิ่ง...ด้วยเนื้อเรื่องที่มีสาระ และการใช้ภาษาในการเรียบเรียงเหมาะสมกับยุคสมัย รวมถึงบรรยากาศของเรื่องดี
ทำให้เกิดอรรถรสในการอ่าน เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้สารคดีคุณภาพเรื่องนี้ชนะใจ
กรรมการของเราได้เป็นอย่างดี เชื่อได้ว่าผู้อ่านจะได้รับความเพลิดเพลินหรรษา
อย่างแน่นอน 



และกรณีบันทึกสองเท้า ตัวผมขอคัดบทความจากเพจมาดังนี้
.......
ไม่เคยนึกครับว่าการวิ่งจะทำให้เกิดการตัดสินใจอะไรแบบนี้ได้
เพื่อนๆ หลายคน(ส่วนใหญ่)ที่ทราบข่าว พูดกับผมด้วยประโยคที่คล้ายๆ กันว่า
"ยินดีด้วยนะ"
ผมฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ ที่ได้รับกำลังใจและมั่นใจกับการตัดสินใจของตัวเองมากขึ้น ทั้งๆ ที่ลึกๆ แล้ว ผมรู้สึกเสียใจมากเช่นกัน
ผมมีความผูกพันมากมาย รัก และภูมิใจที่ได้ มีส่วนรวมกับทุกๆ คนในหน่วยงานที่ได้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติมากมายแห่งนี้ ที่สำคัญผมได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองทุกๆเรื่องที่นี่จนมีวันนี้ได้
ผมเคยมุ่งมั่นที่จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่า คำว่า"ไม่มีเวลา" ไม่ใช่ข้ออ้างของการไม่ออกกำลังกาย แต่เป็นเพราะว่าเราแบ่งเวลาไม่เป็นต่างหาก
ถึงวันนี้ก็ยังเป็นจริงอยู่ครับ ว่าเราสามารถรักษาสมดุลย์ของทุกเรื่องที่จำเป็นในชีวิต กับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนได้
เพียงแต่ผมบังเอิญโชคดีที่อาจจะได้รับโอกาสที่จะได้ทำเรื่องเกี่ยวกับการวิ่ง/การออกกำลังกายตามความใฝ่ฝันของตัวเอง ที่อาจทำให้ต้องมีผลกระทบกับภาระหน้าที่หลักที่มีความรับผิดชอบสูงขึ้นเรื่อยๆ
จริงๆ ต้องขอบคุณหน่วยงานที่ได้พยายามช่วยหาทางให้ผมยังสามารถทำทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กันเหมือนเดิมได้ แต่ผมเป็นคนตัดสินใจเองครับเพื่อความเหมาะสมและไม่เป็นการรบกวนทุกๆ ฝ่าย
ญาติๆ และคนใกล้ชิดของผมรู้สึกเป็นห่วงและเสียดายความมั่นคงในหน้าที่การงานที่ผมสร้างมากว่า 16ปี ผมก็เสียดายมากเช่นกันครับ :)
แต่คุณค่าของสิ่งดีๆ ที่ผมยอมสละไป ยิ่งมีค่ามากเท่าใด นั่นหมายความว่าสิ่งที่ผมเลือก(แม้จะยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่) ก็น่าจะมีคุณค่าสำหรับผมไม่น้อยไปกว่ากันเลย
และผมจะตั้งใจทำตัวให้เป็นประโยชน์กับส่วนรวมให้มากที่สุด เช่นเดียวกับแนวทางที่เคยได้เรียนรู้และร่วมกันทำมาที่องค์กรแห่งนี้ด้วย
ขอขอบคุณทุกๆ คน เพื่อนๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่ เนคเทค สวทช. และคนอื่นๆ ที่ได้เคยรู้จัก และเกี่ยวข้องทุกท่าน ผมจะกลับมาเยี่ยมเยียนแน่นอน จริงๆ ผมก็ยังไม่ได้ปิดโอกาสที่กลับมาทำงานในสายงานนี้นะครับ อย่างน้อยก็คงยังสอนหนังสือ สอบวิทยานิพนธ์ สอนภาษาญี่ปุ่น รับบรรยาย ที่ปรึกษา ฯลฯ (ติดต่อได้ครับ^^)
และต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกๆ ท่าน ไม่ว่าในรูปแบบใดๆ (ขอ​อภัยที่ไม่ได้เอ่ยนามทั้งหมด) ที่ทำให้ผมกล้าตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตครั้งนี้ครับ
24 มี.ค. 2560
.....

