วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2561

หยุดวิ่งนานแค่ไหน ความฟิตหายเกลี้ยง

หนึ่งในเรื่องที่นักวิ่งกลัวที่สุด 😱
ความฟิตหาย (!) กลับไปเริ่มใหม่😰
.
2-3 วันก่อนมีผู้อ่าน #รันนิ่งอินไซด์เดอร์ เขียนมาปรับทุกข์เรื่องคล้ายๆ กันอยู่หลายคน ฝนตก งานชุก บาดเจ็บ เดือนนี้ได้วิ่งน้อยมาก "หยุดวิ่งกี่วันความฟิตหายไป ?"
.
ครับ, การวิ่งนี้แปลก เรียกร้องให้เราสนใจเธออย่างสม่ำเสมอ เหมือนคนรัก
ยังไงยังงั้น เผลอหยุดวิ่งไป เธอก็งอนเราจะฟิตหรือแข็งแรงไม่เท่าเดิม 
ความเร็วก็ตก ความเหนื่อยหอบก็คืนมาบางทีเธอก็ตรงไปตรงมากับเราแบบนี้
เป็นความสัมพันธ์ที่ต้องหมั่นคอยดูแล ถ้าดูแลความฟิตได้ เราก็ดูแลอย่างอื่นในชีวิตได้ครับ
.
นี่เป็นเรื่องที่นักวิ่งหลายคนพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้น
กับ #ชีวิตการวิ่งของตัวเอง
.
มีคำศัพท์ที่น่ารู้ที่อยู่ในหัวข้อนี้ คือ VO2Max (วี-โอ-ทู-แม็กซ์)
.
VO2Max คือ อะไร เรื่องนี้มีอยู่ในตัวเราทุกคนวีโอทูแม็กซ์ เป็นค่าที่แสดงถึงการใช้อ๊อกซิเจนอย่างมีประสิทธิของร่างกายครับ ว่าออกซิเจนจากเลือดส่งไปยังกล้ามเนื้อเพื่อใช้เผาผลาญสารอาหารได้สูงสุดเพียงใด นักกีฬาที่เทรนมาแรมปี มีความเข้มข้นในการซ้อมอย่างต่อเนื่อง ค่า VO2Max ของพวกเขาจะสูงมาก
.
ยกตัวอย่าง คิลเลี่ยน จอร์เน็ต (Kilian Jornet) นักวิ่งเทรลและนักวิ่งสกายรันเนอร์เบอร์ต้นๆ ของวงการมีค่า VO2max สูงถึง 92.0 เต็ม 100 หรือชื่อที่คุ้นเคยเราหน่อยอย่าง แลนซ์ อาร์มสตรอง (Lance Armstrong) ยอดนักปั่นจักรยานในช่วงที่เขาเป็นแชมป์รายการสำคัญๆ (ไม่โด๊ป) ตัวเลขวีโอทูแม็กซ์เขาแตะที่ 84 เต็มร้อย
.
แอดเคยอ่านเจอว่าข้อมูล VO2Max ของนักฟุตบอลบางสโมสรในอังกฤษถูกปิดเป็นความลับสุดยอด (!) เพราะสามารถนำมาทำนายฟอร์มการเล่นของทีมนั้นๆ ได้เลย ที่นั่นมีการพนันอย่างถูกกฏหมาย ค่า VO2Max ค่าความฟิต จึงเป็นตัวแปรที่สำคัญไปด้วย 
.
ทีนี้การวิ่งสะสมของนักวิ่งระดับสมัครเล่นอย่างพวกเราๆ ก็คือ การสะสมแต้มบุญของ V20Max นั่นเอง ยิ่งเราไม่ขาดซ้อมเลย ร่างกายจะปรับตัวและเพิ่มเลเวลวี-โอทูแมกซ์ให้สูงขึ้น เหมือนการฝากประจำไม่ถอน ความฟิตงอกเงยเหมือนดอกเบี้ย เราวิ่งได้ดี เร่งได้ กดความเร็วอย่างที่ต้องการ แหม่...เรื่องนี้มันฟินน์แล้วฟินน์อีก ระบบวีโอทูแม็กซ์ในแต่ละวัย มีชาร์จแสดงด้วยนะครับว่าวัยไหน-เท่าไหร่ถึงจะเรียกว่า Good ,Exellent ,Average 
.
😅
🤯 
⚡️
แต่ในทางตรงข้าม เมื่อเรามีเหตุให้หยุดวิ่ง วิ่งไม่ต่อเนื่อง วิ่งไม่สม่ำเสมออย่างที่เคยเป็นมา ค่า VO2Max ของพวกเราก็จะลดลง ลดลง และลดลงจนสามารถกลับไปอยู่ในระยะเพิ่งเริ่มต้นวิ่งใหม่ๆ เลยละครับ ไม่ได้เขียนให้ดูโอเว่อร์ แต่ข้อมูลนี้เคยแสดงไว้ในรันเนอร์สเวิล์ด ที่ทำการเก็บข้อมูลจากนักวิ่งอเมริกัน มาลองดูกันหน่อย
.
⚡️
พักวิ่ง 14 วัน : สูญเสีย 5–7% ของ VO2Max 
พักวิ่ง 60 วัน : เสีย 20% ของ VO2Max 
พักวิ่งมา 100 วัน : เสีย 25–30% ของ VO2Max (ลาก่อย)
⚡️
.
นั่นทำให้นักวิ่งอย่างเราๆ กาปฏิทินไว้ได้เลยว่า การหยุดวิ่งเกิน 2 สัปดาห์ แบบไม่ได้ใส่รองเท้าวิ่งเลย เป็นโควต้าสูงสุดที่จะอนุรักษ์คุณวีโอทูแมกซ์ไว้
เพราะเมื่อเลยจากขอบของ 14 วันแล้ว คุณเตรียมตัวหอบแฮ่กๆ พบกลับความหนักหนาของการกู้ความฟิตคืนได้เลย แต่เคสของหยุดเพราะบาดเจ็บ
ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เพราะนั่นมีเหตุจำเป็นจริงๆ ที่ต้องหายสนิทเสียก่อน ถึงจะซ้อมเท่าเดิมได้
.
📧
ผมตอบเพื่อนๆ ที่อินบ๊อกซ์มาคุยว่า หากไม่ได้วิ่งเลยตลอดสัปดาห์ไม่ว่าจะติดงาน ติดเดินทาง ถูกกักบริเวณ 55+ ผมจะวิธีแบบพี่นิโคลาสเคจใน ConAir ครับ (55+) งงละซิ นั่นก็คือ พยายามเรียกความเหนื่อยหอบจากร่างกายให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการคาร์ดิโอด้วยการกระโดดตบ เป็นเซ็ตๆ การวิดพื้นเป็นเซต หรือปั่นจักรยานบนเทรนเนอร์ที่บ้าน เรียกเหงื่อ ปั๊ม Heart Rate ของตัวเองให้สูงขึ้นมาอยู่ในระดับหอบออกปากสัก 20-30 นาที
วิธีนี้ได้ผลครับ * จะสามารถชะลอค่าการลดฮวบของ VO2Max ที่สะสมมาหลายปีได้ผล 
.
มีเรื่องเล่าที่เจ๋งมากว่า นักวิ่งแถวหน้าคนหนึ่งในรายการ #UTMB ที่ต้องวิ่งข้ามเขาในเทือกแอลป์เป็นระยะทาง 168 กิโลเมตร ความที่เขาทำงานบนแท่นขุดเจาะกลางทะเล เขาอาศัยการวิ่งอยู่ในที่แคบๆ ในที่พัก วิ่งขึ้น-ลงบันไดวันละหลายๆ รอบ เพื่อรักษาระดับความฟิตของตัวเองไว้ เมื่อต้องแข่งจริง เขาก็สามารถเรียกความฟิตสู้กับเขาชันๆ ได้ 
.
⚡️
ต่อมาเมื่อเราหยุดวิ่งไปนานกว่า 2 สัปดาห์ กล้ามเนื้อหลายส่วนไม่ได้รับการกระตุ้น หัวใจไม่ได้ทำงานแบบที่คุ้นเคย การคืนสนามซ้อมก็จำเป็นต้องทำอย่างละมุนละม่อน เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้น เช่น
.
จากเคยวิ่งได้ 1 ชม.ต่อเนื่อง (9-10Km) ก็ให้มาเริ่มวิ่งต่อเนื่องที่ 40 นาทีในเพซที่ช้าลง แหงล่ะ จะให้สปีดเท่าเดิมก็คงไม่ไหว หากเราทำซ้ำๆ สัก 2 - 3 ครั้งแล้วรู้สึกดีขึ้น ก็ค่อยจูนร่างกายกลับไปที่ระยะทางกับความเร็วเท่าเดิมที่เคยทำได้นะครับ การกลับมาหลังหยุดยาว แล้วใส่เต็ม จัดหนัก แอดเคยบาดเจ็บมาแล้วละ ข้อนี้ขอแสดงความปรารถนาดีว่า "อย่าทำตาม"
.
.
. . .
✍️
. . . 
#สรุป 
2 สัปดาห์เป็นช่วงเวลาที่ความฟิตยังไม่หายไปอย่างน่ากังวล
2 เดือน คือ ช่วงเวลาที่ความฟิตหายไป ลาก่อย จนคุณต้องเหนื่อยตามกลับ
คล้ายกลับไปเริ่มใหม่ *แต่ทั้งนี้ก็คงขึ้นอยู่กับพื้นฐานร่างกายแต่ละคนประกอบกันครับ 
.
แต่พูดก็พูดเถอะแอดเองมีกฏกับตัวเองว่าจะไม่หยุดวิ่งนานเกิน 2 วัน
นะเพราะรักในความสุข ความสนุกจากแอนโดรฟินน์ แม้การวิ่งที่ทำอยู่
เป็นประจำจะวิ่งครั้งละ 40-60 นาทีก็ตาม เพราะแอดงกในค่า VO2Max ที่เราลงทุนทำมา เข็ดละกับการไปหอบแฮ่กๆ ปวดเมื่อยกับการเริ่มต้นวิ่งใหม่
แฮ่กๆ 
. . . 
🚀
. . .
:::อ่านมาถึงตรงนี้แล้วขอบคุณครับ ยอดเยี่ยมมาก:::
เอ้าเชิญ #Tag เพื่อนนักวิ่งของคุณที่หายจากสนามซ้อม 
ให้กลับมาวิ่งเรียกความฟิต ได้แล้ว ความเหนื่อยหอบ 
ที่เรารักรออยู่ครับ #เหนื่อยไปด้วยกัน 
.
ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก รพ.สมิติเวช
https://bit.ly/2BTSXVH
เช็คอัพค่า VO2max ในแต่ละช่วงวัยได้ที่
https://bit.ly/2wnd3Tb
เรื่องโดย | ©รันนิ่งอินไซด์เดอร์
ภาพ | Freepik 
#หยุดวิ่ง #หยุดวิ่งความฟิตหาย #VO2Max #วีโอทูแม็กซ์
#วิ่งมาราธอน
___________________________________________
หากบทความนี้มีประโยชน์ชวน Like , Share
และกดถูกใจ 💟 เพจ Running Insider หรือ
ตั้งค่า #SeeFirst #เห็นโพสต์นี้ก่อน
เพื่อไม่พลาดบทความที่แอดตั้งใจเขียนมาแบ่งปัน
ขอขอบคุณทุกๆ การติดตาม
___________________________________________
ถ้าคุณชอบเรื่องวิ่ง | เรา คือ #RunningInsider 

