นักวิ่งยังเต็มสวน งานวิ่งยังมีทุกอาทิตย์ แต่หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าฝุ่นควัน pm 2.5 พวกนี้ ได้รับเข้าไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็อาจจะกระตุ้นให้เกิดอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจวาย เส้นเลือดในสมองตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ ในคนที่มีความเสี่ยงสูงอย่าง ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้สูงอายุ ยังไม่นับรวมผลต่อสุขภาพอื่นๆอีกมากมายที่เกิดได้กับทุกเพศทุกวัย
แต่ผมก็เข้าใจหัวใจนักวิ่งทั้งหลาย บางทีมันก็อดไม่ได้ แต่เวลาเราออกกำลังกายเราจะหายใจแรงขึ้น ดังนั้นจะได้รับสารพิษมากขึ้น
จริงๆมีงานวิจัยว่าออกกำลังกายได้ หนัก ได้ นานแค่ไหนถึงจะเริ่มเกิดผลเสีย ในสภาพมลภาวะ ซึ่งยิ่งเราออกหนักหรือมลพิษสูงขึ้นเวลาที่ควรอยู่กลางแจ้งก็น้อยลงไป แต่ก่อนจะไปสนใจว่าเรามีโควต้าร์อยู่กลางแจ้งกี่นาที ผมคิดว่าเราควรยึดตามสุภาษิตสวีเดนที่บอกไว้ว่า "there is no bad weather, there are only bad clothes” ไม่มีวันที่อากาศแย่ มีแต่วันที่แต่งกายไม่เหมาะสม
ดังนั้นช่วงนี้ใครที่จำเป็นต้องใช้ชีวิตกลางแจ้งก็หาหน้ากากป้องกัน n95 มาใส่กันไว้ก่อน หายใจยากขึ้นมาหน่อย วิ่งเร็วๆไม่ค่อยไหว ก็ลองวิ่งช้าลงสักนิดปรับความหนักโปรแกรมลงสักหน่อยแต่ถือว่าฝึกพลังปอดละกัน(ผมลองแล้วถ้าวิ่งโซน 3 ลงมาก็พอไหว) หรือเปลี่ยนไปวิ่งบนลู่ในบ้านในฟิตเนสบ้าง ปลอดภัยกันไว้ก่อนนะครับ(เลือกหน้ากากแบบมีวาล์วก็ช่วยได้นิดหน่อย เพราะแบบปกติเวลาเราหายใจออกแรงๆหน้ากากมันจะโป่งออกแล้วเลื่อนหลุดจากตำแหน่งเดิม แต่ถ้ามีวาล์วเวลาหายใจออกมันจะออกทางวาล์ว เวลาหายใจเข้าวาล์วก็จะปิด )
ซึ่งประเทศอื่นๆต่างพากันเตือนนักท่องเที่ยวของตนที่เดินทางมาในประเทศไทยว่าต้องใส่หน้ากากป้องกัน แต่คนในบ้านเรากลับไม่ค่อยมีความตระหนักถึงอันตราย ใครใส่กลับกลายเป็นตัวประหลาด ไปบอกให้ผู้เฒ่าผู้แก่ใส่ เค้าก็บอกเราตื่นตูม ในข่าวไม่เห็นคนใหญ่คนโตคนไหนเค้าใส่กัน
ก็เลยอยากจะชวนทุกคนให้ใส่หน้ากากในชีวิตประจำวันหรือใส่ขณะที่ออกไปวิ่งกัน
ผมเลยคิดว่าน่าจะมีแคมเปญ #maskrunner 😷
แล้วทำแบบ ice bucket เริ่มจากเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปเราใส่หน้ากากแล้ว ก็อปข้อความนี้แล้ว tag ต่อไปอีก 3 คน
ก็อาจจะช่วยให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงอันตรายได้ด้วยพลังของนักวิ่งอย่างพวกเรา
เพราะถ้าจะมัวรอให้รัฐมารณรงค์ให้คนใส่ใจ ก็อาจจะช้าจนเกิดความสูญเสียร้ายแรง ไม่ว่าโลกนี้จะเป็นอย่างไร ยังไงเราก็ต้องดำรงชีวิตกันต่อไประหว่างหาทางแก้
หรือใครมีวิธีไหนที่จะกระตุ้นให้คนใส่ใจมากขึ้นลองมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันนะครับ 😃
โค้ชเป้ง
วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562
วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2562
วิ่งมาราธอนให้ดีได้อย่างไร ?
