วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

นักวิ่งวัยรุ่นปะทะวัยเก๋า

แอดอยากให้อ่านเรื่องนี้ครับ เป็นคำตอบว่า เหตุใดเราจึงถูกนักวิ่งรุ่นคุณลุง-คุณป้า แซงหน้าไปบ่อยๆ แถมพวกเขายังวิ่งได้นิ่ง วิ่งได้ดี เป็นขาแรงด้วย ? นั่นซิเพราะอะไร
...
📝 
... 
นักวิ่งวัยรุ่นมามุงกันตรงนี้...เคยนั่งมองเหรียญแบบงง-งง
หลังจากเข้าเส้นชัยตามผู้สูงอายุกันไหมครับ?
.
นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญนักวิ่งวัยหนุ่มสาวอย่างพวกเรามาก 
ความเยาว์นั้นมีพลังมหาศาลจากการเติบโตอย่างเต็มที่ 
กล้ามเนื้อรับการบำเรออย่างดี 
ขาและแขนสับลงพื้นอย่างมั่นใจ ในความแข็งแรงจนทึกทักเองได้ว่าผลงานในสนามวิ่งจะดีกว่าใคร กลับต้องมาแพ้ให้เหล่าคนสูงวัยที่มีความเสื่อมถอยร่างกายต่างจากเรา 
.
และบางคนนั้นเศร้าหนักมากเพราะโดนลุงหรือป้าปาดที่หน้าเส้นทั้งที่เร่งความเร็วจนหัวใจแทบกระเด็นออกจากปากก็ตาม
มันไม่ใช่ความผิดของใครเลย
หากได้ล่วงรู้เกร็ดความได้เปรียบของนักวิ่ง 'วัยเก๋า' เหล่านั้น................
.
👱🏼 👴🏼 👵🏼
คุณรู้ไหมว่าในประเทศไทยกำหนดให้ผู้สูงวัยทางการกีฬามีอายุเกิน 35 ปี สำหรับการวิ่งระยะไกล มีนักวิ่งระดับแถวหน้าของประเทศหลายคนเชียวนะ 'ต่าย' บุญถึง ศรีสังข์ 'ตี๋' สุทัศน์ กัลยาณกิติ 'เดี่ยว' ปฏิการ เพชรศรีชา ฝ่ายผู้หญิงนำทีมโดย 'ฝน' ณัฐธยาน์ ธนรณวัฒน์ 'ติ๋ม' ธณภรณ์ อัศววงศ์เจริญ นี่ผ่านเลขอายุ 35 มาหลายปีแล้ว ส่วนรุ่นใหญ่เก๋ามากอย่าง 'วุธ' ศราวุธ งามศรี 'โด่ง' ไพชยนต์ เจนช่าง ก็อายุใกล้เลข 50 เต็มที แต่ผลงานมาราธอนเวลาต่ำกว่า 2:50 ชั่วโมงกันทั้งนั้น จัดเป็นผู้สูงอายุคุณภาพดีในสังคมนักวิ่งถนน
.
วันนี้ขออนุญาตมาเขียนข้อได้เปรียบของนักวิ่งสูงวัยสักคราว เผื่อให้หนุ่มสาวนำไปใช้บ้าง ลบความตะขิดตะขวงในใจและพร้อมแก้มือ(หรือตีน)ให้ดีขึ้นในสนามหน้าเพราะในความได้เปรียบของอายุ ถึงชนะไม่ได้ก็ขอให้ระยะทางที่แพ้คนแก่นั้นน้อยลงไปบ้างก็ยังดี(วะ)* วงเวียนชีวิตการซ้อม 
🔹Lifestyle Balance 
งานและความรับผิดชอบมันจะมากขึ้นตามอายุงาน เราพบว่านักวิ่งดีๆอายุมากนั้นแบ่งชีวิตค่อนข้างชัดเจนว่า ซ้อมช่วงไหนอย่างไรเช้าหรือเย็น และให้คุณค่าของการ 'พักผ่อน' เต็มที่กว่าผู้เยาว์ การจัดเวลาซ้อมชัดเจนช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตด้านอื่นให้สอดคล้องกันมากขึ้น แน่นอนว่าประสิทธิภาพการวิ่งย่อมดีขึ้นด้วย
🔹Nutrition
เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเมื่อบรรดานักวิ่งวัยรุ่นอาจสนใจคุณภาพการกินเพียงอิ่มท้อง แต่นักวิ่ง 'วัยซิ่ง' ของเราไม่ใช่ กฎเกณฑ์ด้านอาหารของพวกเขานั้นเข้าใจแหล่งพลังงานสำหรับชีวิตการวิ่งเสมอ ตระหนักถึงประโยชน์และปริมาณที่เหมาะสมที่นักวิ่งรุ่นหลังอย่างเราต้องทบทวนตัวเองอย่างเศร้าๆเมื่อนึกถึงการหักใจหันหลังจากตู้กระจกแช่เค้กหน้ามะพร้าวอ่อน หรือปฏิเสธ เฟร้นช์ฟรายห่อเบ้อเริ่มที่แฟนซื้อติดมือกลับมาจากห้าง ฮือๆๆๆ
🔹Year Plan in Race 
คุณจะทึ่งแน่ๆเมื่อเดินไปถามเรื่องการวิ่งแข่งในสนามหน้าแล้วพบว่า 'วัยเก๋า' เหล่านั้นสามารถบรรยายตารางแข่งและไล่เรียงสนามวิ่งได้ยาวเฟื้อยจนจบปีพร้อมอวดใบเสร็จชำระเงินล่วงหน้าของสนามที่จ่ายไปแล้วจนคุณต้องอิจฉาเพราะสมัครไม่ทัน สมัยนี้ไม่ต้องห่วงว่าเขาสมัครออนไลน์ไม่ถนัด เพราะลูกหลานแกเตรียมสนามให้เรียบร้อย บางรายเตรียมแพกเกจทัวร์ต่อด้วยซ้ำไป ฮ่าๆๆๆๆๆๆ **การเตรียมตัวแข่ง