ที่มา : https://www.facebook.com/runninginsider/photos/a.255773255188261/314851569280429/?type=3

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561

วิธีวางแผนวิ่งทั้งปีให้ได้ดี

รันเนอร์เจอนี่ไปคุยกับโปรหนำมา ได้ไอเดียแบบรันเนอร์เจอนี่ที่มาเล่าให้ทุกคนฟังกัน สามารถเข้าไปดูคลิปการพูดคุยได้ที่นี่ http://bit.ly/2Lmjril
.
งานวิ่งมีทั้งปี 
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องตะบี้ตะบันแข่งทั้งปี นักวิ่งที่ดีควรกำหนดว่า งานไหนคืองานสำคัญของปีจะได้วางแผนซ้อมและแข่งได้ถูก เมื่อถึงวันสำคัญ ผลการแข่งขันจะได้ออกมาอย่างที่คาดหวัง เราไปคุยกับโปรหนำเรื่องการกำหนด race a ,b ของแต่ละคน รันเนอร์เจอนี่ เก็บมาเล่าให้ฟัง มี 6 ข้อต่อไปนี้ 
------------- 
1 กำหนด Race A กับ Race B Race A คือเป้าหมายหลัก สำคัญที่สุดของปี สนามในฝัน ผลการแข่งต้องดี Race B คืองานแข่งที่อาจจะเคยแข่งมาแล้ว ไม่ได้สำคัญมาก ไม่เน้นผลการแข่งขัน วิ่งขำๆ เอาบรรยากาศ
2 “ให้ค่า” ของแต่ละ Race อย่างที่ควรจะเป็น เช่น ปีนี้จะไปโป่งแยง 100 ไมล์ อยากทำเวลาดี ก็วางแผนให้เป็น race a ซะหรือจะไปจอมบึงมาราธอน ทำ sub4 ให้ได้ นั่นคือ race a สนามในฝัน race อื่นๆที่อยู่ระหว่างทาง จึงลดระดับความสำคัญลงมาเป็น race b อย่าให้มากวนเป้าหมายใหญ่
3 “วิธี แข่งใน race b" คือลดระยะลง ไม่จำเป็นจะต้องลงระยะไกลที่สุดของ race นั้น ลงระยะสั้นมาบ้างก็ได้ จะได้สัมผัสบรรยากาศหลังเส้นชัยรอเพื่อนระยะไกลเข้าเส้น
4 “วิธี แข่งใน race b “ ลดความเร็ว นอกจากปรับระยะทางจากมาราธอนก็อาจเป็นฮาล์ฟแล้ว ยังควรความเร็วลดลงด้วยเพื่อไม่ให้ร่างกายกรอบ บอบช้ำ เจ็บก่อนวันสำคัญของปี น่าเศร้านะถ้าแข่งสนามในฝันในสภาพพังๆ
5 การลงระยะสั้นลง วิ่งช้าลง ไม่ได้แปลว่าไม่เก่ง แต่แปลว่าคุณรู้จักหนักเบา สั้นยาว และการให้นำ้หนักความสำคัญในแต่ละ race อย่างแท้จริง ไม่ต้องพิสูจน์ ไม่ต้องใจเกินร้อยลงร้อยโล มันทั้งปี ไปพิสูจน์ใน race a
6 ภายใน หนึ่งปีควรมี race a เพียง race เดียว เราควรสะสมความอยาก ช่วงสะสมเราจะมีพลังเยอะ ให้ไประเบิดพลังใน race ที่ต้องการ บางคนลงงานวิ่งติดๆกัน บอบช้ำ ร่างกายล้า เบื่อ นอกจากดูแลร่างกายเราต้องดูแลสภาพจิตใจด้วย
------------- 
เครดิตต้นทาง
บทความนี้ #Repost หรือโพสต์ซ้ำโดยได้รับ
การขออนุญาตอย่างถูกต้องจากเพจ #RunnerJourney 
ในโครงการ #พันธมิตรเพจวิ่ง 
------------- 
สามารถติดตามเพจรันเนอร์เจอนี่ได้ที่ 
www.facebook.com/runnerjourney
และฟังบทสัมภาษณ์และชมวิดีโอได้ที่
http://runnersjourney.in.th
Repost by ThaiRun ฮับความสุขนักวิ่ง 
24 สิงหาคม 2018