สิ่งแรก คุณมีเป้าหมายในการวิ่งที่ชัดเจนหรือยัง
คุณต้องแยกระหว่าง
ต้องการความเป็นเลิศ
ต้องการพิชิตระยะทางมาราธอน
ต้องการทำเวลาที่ดีขึ้นจากที่เคยวิ่ง
ต้องการรับรู้ว่าการวิ่งมาราธอนเป็นอย่างไร
หรือต้องการแค่ไปวิ่งกับเพื่อนๆในงานดังๆ
ทุกเป้าหมายล้วนมีผลต่อแผนการฝึกซ้อมและความมุ่งมั่น
วิ่งมาราธอนให้สำเร็จไม่ยากอย่างที่คิด
แต่การวิ่งมาราธอนให้ดีได้ยากกว่าที่คิด
มาตรฐานการวิ่งมาราธอนของนักวิ่งไทย
ในอดีตจนถึงปัจจุบันที่นับว่าดี
ผู้ชาย 2.18 - 2.30 ชม.
ผู้หญิง 2.40 - 3.10 ชม.
เพราะเวลาระดับนี้อยู่ในแถวหน้าตัวจริงของมาราธอนไทย
ที่ลงแข่งขันในระดับงานใหญ่ๆแล้วมีแท่นอันดับให้ยืน
การฝึกซ้อมวิ่งมาราธอนไม่ใช่แค่การซ้อมตามโปรแกรม
หรือเลียนแบบวิธีการฝึกของนักวิ่งดังที่ประสบความสำเร็จ
แต่เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่คุ้นชิน
และสร้างฐานสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย
จากต้นทุน จากโครงสร้างที่มีอยู่ตามจริงให้วิ่งดีขึ้น
เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสภาวะจิตให้มีพลังอย่างฮึกเหิม
ดังนั้น ก่อนการลงฝึกซ้อมเพื่อวิ่งมาราธอน
อย่าเพิ่งมองไกลตัว มองสิ่งรอบๆตัวคุณก่อนตัดสินใจ
คุณต้องยอมรับผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มใจ
และไม่ย่อท้อต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นในวิถีชีวิตประจำวัน
รักษาวินัยในการฝึกซ้อม การพักผ่อน การฟื้นสภาพ
การรับประทานอาหาร ดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างเคร่งครัด
ถ้ารับรู้และยอมรับได้คุณจะวิ่งมาราธอนได้ดีอย่างแน่นอน
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
11 มกราคม 2562
cr. รูป BMW BERLIN MARATHON
คุณต้องแยกระหว่าง
ต้องการความเป็นเลิศ
ต้องการพิชิตระยะทางมาราธอน
ต้องการทำเวลาที่ดีขึ้นจากที่เคยวิ่ง
ต้องการรับรู้ว่าการวิ่งมาราธอนเป็นอย่างไร
หรือต้องการแค่ไปวิ่งกับเพื่อนๆในงานดังๆ
ทุกเป้าหมายล้วนมีผลต่อแผนการฝึกซ้อมและความมุ่งมั่น
วิ่งมาราธอนให้สำเร็จไม่ยากอย่างที่คิด
แต่การวิ่งมาราธอนให้ดีได้ยากกว่าที่คิด
มาตรฐานการวิ่งมาราธอนของนักวิ่งไทย
ในอดีตจนถึงปัจจุบันที่นับว่าดี
ผู้ชาย 2.18 - 2.30 ชม.
ผู้หญิง 2.40 - 3.10 ชม.