คือตัวผมพบว่า 2 กรณีนี้น่าจะคล้ายกันซึ่งเกิดจากอย่างหนึ่งที่มีเหมือนกันคือเรื่องการวิ่ง 

โดยกรณีคุณคามินเดิมทีเป็นข้าราชการ ท่านมีความฝันอยากเป็นนักเขียน แต่แล้วจู่ๆ ท่านก็ออกไปวิ่งแข่งมาราธอนแบบไม่เคยฝึกซ้อมมาก่อน ซึ่งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของความสนุกในการเปลี่ยนชีวิตของท่านตลอดไป ตัวผมอ่านหนังสือเล่มนี้รวดเดียวจบ ท่านเขียนสนุกได้สาระด้วย
ส่วนกรณีบันทึกสองเท้าตัวผมอ่านตามบทความดังกล่าวเท่านั้น

วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

วิ่งต้านมะเร็ง

การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ดีชนิดหนึ่ง ทำให้หัวใจมีสมรรถภาพและระบบการไหลเวียนเลือดดี อวัยวะทุกส่วนของร่างกายทำหน้าที่ได้ดี มีภูมิต้านทานโรค ลดความเสื่อมของเซลล์ จึงเป็นการชะลอวัยและป้องกันหรือลดการเป็นมะเร็งได้
คุณปลา ปนิตา ตันติวัฒนวัลลภ สาวนักวิ่งผู้ไม่ยอมแพ้ต่อมะเร็ง เธอได้รับกำลังใจอย่างดีจากคนในครอบครัว ทุกวันนี้เมื่อสู้กับโรคร้ายจนหายขาด เธอก็กลับมาวิ่งเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีต่อไป บทสัมภาษณ์ เมื่อ 16 ก.ย. 59

คุณสายปัญญา ตันวิไล ผู้ไม่เคยท้อต่อโรคภัยที่รุมเร้า ป้าตุ๊กซ้อมวิ่งทุกช่วงเย็นที่สวนลุมพินี จนได้ฉายา ป้าตุ๊ก 8 รอบ (สวนลุม) แถมยังลงแข่งวิ่งมาราธอนจนได้รับรางวัลมากมาย บทสัมภาษณ์ป้า เมื่อ 3 ส.ค. 59

คุณหมอผู้ชนะมะเร็ง "หนุ่มน้อยจากไร่มะขามเปรี้ยว" สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก จากสหรัฐอเมริกา และ รัสเซีย แต่กลับเป็นโรคร้าย มะเร็งต่อมลูกหมาก เพียรพยายามรักษา ทางแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ร่ำเรียนมา แต่ชีวิตกลับใกล้ความตาย เข้าไปทุกขณะ ทุกข์ทรมานอยู่ ๑๐ ปี เมื่อหันกลับมามีชีวิต คืนสู่ธรรมชาติ ด้วยอาหาร มังสวิรัติ พร้อมจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับเนื้อร้าย มะเร็งร้ายก็พ่ายแพ้ในที่สุด คุณหมอทำอย่างไรมะเร็งร้ายจึงต้องลาจากไป