🔹Set Target 
ความเก๋าช่วยให้ประเมินแรงได้สัมพันธ์กับระยะทางบนเส้นทางที่อาจไม่เรียบนัก เนินขึ้นลงหรือแม้แต่แรงลมของสนามริมทะเลนั้นมีผลกับประสิทธิภาพการออกแรงเสมอ และแน่นอนว่าพวกเขาชำนาญกว่า ซึ่งความลับก็ไม่ซับซ้อนอะไร ก่อนแข่งท่านผู้อาวุโสมักจะยกทีมไปถึงสนามล่วงหน้าพร้อมขับรถชมและสำรวจเส้นทางที่ตัวเองจะใช้วิ่งให้ได้เปรียบ โค้งเท่าไร ชันเท่าไร ก็นำมาเป็นค่ากลางเพื่อกำหนดจุดเร่งและผ่อนแรงให้ตัวเองได้ง่ายๆ บางคนถึงกับหา Elevation Gain ของสนามนั้นๆมาประกอบด้วยซ้ำไปเพื่อนๆหลายคนโดนแซงโค้งท้ายๆ ของสนามแข่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะ พี่ๆ เขาทำการบ้านมาแน่นแล้วเรื่องเส้นทาง อิอิอิอิ
🔹Stress Management 
ความเครียดเหมือนลูกดอกไม้ซางเคลือบยาพิษ มันพุ่งเสียบเข้าหาเราอย่างเงียบเชียบและแทบจะไร้เสียงสัญญาณ ความเป็นพิษของคอร์ติซอล ( Cortisol , ฮอร์โมนแห่งความเครียด) นั้นแทรกซึมเข้าสู่มัดกล้ามแผ่วเบา เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งบนสนามวิ่งขาคุณจะหนักราวล่ามด้วยตรวนที่มองไม่เห็น ผมคงกลายเป็นคนบาปถ้าบรรยายจุดจบของนักวิ่งที่ถูกความเครียดครอบงำ อาเมน.... อาหารชิ้นเล็กๆก่อนออกวิ่งแข่งเป็นเคล็ดไม่ลับของลุงกับป้าทั้งหลายให้ร่างกายลดระดับความตึงเครียดลงและพร้อมลงสนามบดขยี้หนุ่มสาวผู้มากไปด้วยพลังแต่ยังเบาประสบการณ์ 
*นักวิ่งที่ผ่านสนามวิ่งมาเยอะ ผ่านมาหลายๆ ความรู้สึก พวกเขาจะรับมือกับความเครียดได้ดี เข้าใจวิถีของการแข่งขัน เรื่องแพ้ชนะที่เป็นสัจธรรม
🔹***แผนแข่ง Proficiency 
ความเจนจัดในการแข่งขันไม่ได้มาเพราะโชคช่วย กฏของการทำซ้ำจนพัฒนาทักษะให้ยอดเยี่ยมของคนเหล่านั้นกระทำผ่านการเตรียมตัวอย่างยาวนาน ผ่านเดือนปีที่ผิดพลาด เก็บข้อมูลวิ่งมาขัดเกลาแก้ไขให้งอกงามอยู่เสมอ พวกเขารู้จักความถนัดของตัวเองว่าพร้อมและสามารถระเบิดความสามารถสุดท้ายในเวลาใดเพื่อให้ประตูแห่งชัยชนะเปิดออกได้กว้างราวปากแม่น้ำเจ้าพระยาการโฟกัสพลังงานที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งสมัยนี้บนข้อมือของแต่ละท่านมีนาฬิกาดาวเทียม (GPS Watch) มาช่วยกำหนดการออกแรงด้วย เราจึงได้พบเสือเฒ่าหลายคนวิ่งเร็วแรงราวรถไฟความเร็วสูงและสามารถบริหารสภาพร่างกายได้เหนียวแน่นมาอย่างยาวนา
🔹Self Awareness
แม้จะเหนื่อยขนาดไหน ผู้สูงวัยจะวิ่งอย่างมีสติรู้ตัวเสมอ ส่วนหนึ่งคือความชำนาญจากการซ้อมที่ยาวนาน แต่ที่แน่นอนคือพวกเขารู้ข้อจำกัดของตัวเองเป็นอย่างดี การวิ่งแข่งระยะไกลเป็นการทำลายตัวเองชนิดหนึ่งซึ่งท่านทั้งหลายนั้นทราบดีเสมอมา ทำให้บุคลิกการวิ่งจึงเน้นหนักไปที่ความ 'แน่นอน' ว่าจะถึงเส้นชัยอย่างสนุกและปลอดภัย 
รวมไปถึงไล่เก็บหนุ่มสาวที่ประเมินแรงพลาดจนแทบเดินในช่วงท้ายของการแข่งขันด้วยน่ะสิ ฮ่าๆๆๆ ถ้าจะจบข้อเขียนนี้ให้หรูหราก็เพราะเห็นว่านักวิ่งวัยรุ่นนั้นออกจะประเมินร่างกายกับการแข่งให้สัมพันธ์สอดคล้องกันยากกว่าผู้อาวุโสเหล่านั้น 
เลยเลือกเอาเคล็ดลับมาตีแผ่บ้างและก็หวังว่าเสือหนุ่มสิงโตสาวจะไม่ถอดใจไปซะก่อนนะครับ