เพราะเวลาระดับนี้อยู่ในแถวหน้าตัวจริงของมาราธอนไทย
ที่ลงแข่งขันในระดับงานใหญ่ๆแล้วมีแท่นอันดับให้ยืน
การฝึกซ้อมวิ่งมาราธอนไม่ใช่แค่การซ้อมตามโปรแกรม
หรือเลียนแบบวิธีการฝึกของนักวิ่งดังที่ประสบความสำเร็จ
แต่เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่คุ้นชิน
และสร้างฐานสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย
จากต้นทุน จากโครงสร้างที่มีอยู่ตามจริงให้วิ่งดีขึ้น
เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับสภาวะจิตให้มีพลังอย่างฮึกเหิม
ดังนั้น ก่อนการลงฝึกซ้อมเพื่อวิ่งมาราธอน
อย่าเพิ่งมองไกลตัว มองสิ่งรอบๆตัวคุณก่อนตัดสินใจ
คุณต้องยอมรับผลการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มใจ
และไม่ย่อท้อต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นในวิถีชีวิตประจำวัน
รักษาวินัยในการฝึกซ้อม การพักผ่อน การฟื้นสภาพ
การรับประทานอาหาร ดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างเคร่งครัด
ถ้ารับรู้และยอมรับได้คุณจะวิ่งมาราธอนได้ดีอย่างแน่นอน
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
11 มกราคม 2562
cr. รูป BMW BERLIN MARATHON
วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2562
วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2562
สมดุล
ยิ่งชอบวิ่ง..ยิ่งต้องสร้างสมดุล
เพราะทุกสิ่งมีความเสี่ยง...การวิ่งก็เหมือนกันค่ะ
จะวิ่งระยะไหน ระยะสุขภาพ ระยะท้าทาย
ก็ต้องสร้างสมดุลให้ได้มากที่สุด และนานที่สุด ให้เรา”รอด” จากการบาดเจ็บที่เราไม่อยากให้เกิด
แบบไหนเรียกสมดุล
แค่ไหนถึงสมดุล
สมดุลแต่ละคนไม่เท่ากัน ต้นทุนแต่ละคนก็ไม่เท่ากันเหมือนกัน
ยิ่งถ้าชอบระยะไม่สมดุล...ยิ่งต้องสร้างสมดุลให้มากขึ้นไปอีก
ดังนั้นถ้าต้นทุนไม่เท่าเพื่อน ต้องระวัง
ถ้าสร้างสมดุลที่จะไปมาราธอนได้ไม่มากพอ..ก็พึงระวัง
สมดุล “กิน วิ่ง เวท ยืด พัก”
ไม่มีสูตรตายตัว และไม่มีใครจะรู้ดีกว่าใคร
อย่าลืมว่าวันนี้เราออกมาวิ่งเพราะอะไร
และอะไรที่จะทำให้เรามีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ได้นานๆ
มม ไม่อยากมีคนไข้นักวิ่งเยอะๆ
แต่ มม อยากพาเพื่อนๆที่รักการวิ่ง ที่ต้องการให้พาก้าวข้ามอุปสรรคไปเพื่อค้นพบบางสิ่งของชีวิต...ได้มากกว่า
รัก 🙂
สมดุลเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อน
May Clinic คลินิกนักวิ่งโดยหมอเมย์
เพราะทุกสิ่งมีความเสี่ยง...การวิ่งก็เหมือนกันค่ะ
จะวิ่งระยะไหน ระยะสุขภาพ ระยะท้าทาย
ก็ต้องสร้างสมดุลให้ได้มากที่สุด และนานที่สุด ให้เรา”รอด” จากการบาดเจ็บที่เราไม่อยากให้เกิด
แบบไหนเรียกสมดุล
แค่ไหนถึงสมดุล
สมดุลแต่ละคนไม่เท่ากัน ต้นทุนแต่ละคนก็ไม่เท่ากันเหมือนกัน