ที่มา : https://www.facebook.com/thaidotrun/photos/pcb.2193177474303024/2193176754303096/?type=3

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ลงคอร์ต ลู่ อื่นไม่ได้เหรอ...?

พี่ ๆ เพื่อน ๆ หลายท่านมักสงสัยว่า
ทำไมต้องสำรองลู่1-2 ไว้สำหรับนักวิ่งที่ใช้ความเร็ว
จริงๆแล้ว นักวิ่งทุกท่านมีสิทธิ์ใช้สนาม
อย่างเท่าเทียมกันหมดครับบบบ...
สาเหตุที่ต้องขอสำรองลู่ 1-2 เพื่อการฝึกซ้อมความเร็ว ก็เพราะ speed work ทุกสูตร จะให้วิ่งเป็นระยะที่เป็นสัดส่วนกับ 400 เมตร เช่น 200, 400, 800 , 1600, 2000 ต้องพยายามวิ่งให้อยู่ภายในเวลาเป้าหมาย เพื่อประสิทธิภาพของการฝึกซ้อม
จึงเป็น เรื่องง่ายต่อการนับและการจับเวลา เเละยังช่วยลดอุบัติเหตุ จากการชนกันเองของนักวิ่งอีกด้วย
ระยะรอบสนามที่ลู่ต่างๆเมื่อวิ่งกลางลู่
ลู่ 1 = 402.58 เมตร
ลู่ 2 = 410.25 เมตร
ลู่ 3 = 417.92 เมตร
ลู่ 4 = 425.59 เมตร
ลู่ 5 = 433.26 เมตร
ลู่ 6 = 440.93 เมตร
ลู่ 7 = 448.60 เมตร
ลู่ 8 = 456.27 เมตร

สำหรับนักวิ่งหน้าใหม่ที่อาจยังเข้าใจ ตามสนามมาตรฐานทั่วไป โดยมารยาทแล้วต้องสำรองลู่ 1-2 ไว้สำหรับคนที่ต้องการวิ่งเร็วหรือฝึกความเร็ว
ถ้าเราวิ่งช้าควรเถิบมาใช้ลู่อื่น อีกอย่างที่ต้องระวังเพื่อความปลอดภัยก็คือ เวลาวิ่ง หากใส่หูฟังจนไม่ได้ยินเสียงภายนอก ควรมองด้านหลังก่อนเปลี่ยนเลนหรือหยุดกะทันหัน เพราะนักวิ่งที่ตามมาอาจมาด้วยความเร็วเกินกว่าจะเบรคทัน หรือแม้จะหลบทัน ก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บก็เป็นได้...

นี้ล่ะครับคือเหตุผล สำหรับการสำรองลู่ 1-2
มาวิ่งด้วยกัน ทุกวันพุธ 18:00 - 20:00 น

#TeamBeyond #TempoRun

Cr.Runforlife

ที่มา : https://www.facebook.com/teambeyondsport/photos/a.1678538199052768.1073741828.1668392480067340/1997860603787191/?type=3

วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2561

7 เทคนิคป้องกันอาการปวดกล้ามเนื้อหลังฝึกซ้อมร่างกาย

1. ค่อยๆ เพิ่มความหนักของการออกกำลังกายโดยการใช้กฎการเพิ่ม 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์โดยค่อยๆเพิ่มความเร็วระยะทางหรือการขึ้นเขาทีละน้อย
2. สวมใส่เสื้อผ้ารัดรูปสำหรับออกกำลังกายจะช่วยลด DOMS และลดการฉีกของกล้ามเนื้อได้ (เสื้อรัดรูป กางเกงขาสั้นรัดรูป หรือกางเกงขายาวรัดรูป) *แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของชุดเป็นสำคัญ
3. แช่น้ำโดยใช้ดีเกลือ (Epsom Salt)
4. ดื่มน้ำทันทีหลังจากการวิ่ง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรดื่มน้ำทุกๆ หนึ่งชั่วโมงเวลาวิ่ง
5. รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนสูงหลังจากวิ่งเสร็จ 15 ถึง 30 นาทีอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูงอย่างมันอบ เพราะเป็นตัวเลือกที่ดีและสามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ส่วนโปรตีนควรจะมาจากเนื้อที่ไม่มัน ไข่ นมสด หรือผัก
6. เพิ่มการ Cool-Down หลังการวิ่งเสมอ เดิน 10-20 นาที หลังจากวิ่งเสร็จและจากนั้นก็ทำการยืดเส้น ในการยืดเส้นแต่ละครั้งให้ทำค้างไว้ 30 วินาที โดยไม่ขยับ การนวดบำบัดสามารถเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและช่วยลดอาการบาดเจ็บได้
7. อาบน้ำเย็นหลังจากการออกกำลังอย่างหนักอาจช่วยป้องกันอาการปวด เนื่องจากสามารถลดอาการอักเสบได้ ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่รู้สึกว่าออกแรงมากเกินไป อีกทั้งการว่ายน้ำเบาๆ ก็สามารถช่วยลดการอาการปวดกล้ามเนื้อได้เช่นกัน
cr. www.stepextra.com
กดติดตามเราเพิ่มเติมได้ที่
Instagram: @thenorthfacethailand
ลงทะเบียนรับอีเมล์ข่าวจาก The North Face Thailand
อัพเดทสินค้าใหม่และโปรโมชั่นพิเศษก่อนใคร
http://eepurl.com/cFzWO1

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2561

รีวิว 11 สถานที่น่าวิ่งในกทม. ที่คนรักสุขภาพห้ามพลาด!

รีวิว 11 สถานที่น่าวิ่งในกทม. ที่คนรักสุขภาพห้ามพลาด!

การใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ของชาวกรุงเทพฯ นอกจากการทำงาน การช้อปปิ้งแล้ว การวิ่งก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ซึ่งใน กทม. ก็มีสถานที่เหมาะกับการวิ่งออกกำลังกายหลายแห่งด้วยกัน โดยถูกจัดขึ้นให้มีลักษณะเป็นสวนสาธารณะ เพื่อให้ผู้ที่ออกกำลังกายได้สัมผัสกับบรรยากาศความเป็นธรรมชาติอย่างเต็มที่ พร้อมแล้วเริ่มกันเลย

1. สวนพุทธมณฑล

สวนพุทธมณฑลมีพื้นที่ 2,500 ไร่ สวนนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 เพื่อฉลองวาระกึ่งพุทธกาล ทีเด็ดของที่นี่ไม่ได้มีแค่องค์พระใหญ่ และวิหาร และศาลาปฏิบัติกรรมฐาน เท่านั้น แต่วิธีการจัดสวนของที่นี่ยังมีความสวยงามมากๆ อีกด้วย ใครที่ชอบสไตล์เรียบๆ เซนๆ ก็มีให้ดู ใครที่ชอบวิ่งต้นไม้เยอะๆ ร่มๆ ก็มีให้ ใครที่ชอบวิ่งริมทะเลสาบ ก็มีให้ เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ทุกบรรยากาศการวิ่ง แถมยังได้บุญติดตัวไปอีกด้วย

โซนที่ฮิตวิ่งกัน ก็แล้วแต่ความสะดวก วันนี้ HonestDocs มาชี้เป้าให้มนุษย์ Healthy อย่างเราๆ ได้ไปลองกันดูจ้า

- รอบเล็กองค์พระใหญ่ อันนี้วิ่งเป็นวงกลม บนกระเบื้องตัวหนอน วิ่งง่ายๆ โล่งๆ รอบองค์พระ รอบนึงไม่ยาวมากประมาณ 400 เมตร



- รอบใหญ่รอบองค์พระใหญ่ สำหรับผู้ที่ชอบเปลี่ยนวิวไปเรื่อยๆ ก็สามารถถอยออกมาให้ได้รอบกว้างหน่อย รอบใหญ่นี้บางช่วงมีต้นไม้ปกคลุมด้วย

- บ่อน้ำหน้าองค์พระ อันนี้ HonestDocs ชอบเป็นพิเศษ รอบละประมาณ 600-700 เมตร วิ่งตอนเย็นๆ พระอาทิตย์ตก มองเห็นแผ่นน้ำเรียบๆ เป็นเงาสะท้อนของดวงอาทิตย์กับองค์พระใหญ่ ฟินสุดๆ ไปเลย