นั้นเป็นตัวอย่างหนึ่งของผู้ที่ใช้นำการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง มาดูแลรักษาสภาพร่างกาย จิตใจให้แข็งแรง จนสามารถเอาชนะโรคภัยอันตรายอย่างมะเร็งได้สำเร็จ ตัวผมเองก็มีความเสี่ยงมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดโรคมะเร็งในร่างกาย เนื่องจากพันธุกรรม โดยคุณพ่อเสียชีวิตจากโรคมะเร็งช่วงท้องเมื่อท่านอายุ 52 ปีเท่านั้น และคุณย่าก็เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเหมือนกันเมื่อท่านอายุเยอะแล้วน่าจะ 82 ปี

เรื่องมันเศร้า...แต่จริง :(

วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับนักวิ่งน้องใหม่ โดยคุณปราโมทย์ ทองสมจิตร


  1. ในการฝึกวิ่งเพื่อสุขภาพ ต้องสวมรองเท้าสำหรับนักวิ่ง เท่านั้น  อย่าใช้รองเท้าอื่นในการฝึกวิ่งไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบ รองเท้าเทนนิส รองเท้าฟุตบอล รองเท้าส้นตึก ฯลฯ
  2. ก่อนเริ่มวิ่งต้องวอร์มอัพร่างกาย หรืออุ่นเครื่องร่างกาย ยืดขา แกว่งมือ แกว่งขา ฯลฯ เพื่อให้โลหิตสูบฉีด ไหลเวียนไปยังกล้ามเนื้อและส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการวิ่ง อย่าออกวิ่งทันทีเมื่อถึงสนามซ้อม โดยไม่ต้องวอร์มอัพร่างกายก่อน
  3. เมื่อเริ่มวิ่ง 15-20 นาทีแรก ให้ออกตัววิ่งไปอย่างช้าๆ ค่อยๆ อุ่นเครื่อง (ร่างกายหัวใจจะค่อยเริ่มเต้นแรงขึ้น ทีละน้อย การทำของหัวใจและปอดจะได้ไม่หักโหม รวมทั้งแข้งขาด้วย
  4. อย่าไปวิ่งแข่งกับผู้อื่น ซึ่งเขาอาจจะวิ่งจนเครื่องติดก่อนเราแล้ว ให้วิ่งไปเรื่อย ๆ ตามความเร็วที่สบาย ๆ ของตนเอง ไม่ต้องวิ่งแข่งหรือวิ่งตามใคร
  5. ถ้าวิ่งเหนื่อยแล้ว ก็ให้ผ่อนความเร็วลงบ้าง อาการเหนื่อยจะค่อยทุเลาลงเอง แล้วค่อยเพิ่มความเร็วขึ้นในระดับ ที่วิ่งสบาย ๆ ในการฝึกระยะแรก ๆ นักวิ่งน้องใหม่อาจจะวิ่งบ้างเดินบ้าง ไม่เป็นไร ต่อไปก็จะค่อย ๆ วิ่งช้า ๆ โดยไม่หยุด เลยจาก 5 นาที เป็น 10 หรือ 20 นาที ได้เอง
  6. การฝึกวิ่งต้องใช้เวลา นักวิ่งที่น้องใหม่เห็นเขาวิ่งกันในสนามนั้น ต้องใช้เวลาเป็นเดือน เป็นปีฝึกกันมาทั้งนั้น บางคนก็วิ่งมาแล้วหลาย ๆ ปี ดังนั้น อย่าใจร้อน หรือคิดเอาเองว่าจะต้องวิ่งเหมือนเขา วิ่งให้เร็วเท่าเขา หรือวิ่ง ได้นานเท่าเขา !
  7. ชุดวิ่งควรจะเบาและระบายความร้อนจากร่างกายได้ดี และเหมาะกับสภาวะดินฟ้าอากาศเสื้อกล้ามเหมาะ กับฤดูร้อน ชุดวอร์มเหมาะกับอากาศหนาวเย็น ชุดเท่ห์แต่ร้อนระวังลมจะใส่
