



วิ่งชายทะเลง่ายกว่า🏃วิ่งในสวน เยอะเลย อากาศปลอดโปร่ง อากาศเย็นหลังฝนตก 7-8 โมงไม่เจอแดดมีเมฆมาก
วันเสาร์พักงานในสวน นอนเล่นทั้งวัน พอตี 1 ตื่นนอน ฝนตกปรอยปรอย ตี 3 ฝนก็หยุด ถึงชายทะเลวอร์มอัพสั้น ออกตัวตอน 4.40 น.
เสียดายที่เสียเวลาเกือบ 10 นาที กับการเข้าห้องน้ำ 2 รอบ ท้องเสียเพราะกินเผ็ดมากไปในวีค
โปรแกรมการฝึกซ้อมน่านมาราธอนก็เดินทางเลยครึ่งทางมาแล้วเหลืออีก 7 วีคก็แข่งล่ะ ซึ่งจากการประเมินผลการซ้อมที่ผ่านมาพบว่าเราผ่านเลยจุคพีคไปแล้ว และยิ่งได้ดูบทสัมภาษณ์โค้ชแบงค์ของรันเนอร์เจอนี่แล้ว โปรแกรมที่เราใช้ฝึกซ้อมไม่ได้ยากเย็นเลย โค้ชเขาว่าซ้อมยังไงให้ได้ Sub4
ถึงสวนธนบุรีรมย์ตี 4กว่า วอร์มอัพเสร็จ ออกตัวตี 4:30 น. วิ่ง 30k/3:39:43hr จบ 8:15 น. ยืดเหยียดสักซักก็เดินทางกลับ ช่วงแรกมีลมเย็นพัดบ้าง ส่วนหลังพระอาทิตย์ขึ้นลมพัดแรง อากาศดีมาก แดดยังไม่แรง
รุ่งขึ้นวันจันทร์เดินลงบันไดเจ็บต้นขาขวานิดหน่อย ส่วนรวมร่างกาย จิตใจปกติดีมาก แอบเหิมเกริมว่าชิลล์ล่ะ น่านมาราธอน
ในวีคนี้เริ่มซ้อมวิ่งเร็วโดย วิ่ง fartlek ในวันจันทร์และศุกร์ ทั้งนี้พบว่าหากวันใดวิ่งฟอร์ม 2k แล้ว HR ยังเกิน 140 ก็ให้วิ่ง fartlek ไปเลย
หลังจากดูผลการฝึกซ้อมน่านมาราธอนที่ผ่านมา 9 วีค พบว่าความเร็วในการวิ่งลดลง จาก 6.30 เหลือ 7.00 นั้นหมายถึงเวลาเป้าหมายน่านมาราธอนคงจบที่เกือบ 5 ชั่วโมง ไม่สามารถคงเวลาเดิมที่ทำได้ 4 ชั่วโมงครึ่ง นั้นคือร่างกายเราผ่านเลยจุดพีคของการวิ่งมาราธอน ซึ่งต่อไปคงลดถอยลงอีก เป็นไปตามสัจธรรมชาติของชีวิตน้อยๆ
จากประสบการณ์การไปวิ่งแข่งมาราธอนทุกครั้งต้องซ้อมใหม่ทั้งหมดทุกครั้ง ซ้อมอย่างหนักตามโปรแกรม เพื่อให้ผลงานออกมาดี เก่ง โดยมีวินัย อดทน รู้จักฟื้นฟูรู้ทันร่างกายให้การซ้อมเป็นไปตามโปรแกรมไม่ขาดไม่เกิน
สมัครใจที่จะเจ็บปวด ปวดเมื่อย เหนื่อยล้า เตรียมใจยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายจากการวิ่ง ทั้งตอนฝึกซ้อมและการแข่งขัน ทำใจที่จะงดเว้นกิจกรรมอื่นเพื่อมาซ้อมวิ่ง วิ่งโดยไม่รู้ไม่แน่ใจว่าการวิ่งมันดีต่อสุขภาพเราอย่างไร เมื่อไร
หากผู้ใดปฎิบัติได้ตามข้างต้นก็นับเป็นนักวิ่งสมัครเล่น คนหนึ่งได้ และเป็นนักวิ่ง 1%ที่วิ่งมาราธอนได้