- ทุ่งหญ้ากว้างๆ หน้าสวน อันนี้สำหรับคนที่วิวกว้างๆ เปิดโล่ง ไม่มีอะไรมาบัง มีแทรคให้วิ่งได้

- ถนนรอบพุทธมณฑล เป็นถนนยางมะตอย ตีล้อมรอบสวนเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า อันนี้จะได้ทางตรง ยาวๆ มากๆ ถ้าวิ่งครบรอบ น่าจะเกือบๆ 5 โลเห็นจะได้ (ไม่เคยวัดระยะชัดๆ) อันนี้ขาปั่นจักรยานก็เหมาะมากๆ เช่นกัน

ที่ตั้ง : ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ฝั่งใกล้ถนนบรมราชชนนี

พิกัด Google Maps: 13.7768805, 100.3211527

2. สวนเบญจกิติ

สวนนี้ HonestDocs คิดว่าเป็น Hidden Gem ใจกลางกรุงเทพเลยล่ะ มนุษย์ออฟฟิศเลิกงานตอนเย็นๆ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงสถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตก็ถึงแล้ว และบรรยากาศเรียกได้เลยว่าฟินมากๆ เพราะแทรควิ่ง อยู่รอบบ่อน้ำขุดขนาดใหญ่ แนะนำให้วิ่งตอนเย็นๆ เพราะจะไม่ร้อน การได้เห็นวิวน้ำ ต้นไม้ ตัดกับตึกสูงของ กทม. หลังเลิกงาน (หรือก่อนกลับปทำงานกะดึก) ทำให้รู้สึกว่าชีวิตดี และสดชื่นสุดๆ ลองไปดูแล้วคุณจะหลงรักเลยล่ะ

สวนสาธารณะนี้มีพื้นที่ 130 ไร่ มีระยะทางในการวิ่ง 1 รอบ = 1.8 กิโลเมตร ซึ่งก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้ พื้นหญ้าและบรรยากาศที่ร่มรื่นเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมาะกับการวิ่งหรือใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกายได้ดี นอกจากนี้บนเส้นทางนี้ก็สามารถใช้ในการขี่จักรยานได้อีกด้วย



ที่ตั้ง: ถ.รัชดาภิเษก

พิกัด Google Maps: 13.7259376, 100.5587785

3. สวนจตุจักร

สวนสาธารณะบนพื้นที่ 190 ไร่ มีระยะทางในการวิ่ง 1 รอบ = 3 กิโลเมตร ซึ่งที่นี่นอกจากจะเหมาะกับการวิ่งแล้ว ก็สามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยาน การออกกำลังกายด้วยท่าต่างๆ การเต้นแอโรบิค หรือจะใช้เป็นสถานที่สำหรับปิกนิกริมน้ำก็ได้ เพราะอยู่ติดกับริมน้ำพอดี สำหรับบรรยากาศโดยรวม ต้องบอกเลยว่าดีมาก เพราะมีความร่มรื่นและมีลมพัดเย็นสบายตลอดวัน แถมเดินทางสะดวกไม่ยุ่งยาก เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีจตุจักร และรถไฟใต้ดินสถานีกำแพงเพชร



ที่ตั้ง : ถ.กำแพงเพชร

พิกัด Google Maps: 13.8003022, 100.5526265

4. สวนสราญรมย์

สวนสาธารณะขนาดเล็กที่เคยเป็นสวนส่วนพระองค์ของ ร.๕ มาก่อน จึงทำให้สวนแห่งนี้มีความสวยงาม แปลกตากว่าสวนแห่งอื่นๆ ซึ่งมีพื้นที่เพียง 23 ไร่เท่านั้น และมีระยะทางในการวิ่ง 1 รอบ = 500 เมตร เหมาะกับผู้ที่เริ่มวิ่งออกกำลังกายใหม่ๆ แถมมีความเงียบสงบ ร่มเย็น สามารถให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ที่มาออกกำลังกายหรือมานั่งเล่นได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะเป็นเพียงสวนเล็กๆ แต่ก็ชวนให้รู้สึกน่าหลงใหลไม่น้อย



ที่ตั้ง : อยู่ระหว่าง ถ.เจริญกรุง ตัดกับ ถ.ราชินี

พิกัด Google Maps: 13.7482954, 100.4952583

5. สวนรมณีนาถ

สวนสาธารณะขนาดเล็กอีกแห่งหนึ่งที่มีพื้นที่แค่ 29 ไร่เท่านั้น และมีระยะทางในการวิ่ง 1 รอบ = 740 เมตร ซึ่งก็อยู่ในเขตของพระนครนั่นเอง โดยที่นี่ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีความร่มรื่นและเหมาะกับการวิ่งเป็นอย่างมาก แถมยังมีเครื่องเล่นสำหรับเด็กอีกด้วย ใครที่ยังไม่กล้าไปวิ่งที่สวนสาธารณะใหญ่ๆ หรือไม่อยากเจอกับผู้คนที่พลุกพล่านมากเกินไป สวนรมณีนาถ ก็น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว



ที่ตั้ง : ถ.มหาไชย เขตพระนคร

พิกัด Google Maps: 13.7488819, 100.5026035

6. สวนลุมพินี

สวนสาธารณะที่มีพื้นที่กว้างขวางมากถึง 360 ไร่ และอยู่ติดกับริมน้ำ จึงเป็นสถานที่เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความนิยมมากที่สุด โดยมีระยะทางในการวิ่ง 1 รอบ = 2.6 กิโลเมตร และถึงแม้ว่าที่นี่จะมีผู้คนคึกคักเสมอ แต่ด้วยพื้นที่ที่ว้างใหญ่ จึงยังคงความเป็นส่วนตัวได้เป็นอย่างดี และดูไม่วุ่นวายจนเกินไป นอกจากนี้สวนลุมพินีก็ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองย่านสีลม ที่อยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าและสถานที่สำคัญอื่นๆ อีกมากมาย แถมอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีศาลาแดงและรถไฟใต้ดินสถานีสีลม จึงทำให้สะดวกต่อการเดินทางอีกด้วย



ที่ตั้ง : ถ.พระราม 4

พิกัด Google Maps: 13.7253574, 100.5469742

7. สนาม กกท รามคำแหง

อีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะกับการวิ่งออกกำลังกายที่สุด โดยจะมีลู่วิ่งที่ทำให้ง่ายต่อการนับจำนวนรอบมากขึ้น แต่จะไม่ค่อยร่มเงามากนัก การจะมาออกกำลังกายที่นี่จึงต้องมาในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แดดไม่ร้อนจัดเกินไป นอกจากนี้สนาม กกท รามคำแหง ก็มักจะมีผู้คนมาออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก ทำให้มีบรรยากาศที่คึกคักและหาความเป็นส่วนตัวได้ยากพอสมควร ดังนั้นที่นี่จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเงียบสงบ เป็นส่วนตัวนั่นเอง



ที่ตั้ง : ถ.รามคำแหง หัวหมาก

พิกัด Google Maps: 13.7589796, 100.6226243

8. สวนเบญจสิริ

สวนสวยใจกลางเมืองที่ใครๆ ก็อยากจะมาเที่ยวชมความงามดูสักครั้ง แม้จะมีพื้นที่แค่ 29 ไร่ แต่ก็สามารถดึงดูดความสนใจได้ดี โดยระยะทางวิ่งของสวนเบญจสิริ 1 รอบ = 730 เมตร และมีเครื่องเล่นออกกำลังกายทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่อีกมากมาย สำหรับใครที่ไม่ชอบการวิ่งก็สามารถออกกำลังกายด้วยวิธีอื่นๆ ได้เช่นกัน นอกจากนี้การเดินทางก็สะดวก เพราะอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์



ที่ตั้ง : ถ.สุขุมวิท ระหว่างสุขุมวิท 22-24

พิกัด Google Maps:  13.7308022,100.5654783

9. สวนหลวง ร.๙

สถานที่สำหรับการวิ่งออกกำลังกายที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มากถึง 500 ไร่ และมีระยะทางการวิ่ง 1 รอบ = 5 กิโลเมตร แถมมีวิวทิวทัศน์สวยๆ เหมาะกับการถ่ายรูปอีกด้วย นอกจากนี้บริเวณใกล้ๆ กับสวนหลวง ร.๙ ก็มีร้านอาหารมากมายหลายแห่ง หลังจากวิ่งเหนื่อยๆ จึงสามารถหาอาหารทานเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายได้แบบชิลๆ หรือจะใช้เป็นสถานที่นักเล่นเพื่อการพักผ่อนและการปิกนิกก็ได้



ที่ตั้ง : เขตประเวศ

พิกัด Google Maps: 13.730797, 100.567667

10. สวนเสรีไทย

สวนเสรีไทย หรือที่คนในท้องถิ่นจะรู้จักในชื่อสวนน้ำบึงกุ่ม ซึ่งเป็นชื่อเดิมก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นชื่อสวนเสรีไทยนั่นเอง โดยสวนแห่งนี้มีขนาดพื้นที่ 350 ไร่ มีความร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพันธุ์และบรรยากาศดีมาก ผู้คนส่วนใหญ่จะนิยมมานั่งเล่นริมน้ำมากที่สุด หรือทำกิจกรรมการออกกำลังกาย อย่างเช่นการวิ่ง เต้นแอโรบิค ไทเก๊ก เป็นต้น นอกจากนี้ก็มีห้องสมุดเล็กๆ สำหรับผู้ที่ชอบอ่านหนังสืออีกด้วย