ยิ่งถ้าชอบระยะไม่สมดุล...ยิ่งต้องสร้างสมดุลให้มากขึ้นไปอีก
ดังนั้นถ้าต้นทุนไม่เท่าเพื่อน ต้องระวัง
ถ้าสร้างสมดุลที่จะไปมาราธอนได้ไม่มากพอ..ก็พึงระวัง
สมดุล “กิน วิ่ง เวท ยืด พัก”
ไม่มีสูตรตายตัว และไม่มีใครจะรู้ดีกว่าใคร
อย่าลืมว่าวันนี้เราออกมาวิ่งเพราะอะไร
และอะไรที่จะทำให้เรามีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ได้นานๆ
มม ไม่อยากมีคนไข้นักวิ่งเยอะๆ
แต่ มม อยากพาเพื่อนๆที่รักการวิ่ง ที่ต้องการให้พาก้าวข้ามอุปสรรคไปเพื่อค้นพบบางสิ่งของชีวิต...ได้มากกว่า
รัก 🙂
สมดุลเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อน
May Clinic คลินิกนักวิ่งโดยหมอเมย์
วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562
Hip extension
Hip extension มีหน้าที่ในการเคลื่อนไหวใหญ่ๆอยู่ 4 แบบที่เราใช้ทำงาน คือ ยืน เหยียดขาไปด้านหลัง การย่อขาทีละข้าง การยืนบิดตัวและเอื้อมมือ และสุดท้ายก็คือการออกกำลังกายบนเครื่องเดินแบบ elliptical trainer ก็ใช้ด้วย
.
การที่เรามี hip extension ที่ไม่ดีก็จะทำให้ก่อให้เกิดปัญหา ที่เหมือนกันทุกคนคือ อันเนื่องมาจากเรานั่งกันเยอะ จนทำให้ hip flexor ของเราตึง เพราะ hip flexor คือกล้ามเนื้อที่อยู่ตรงหน้าขาของเรานั่นแหละค่ะ กล้ามเนื้อตัวนี้มันจะยืดออกเวลาที่เราพยายามที่จะเหยียดขาไปด้านหลัง เวลาที่เรานั่งเยอะ กล้ามเนื้อตัวนี้มันก็จะหดอยู่ตลอดเวลาที่นั่ง ดูรูปแล้วนึกภาพตามนะคะ
.
หนำซ้ำไปกว่านั้น hip flexor ยังมีลักษณะสั้นและกว้างอยู่แล้วตามธรรมชาติ มันก็เลยยากที่จะยืดเหยียด แล้วเวลายืดเหยียดบางทีก็ไม่โดน ก็เลยกลายเป็นกล้ามเนื้อที่มีแนวโน้มที่จะหดสั้นและตึงอยู่ตลอดเวลา
.
เหตุที่เราไม่สามารถที่จะแยกกล้ามเนื้อตัวนี้ออกมาเพื่อที่จะสร้างความยึดหยุ่นได้นั้น มาจากการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังและการเคลื่อนไหวของสะโพก ซึ่งคนมักจะแยกหรือบอกข้อแตกต่างไม่ออก
.
สมมุติว่าบอกให้คนก้มตัวลงโดยให้แผ่นหลังแบน ไม่แอ่น ไม่ให้หลังช่วย กระดูกสันหลังไม่เคลื่อนไหวเลย ให้ใช้สะโพกหมุนล้วนๆ นึกภาพก้มตัวแบบกู๊ดมอร์นิ่งนะคะ แค่นี้ก็ยากแล้ว คนที่ทำได้เค้าจะทำได้ คนที่ทำไม่ได้ก็จะต้องซ้ำอยู่นั่นแหละ จนกว่าจะเก้ต
.
ยากไปกว่านั้นก็คือตรงที่ ถ้าสะโพกของเราเกิดไม่คล่องตัวขึ้นมา หรืออะไรติดก็ตามแต่ เราก็จะไปจนสุดทางได้ประมาณหนึ่ง แล้วเราก็จะเอาหลังเข้ามาช่วยในการก้มต่อในท่า good morning ก็กลายเป็นว่าหลังเป็นตัวเคลื่อนไหวแทน ไม่ได้มีความมั่นคงอย่างที่ core ควรจะเป็น โดยเฉพาะหลังล่าง ที่ควรจะมีความมั่นคง ไม่ได้มีหน้าที่ในการช่วยการเคลื่อนไหวอะไรใดๆในท่าก้มนี้ มันก็กลายเป็นว่าทำให้เราปวดหลังล่างได้
.