  8. วิ่งระยะยาวนั้น ต้องวิ่งลงด้วยส้นเท้า การวิ่งลงปลายเท้า เหมาะสำหรับวิ่งเร็ว และวิ่งระยะสั้นเท่านั้น วิ่งตัวตรง อย่าวิ่งโน้มตัวไปข้างหน้า ท่านอาจจะปวดหลังได้ เมื่อวิ่งในท่านั้นนาน ๆ
  9. การบาดเจ็บเนื่องจากรองเท้าวิ่งหมดสภาพย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าใช้รองเท้าวิ่งไปนาน ๆ วิ่งแล้วเจ็บเข่าบ้าง แสดงให้เห็นว่ารองเท้าเสื่อมสภาพแล้ว ควรเปลี่ยนรองเท้าวิ่ง
  10. ถ้าวิ่งในที่ไม่เรียบ ให้ตามองดูพื้น ระวังสะดุดถ้าวิ่งในที่มืดหรือสลัวๆ ไม่ค่อยเห็นทางวิ่งให้ยกเท้าสูงขึ้นเล็กน้อย ป้องกันการสดุด
  11. นักวิ่งแต่ละคนจะวิ่งก้าวสั้นหรือก้าวยาวแตกต่างกันไป ลองวิ่งดูเอง ท่าวิ่งใดที่เหนื่อยน้อย และได้จังหวะวิ่งที่เลื่อนไหลไปนั่นแหละเป็นท่าวิ่งที่เหมาะกับเราแล้ว
  12. การวิ่งต้องต้องแกว่งแขนให้ได้จังหวะ และอย่าเกร็ง ปล่อยตามสบาย
  13. ก่อนออกวิ่งแต่ละวัน ควรตั้งเป้าหมายไว้ในใจ ว่าวันนี้จะวิ่งกี่นาทีหรือวิ่งกี่รอบ แล้วพยามยามปฏิบัติตามนั้น มิฉะนั้นแล้วเราจะหยุดวิ่งตามเพื่อน พอเขาหยุดวิ่งเราก็จะเลิกวิ่งด้วย
  14. ก่อนที่จะหยุดวิ่งให้ชะลอความเร็วลงทีละน้อย หรือเมื่อถึงที่หมายแล้ว ถ้าวิ่งมาด้วยความเร็วควรวิ่งชะลอ ความเร็วต่อไปอีกเล็กน้อย เพื่อให้หัวใจค่อยเต้นช้าทีละน้อย อย่าหยุดวิ่งกระทันหัน หัวใจปรับการทำงานไม่ทัน อาจเป็นอันตราย !!!
  15. เมื่อซ้อมวิ่งเสร็จแล้ว จะต้องคูลดาวน์เพื่อคลายกล้ามเนื้อ มีท่าต่างๆ หลายท่า ลองขอคำแนะนำจากนักวิ่งรุ่นพี่ได้
  16. ก่อนฝึกวิ่งต้องใช้ความอดทน เพราะบางครั้งนักวิ่งอาจจะรู้สึกเบื่อหน่าย อย่าท้อถอย ถ้ามีธุระจำเป็นก็หยุดได้บ้าง แต่ไม่ควรเกินสองสามวัน เดี๋ยวขี้เกียจวิ่ง แล้วต้องมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม ?!?!
  17. ถ้าไม่สบายเป็นไข้หรือท้องเสีย ควรงดการซ้อมวิ่ง ถ้าขัดเคล็ดยอก แพลง ก็ควรทุเลาการวิ่งลงหน่อย อาจออกกำลังกายแบบอื่นทดแทนได้
  18. การซ้อมวิ่งต้องมีวันพักบ้าง สัปดาห์หนึ่งวิ่งได้ 4-6 วัน นับว่าใช้ได้แล้ว อย่าวิ่งตลอด 7 วัน ร่างกายต้องการพักผ่อนบ้าง
  19. นักวิ่งควรรับประทานอาหารประเภทผัก ผลไม้ ปลา หรืออาหารที่มีเส้นใยเป็นประจำทุกวันเพื่อความคล่องตัว ในการทำธุระกิจส่วนตนในตอนเช้าก่อนวิ่ง ถ้าเสริมด้วยแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส เกลือแร่ได้ด้วยก็ดี
  20. ควรดื่มน้ำหนึ่งแก้ว ก่อนออกมาซ้อมวิ่ง และพยายามดื่มพยายามดื่มน้ำให้มากทุกวัน วิ่งเสร็จแล้วก็ควรดื่มน้ำด้วย