ทีตั้ง : ถ.เสรีไทย

พิกัด Google Maps: 13.7870344, 100.6744787

11. สนามหลวง

สนามหลวง สนามที่มีพื้นที่ประมาณ 74 ไร่ มีระยะทางการวิ่ง 1 รอบ = 1.3 กิโลเมตร สามารถวิ่งออกกำลังกายได้แบบสบายสุดๆ แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่แบบโล่งๆ มีเพียงต้นไม้ที่รายล้อมอยู่รอบสนามเท่านั้น จึงทำให้สภาพอากาศในช่วงกลางวันร้อนมากพอสมควร ดังนั้นหากคิดจะมาวิ่งหรือมาทำกิจกรรมอะไรที่สนามหลวง ควรเลือกเป็นช่วงเวลาตอนเช้าหรือตอนเย็นจะดีที่สุด เพราะแดดยังไม่ร้อนมากนักและมีบรรยากาศดีกว่าช่วงอื่นๆ อีกด้วย



ที่ตั้ง : เขตพระนคร

พิกัด Google Maps: 13.7523458, 100.4920284

กำลังต้องการสถานที่ออกกำลังกายที่เหมาะกับการวิ่งใน กทม. สถานที่เหล่านี้จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ดีแน่นอน ซึ่งก็กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและมีบรรยากาศดี ร่มรื่น เหมาะกับการมาเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจที่สุด อยากไปวิ่งที่ไหนก็เลือกได้ตามสะดวก

ที่มา : https://www.honestdocs.co/places-for-running-bkk

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ผลการแข่งขันวังขนายมาราธอน 2018 (ลำดับ 7)

ทำเวลา 4 ชม. 58 นาที ไม่ดีเลย 

วิ่งมาดีๆ จนถึงทางขึ้นวัดถ้ำเสื้อ คนเยอะต้องทยอยๆ เดินกันขึ้นไปเอา check point แล้วก็ลง เดินมังวิ่งมัง เริ่มมีอาการตะคริวจะมา พอลงมาเสร็จ ฝนตก ที่นี้ล่ะ ตะคริวก่อตัว บ่อยขึ้น ทำให้ต้องเดินสลับวิ่ง จนถึง จุดให้น้ำที่ 18 คือเหลือระยะทาง 6 กม. ใช้เวลาช่วงนี้ไปชั่วโมงเต็มๆ (เริ่มวิ่ง 3:30 น. มาถึงวัดถ้ำเสือ 7:30 น. ใช้เวลา 4 ชั่วโมง)


ลองหาสาเหตุดู

1. ตลอดเส้นทาง 34k กินน้ำครบทุกจุด เกลือแร่ได้ตอน 22k หรือเป็นเพราะไม่สบายก่อนเดินทางมา ทำให้เวลาไม่ดี

2. แต่ช่วงฝนตกถนน 6กม.ที่เหลือ สภาพมีน้ำท่วม กอบกับมีรถวิ่งสวน นักวิ่งต้องวิ่งชิดข้างทาง การวิ่งไม่สะดวกเลย แซงลำบากต้องระวังรถ ระวังแอ่งน้ำ

3. การฝึกซ้อมเป๊ะๆ ตามตาราง ไม่น่าใช่สาเหตุ

4. นอนหลับปกติเมื่อคืน โหลดโปรตีน โหลดคาร์ป ปกติ แต่ไม่ได้โหลดน้ำ กินน้ำน้อย

5. การวอร์มอัพ ได้ 20 นาที ครบทุกท่า

น่าจะเกิดจาก ปวดก่อนแข่ง ตามลิงค์นี้ http://ss-running.blogspot.com/2018/08/blog-post_17.html

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ซวยหล่ะ!!! เกิดอาการปวดเข่า ภูมิต้านทานร่างกายลด

เกิดอาการปวดเข่า ภูมิต้านทานร่างกายลด เป็นหวัดอ่อนๆ ปวดเมื่อยไปทั้งตัว โดยเฉพาะบริเวณกลางหลังด้านขวา สาเหตุเกิดจากทำงานหนักหลายสัปดาห์ติดต่อกัน เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ทำงานอย่างหนักแล้วกลับมาซ้อมวิ่งอีก 10K ตามโปรแกรม

ถึงวันนี้ (วันศุกร์) อาการปวดเข่าหายแล้ว เมื่อวานลองวิ่ง 5K ได้ แต่อาการหวัดอ่อนๆ ยังมีนิดหน่อย

ปัญหาคือวันอาทิตย์นี้จะลงแข่งวิ่งมาราธอนที่วังขนายมาราธอน 2018 จะไหวไหมเนี่ย โปรดติดตาม ???