ที่มา : https://www.facebook.com/thaidotrun/photos/a.1694377410849702.1073741828.1658834907737286/2136562199964552/?type=3&theater

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

สายวิ่งต้องฟัง สักครั้งในชีวิต ที่ เบอร์ลิน มาราธอน ครูดิน แนะนำวิธีวิ่ง จบแบบไม่เจ็บ


42.195 กิโลเมตร คือระยะทางมาตรฐานของการวิ่ง มาราธอน ซึ่งการวิ่งประเภทนี้เป็นเป้าหมายสำคัญที่คนรักการวิ่งจะต้องไปพิชิตให้ได้สักครั้งในชีวิต อย่างน้อยๆ สัก 1 รายการ  และรายการที่กำลังจะพูดถึงนี้ คือ 1ใน 6 เมเจอร์ของการวิ่งมาราธอนระดับโลก นั่นคือ เบอร์ลิน มาราธอน และครั้งนี้โปรแกรมสิทธิประโยชน์ The Ultimate JOY Experience ได้ ครูดิน – สถาวร จันทร์ผ่องศรี อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติไทย มารับหน้าที่โค้ชพิเศษอีกครั้ง และยังจะร่วมเดินทางไปพิชิต เบอร์ลิน มาราธอน ในทริป บีเอ็มดับเบิลยู เบอร์ลิน มาราธอน 2018 – #มิชชั่นเบอร์ลิน ซึ่งจะมาแนะนำเคล็ดลับสำหรับสายวิ่งที่เตรียมตัวไปพิชิต มาราธอนให้อีกด้วย

อะไรคือไฮไลต์ของ เบอร์ลิน มาราธอน ?
“ต้องบอกว่าสนามวิ่งที่เบอร์ลินนั้นมีมนต์ขลังมากๆ เพราะนอกจากนักวิ่งที่โชคดีได้เข้าร่วมในงานนี้จะมีโอกาสวิ่งผ่านสถานที่สำคัญคือ ประตูบรันเดินบวร์คที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งสันติภาพของเยอรมัน ซึ่งมีความสวยงามมากๆ แล้ว รายการนี้ยังเป็นสนามที่มีการทำสถิติโลกมากครั้งที่สุด ซึ่งในปี 2018 นี้ ก็คาดว่าจะมีการทำงายสถิติโลกอีกครั้ง เพราะนักวิ่งในระดับโลกหลายๆ คนที่เข้าร่วม มีสถิติและพัฒนาการวิ่งในระดับที่ดีมากจากช่วงที่ผ่านมา”