  21. นักวิ่งควรพักผ่อนหลับนอนให้เพียงพอ นอนหัวค่ำตื่นเช้ามืด ฟุตบอลหรือละครทีวีงดดูบ้างก็จะนอนได้มากขึ้น
  22. ถ้าฝึกซ้อมวิ่งตามถนน ควรวิ่งสวนกับรถที่แล่นมา จะได้หลบได้ทันยังไงล่ะ แต่ซ้อมในสนามวิ่งจะปลอดภัยกว่า
  23. ถ้าไปท่องเที่ยวหรือไปธุระต่างจังหวัดหลายวัน ควรนำรองเท้าติดตัวไปซ้อมด้วย
  24. เพื่อความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่นักวิ่ง ควรงดการวิจารณ์พฤติกรรมการวิ่งของผู้อื่น ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ความเร็ว ความถี่ในการซ้อมวิ่ง การลงวิ่งในสนามจริง การมาสนามซ้อม ฯลฯ
  25. พยายามพูดให้กำลังใจนักวิ่งน้องใหม่ด้วยกัน พอวิ่งได้แล้วก็ชักชวนผู้อื่น ให้ลองเริ่มฝึกเดิน วิ่ง บ้าง
  26. นักวิ่งน้องใหม่ อย่าใจร้อนถ้าจะลงวิ่ง 10 กิโลเมตร ควรซ้อมวิ่งติดต่อกันโดยไม่หยุดเป็นเวลา 50 -60 นาทีก่อน หรือถ้าลงวิ่ง 21 กิโลเมตร ควรจะซ้อมวิ่งยาวไม่ต่ำกว่า 1.30 -2 ชั่วโมง จนแน่ใจว่าวิ่งได้
  27. ในสนามวิ่งจริง มีจุดให้น้ำ พยายามแวะจิบน้ำที่ให้บริการ อย่ารอให้กระหายเสียก่อน อย่าดื่มมากจนเกินไปล่ะ !!
  28. เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ ไม่ควรสวมรองเท้าที่เพิ่งซื้อใหม่ลงวิ่งในสนามจริง ควรฝึกซ้อมให้เท้าชินกับรองเท้าเสียก่อน
  29. รองเท้าที่ซื้อจะต้องหลวมเล็กน้อย ลองสวมดูก่อนซื้อ เมื่อสอดปลายเท้าจนชิดปลายรองเท้าแล้ว ควรหลวมพอที่จะเอานิ้วสอดเข้าไประหว่างส้นเท้ากับส่วนหลังของรองเท้าได้ รองเท้าคับจะเป็นอันตรายต่อเล็บเท้า เมื่อวิ่งระยะไกล เท้าจะเจ็บหรือปลายเท้าจะพอง
  30. นักวิ่งต้องหมั่นตัดเล็บเท้า ทุก 1-2 สัปดาห์
  31. ถ้ามีการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ หรือเส้นเอ็น ให้ใช้น้ำแข็งประคบ ถ้าจะใช้ยาทาช่วยก็ถูเบาๆ 
  32. ควรฝึกซ้อมวิ่งในระยะทางที่แตกต่างกันบ้าง ใช้เวลาวิ่งแต่ละวันมากบ้างน้อยบ้าง มีวันหนักวันเบา อย่าซ้อมระยะเดียวจำเจ เปลี่ยนความเร็วบ้าง
  33. ครั้งแรกๆ ที่ลงสนามจริง นักวิ่งน้องใหม่ไม่ควรอยู่ในกลุ่มหน้า เมื่อปล่อยตัวอาจจะถูกนักวิ่งฝีเท้าจัดวิ่งชน ควรยืน อยู่กลุ่มหลัง และอยู่ข้าง ๆ อย่ายืนตรงกลางกลุ่มนักวิ่ง
  34. เมื่อเข้ามาเป็นนักวิ่งเพื่อสุขภาพ เป้าหมายที่แท้จริงคือวิ่งได้นานหลายๆ ปี  ไม่บาดเจ็บจากการวิ่ง หรือมีบ้างก็เล็กๆ น้อยๆ ให้พยายามประคองร่างกายให้วิ่งได้ตลอดไปจนเฒ่าจนแก่
  35. วิ่งเสร็จแล้วอย่าลืม คูลดาวน์ ก่อน
คำแนะนำทั้งหมดนี้ได้ จากสมุดบันทึกการวิ่ง เขียนโดย คุณปราโมทย์ ทองสมจิตร