ที่มาเขียน ก็เพราะเห็นว่าคนส่วนใหญ่จะมีอาการปวดหลังล่างที่มาจากสาเหตุนี้ คือ hip flexor หดสั้นเพราะนั่งเยอะ hip extension อ่อนแอเพราะไม่ได้ถูกใช้ ก้าวสั้น และใช้ core ในการช่วยสร้างความเคลื่อนไหวแทนที่จะเป็นเครื่องยนต์ที่มั่นคงคอยส่งแรง
.
และเป็น 3 สาเหตุที่เกิดขึ้นทุกวัน...
ลองดูท่าสร้างความแข็งแรงและยืดตามนี้นะคะ https://www.facebook.com/…/a.84833747194…/1239202249525692/…
----------------------------
Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)
(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)
ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)
Neuromuscular Techniques (Cert.) (NLSSM)
Biomechanical Analysis, Gait Re-education and Exercise Based Rehab Coaching
www.Befitandeatwell.com
.
การที่เรามี hip extension ที่ไม่ดีก็จะทำให้ก่อให้เกิดปัญหา ที่เหมือนกันทุกคนคือ อันเนื่องมาจากเรานั่งกันเยอะ จนทำให้ hip flexor ของเราตึง เพราะ hip flexor คือกล้ามเนื้อที่อยู่ตรงหน้าขาของเรานั่นแหละค่ะ กล้ามเนื้อตัวนี้มันจะยืดออกเวลาที่เราพยายามที่จะเหยียดขาไปด้านหลัง เวลาที่เรานั่งเยอะ กล้ามเนื้อตัวนี้มันก็จะหดอยู่ตลอดเวลาที่นั่ง ดูรูปแล้วนึกภาพตามนะคะ
.
หนำซ้ำไปกว่านั้น hip flexor ยังมีลักษณะสั้นและกว้างอยู่แล้วตามธรรมชาติ มันก็เลยยากที่จะยืดเหยียด แล้วเวลายืดเหยียดบางทีก็ไม่โดน ก็เลยกลายเป็นกล้ามเนื้อที่มีแนวโน้มที่จะหดสั้นและตึงอยู่ตลอดเวลา
.
เหตุที่เราไม่สามารถที่จะแยกกล้ามเนื้อตัวนี้ออกมาเพื่อที่จะสร้างความยึดหยุ่นได้นั้น มาจากการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังและการเคลื่อนไหวของสะโพก ซึ่งคนมักจะแยกหรือบอกข้อแตกต่างไม่ออก
.
สมมุติว่าบอกให้คนก้มตัวลงโดยให้แผ่นหลังแบน ไม่แอ่น ไม่ให้หลังช่วย กระดูกสันหลังไม่เคลื่อนไหวเลย ให้ใช้สะโพกหมุนล้วนๆ นึกภาพก้มตัวแบบกู๊ดมอร์นิ่งนะคะ แค่นี้ก็ยากแล้ว คนที่ทำได้เค้าจะทำได้ คนที่ทำไม่ได้ก็จะต้องซ้ำอยู่นั่นแหละ จนกว่าจะเก้ต
.
ยากไปกว่านั้นก็คือตรงที่ ถ้าสะโพกของเราเกิดไม่คล่องตัวขึ้นมา หรืออะไรติดก็ตามแต่ เราก็จะไปจนสุดทางได้ประมาณหนึ่ง แล้วเราก็จะเอาหลังเข้ามาช่วยในการก้มต่อในท่า good morning ก็กลายเป็นว่าหลังเป็นตัวเคลื่อนไหวแทน ไม่ได้มีความมั่นคงอย่างที่ core ควรจะเป็น โดยเฉพาะหลังล่าง ที่ควรจะมีความมั่นคง ไม่ได้มีหน้าที่ในการช่วยการเคลื่อนไหวอะไรใดๆในท่าก้มนี้ มันก็กลายเป็นว่าทำให้เราปวดหลังล่างได้
.
ที่มาเขียน ก็เพราะเห็นว่าคนส่วนใหญ่จะมีอาการปวดหลังล่างที่มาจากสาเหตุนี้ คือ hip flexor หดสั้นเพราะนั่งเยอะ hip extension อ่อนแอเพราะไม่ได้ถูกใช้ ก้าวสั้น และใช้ core ในการช่วยสร้างความเคลื่อนไหวแทนที่จะเป็นเครื่องยนต์ที่มั่นคงคอยส่งแรง
.
และเป็น 3 สาเหตุที่เกิดขึ้นทุกวัน...
ลองดูท่าสร้างความแข็งแรงและยืดตามนี้นะคะ https://www.facebook.com/…/a.84833747194…/1239202249525692/…
----------------------------
Chada Bowra, Level 3 Personal Training (YMCA)
(QCF) Diploma in (Advanced) Level 3 Personal Training (Gym-Based Exercise) (YMCA)
ENU (QCF) Nutrition for Exercise (YMCA)
Neuromuscular Techniques (Cert.) (NLSSM)
Biomechanical Analysis, Gait Re-education and Exercise Based Rehab Coaching
www.Befitandeatwell.com
วันจันทร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2562
วิ่ง | 30 นาที สู้ความเครียด ลดความซึมเศร้า
เครียด... ยิ่งกินเหล้า ก็ยิ่งเครียด ก็ยิ่งจน. นักจิตวิทยาบอกว่าวิธีแก้เครียดที่ดีกว่าเหล้าบุหรี่คือ #วิ่ง
นักจิตวิทยาด้านกีฬาชื่อดังในลอนดอน ดร.วิคเตอร์ ทอมป์สันให้คำแนะนำวิธีสลัดตัวเองจากความเครียด คลายความวิตกกังวลที่ได้ผล ด้วยการวิ่งต่อเนื่องครั้งละ 30-45 นาที ให้ได้สัปดาห์ละ 3 ถึง 4 วัน
การวิ่งช่วยตัดวงจรความคิดในแง่ลบได้ดี เพราะขณะที่วิ่งจะบีบให้ความคิดจดจ่ออยู่กับลมหายใจ ความเหนื่อย กล้ามเนื้อที่ออกแรง ภาวะนี้ช่วยให้ลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้เคยโกรธ เครียด หรือขุ่นมัวเรื่องงานหรือเรื่องเครียด
ผลของการวิ่งด้วยปริมาณและความถี่เท่านี้ เพียงพอที่ช่วยให้คุณพบความสงบ และรับมือกับความวิตกกังวลได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า อาการวิตกจริต และอีกหลายอาการที่มาพร้อมความกังวล
นอกจากการวิ่งจะดีต่อ “ภายนอก” เช่น รูปร่าง น้ำหนักตัว การวิ่งยังดีต่อ “ภายใน” ให้ความสบายใจ ปลอดโปร่ง
นักจิตวิทยาด้านกีฬาชื่อดังในลอนดอน ดร.วิคเตอร์ ทอมป์สันให้คำแนะนำวิธีสลัดตัวเองจากความเครียด คลายความวิตกกังวลที่ได้ผล ด้วยการวิ่งต่อเนื่องครั้งละ 30-45 นาที ให้ได้สัปดาห์ละ 3 ถึง 4 วัน
การวิ่งช่วยตัดวงจรความคิดในแง่ลบได้ดี เพราะขณะที่วิ่งจะบีบให้ความคิดจดจ่ออยู่กับลมหายใจ ความเหนื่อย กล้ามเนื้อที่ออกแรง ภาวะนี้ช่วยให้ลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้เคยโกรธ เครียด หรือขุ่นมัวเรื่องงานหรือเรื่องเครียด
ผลของการวิ่งด้วยปริมาณและความถี่เท่านี้ เพียงพอที่ช่วยให้คุณพบความสงบ และรับมือกับความวิตกกังวลได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า อาการวิตกจริต และอีกหลายอาการที่มาพร้อมความกังวล