วันอังคารที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560

สวนสราญรมย์

ตัวผมมาธุระซื้อของแถวบ้านหม้อบ่อยๆ แต่ไม่ได้เข้ามาดูซักทีสวนนี้ พอได้อ่านหนังสือเย็นวันเสาร์-เช้าวันอาทิตย์ ซึ่งผู้เขียนฝึกซ้อมวิ่งที่นี้ก็เลยอยากเข้ามาสัมผัสบรรยากาศของสวน


เข้าประตูไปก็จะเจอน้ำพุ รอบๆนี้มีจุดออกกำลังกายบริหารและที่จดรถมอเตอร์ไซต์



บรรยากาศในสวนร่มรื่นมาก จัดสวนสวยงาม


สวนแห่งนี้มีกล้วยไม้นานาสายพันธ์ุเป็นจุดเด่น


รูปนี้เป็นลานแอโรบิคของชมรมฯ อยู่ใกล้ทางเข้า



สระน้ำวกวนแทรกอยู่ในสวน


บ้านทรงไทยในสวนมีอยู่ 5 หลัง





ศาลากระโจมแตร ใช้เป็นสถานที่บรรเลงดนตรีหรือแตรวงของทหารในเวลาที่มีงานบริเวณพระราชอุทยาน สมัยที่รัชกาลที่ 6 ทรงดำรงพระอิศริยยศฯ ประทับ ณ พระราชวังสราญรมย์ ศาลานี้สร้างขึ้นพร้อมเรือนกระจกและอาคารต่างๆในพระราชอุทยาน

ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง คลิก อ่านละเอียด


เรือนกระจก

สถาปัตยกรรมหลายอย่างในสวน ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือศาลาแปดเหลี่ยม




ศาลาแปดเหลี่ยมนี้ สวยงาม ร่มเย็น นั่งพักผ่อนสบาย


เสาโคมไฟสมัยก่อน มีอยู่มากมายเขาไม่ได่รื้อทิ้ง แต่ไม่ได้ใช้งานแล้ว

ที่ตั้ง ; ระหว่างถนนเจริญกรุง ตัดกับ ถนนราชินี แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.
ระยะทางวิ่ง ; 850 เมตรต่อรอบ
สถานที่ใกล้เคียง ; พระบรมมหาราชวัง วัดโพธิ์
ปั่นจักรยานไม่ได้
ยังไม่ได้ทดลองวิ่งภายในสวนนี้ สังเกตุช่วง 9 โมงถึง 11 โมงเช้ามีคนวิ่งซัก 2-3 คนเท่านั้น ร่มไม้ช่วยบังแดดตลอดทางไม่ร้อนโดยแดดเผา