นอกจากการวิ่งจะดีต่อ “ภายนอก” เช่น รูปร่าง น้ำหนักตัว การวิ่งยังดีต่อ “ภายใน” ให้ความสบายใจ ปลอดโปร่ง
ปัจจุบันแนวโน้มของการวิ่งเพื่อ “บริหารและบำบัดความรู้สึกภายในจิตใจ” หรือ DRT-Dynamic Running Therapy กำลังเป็นที่สนใจของนักวิ่งในตะวันตก เพราะผู้คนอยู่ในภาวะ “เครียดง่าย” “เครียดนาน” มีความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว
ผลวิจัยใน Dynamic Running Therapy เสนอทางออกว่า ผู้ที่รู้ตัวว่ากำลัง “วิตกกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง” ให้ลองหันมาดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายการวิ่งจ็อกกิ้ง (วิ่งเบาๆ ช้าๆ ฟินน์ๆ) ครั้งละ 30-45 นาที เช่นกัน เพราะ จะช่วยให้คุณมีอารมณ์ที่มั่นคง ไม่แปรปรวนง่าย และรับมือกับเรื่องความวิตกกังวลในชีวิตได้ดีขึ้นอย่างรู้สึกได้
บทความนี้อนุญาตให้แชร์ได้ตามสะดวก
#วิ่งไปด้วยกัน #แข็งแรงไปด้วยกัน #อยู่รักกันไปนานๆ ❤️
#ThaiRun
| เพจแรกที่นักวิ่งเลือก
อ้างอิง :
sportspsychologist.com
dynamicrunningtherapy.co.uk
ผลวิจัยใน Dynamic Running Therapy เสนอทางออกว่า ผู้ที่รู้ตัวว่ากำลัง “วิตกกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง” ให้ลองหันมาดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายการวิ่งจ็อกกิ้ง (วิ่งเบาๆ ช้าๆ ฟินน์ๆ) ครั้งละ 30-45 นาที เช่นกัน เพราะ จะช่วยให้คุณมีอารมณ์ที่มั่นคง ไม่แปรปรวนง่าย และรับมือกับเรื่องความวิตกกังวลในชีวิตได้ดีขึ้นอย่างรู้สึกได้
บทความนี้อนุญาตให้แชร์ได้ตามสะดวก
#วิ่งไปด้วยกัน #แข็งแรงไปด้วยกัน #อยู่รักกันไปนานๆ ❤️
#ThaiRun
| เพจแรกที่นักวิ่งเลือก
อ้างอิง :
sportspsychologist.com
dynamicrunningtherapy.co.uk
วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2562
ซ้อมวิ่ง 27K หลังวันที่พายุปาบึกถล่ม
อากาศเย็นสบาย มีลมอ่อนๆ ตั้งแต่เริ่มต้นวิ่งยันจบ 6 โมงเช้าถึง 9 โมงเช้า
ผลการวิ่ง คือ
ผลการวิ่ง คือ
- 10 รอบแรก ใช้เวลา 1:06 hr
- 10 รอบสอง ใช้เวลา 1:08 hr
- 5 รอบสุดท้าย ใช้เวลา 35 นาที
สรุป วิ่งเฉลี่ย Pace 6.15 ระยะทางรวม 27K เวลารวม 2:49 hr. (ที่สวนธน รอบละ 1070 ม.)
มีปัญหากวนใจ คือ เจ็บกล้ามเนื้อสะโพก ตั้งแต่รอบ 15 หายเจ็บ รอบสุดท้ายพอดี
อาการนี้เกิดมา 1 เดือนแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร แต่พอจำได้คร่าวๆ ว่า อาจเกิดจาก
- ซ้อม 3 วันติดต่อกัน วันแรกซ้อมวิ่งเร็ว pace 5.3 ที่ระยะ 5K วันที่สองวิ่ง 6K pace 6.4 วันที่ 3 ซ้อมวิ่งยาว 19K
- เล่นโยคะผิดพลาดหรือ ยืดเหยียดนานเกินไป เกร็งเกินไป
- รองเท้าคู่ใหม่เบอร์เล็กกว่าคู่เก่า ครึ่งเบอร์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