สมัครเข้าร่วมวิ่งยากไหม ?
“การสมัครนั้นไม่ยาก แต่การจะได้เข้าร่วมวิ่งนั้นยากมากๆ เพราะหลังจากสมัครแล้วทางผู้จัดจะทำการสุ่มรายชื่อจากผู้สมัครทั่วโลก นับเป็นแสนๆ คน ซึ่งจะคัดเลือกเพียงประมาณ 40,000 คนเท่านั้น ที่จะได้มีโอกาสเข้าร่วมวิ่งในแต่ละปี”

เตรียมวิ่งมาราธอนอย่างไร ?
“การเป็นนักวิ่งมาราธอนไม่ใช่อยู่ๆ อยากวิ่งก็จะมาวิ่งได้เลย เพราะการวิ่งมาราธอนเป็นการวิ่งระยะทางที่ยาวไกลที่สุดของระดับกีฬามาตรฐานโลก ไม่นับรวมการวิ่งเทรล เพราะฉะนั้นนักวิ่งจะต้องมีความอดทนเพื่อให้สามารถวิ่งได้ตลอดระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ดังนั้นผู้ที่จะมาวิ่งมาราธอนจะต้องมีการฝึกฝนเป็นลำดับขั้น ซึ่งผู้ร่วมทริปกับ The Ultimate JOY Experience เมื่อปีที่แล้ว ก็มีคนที่วิ่งมาราธอนแรกได้จนจบหลายคน”

ต้องซ้อมอย่างไร ?
“ตลอดระยะทางร่างกายต้องลงเท้าประมาณ 4 – 6 หมื่นครั้ง เพราะฉะนันการฝึกซ้อมในแต่ละช่วงจึงจะต้องเน้นในเรื่องการพัฒนาแต่ละส่วนของร่างกาย ทำให้วิ่งต่อเนื่องได้ในระยะเวลานานๆ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกในเรื่องของความอดทน ฝึกที่จะเรื่องนรู้จังหวะการวิ่งของเป็นแบบไหนที่จะทำให้วิ่งได้ไปจนจบ เพราะฉะนั้นควรมีระยะเวลาซ้อมสะสมไว้ อย่างน้อย 4-6 เดือน

ซึ่งต้องแบ่งช่วงของการซ้อมตามสัดส่วน ดังนี้

ช่วงที่ 1 พัฒนาความอดทนก่อน คือ การซ้อมอย่างต่อเนื่อง

ช่วงที่ 2 พัฒนาจังหวะการวิ่ง เพื่อจะได้รู้ว่าจังหวะการวิ่งแบบไหนเพมาะกับต้นทุนที่มีอยู่

ช่วงที่ 3 พัฒนาความแข็งแรง คือการซ้อมระยะทางไกล

เมื่อได้องค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนพร้อมแล้ว จากนั้นก็มากำหนดเป้าหมายว่าต้องการวิ่งในรายการไหนระยะทางเท่าไร ก็มาพัฒนาหาความเร็ว จังหวะ ตามเป้าหมายที่ต้องการ เมื่อคิดว่าซ้อมได้สมบูรณ์แบบแล้ว จากนั้นก็เริ่มซ้อมเบาลงประมาณ 7-10 วัน ก่อนการแข่ง เพื่อให้ร่างกายฟื้นภาพในระดับความสมบูรณ์ที่สูงสุด”

อย่างไรถึงจะเรียกว่าพร้อมแล้วสำหรับมาราธอน ?
“นักวิ่งต้องมีการซ้อมสะสมที่เพียงพอที่จะพัฒนาตัวเองไปจนถึงสามารถที่จะวิ่งมาราธอนได้ โดยส่วนใหญ่มีวิธีสังเกตง่ายๆ คือ ใน 1 สัปดาห์ควรจะมี 1 วันที่ซ้อมวิ่งให้ได้ไกลที่สุด ประมาณ 32-35 กิโลเมตร นั่นคือ 3 ใน 4 ของระยะทางจริง หากวิ่งได้จบในเวลาที่ตั้งเป้าไว้ ก็ถือว่าพร้อมแล้วสำหรับมาราธอน”

ทำอย่างไรให้วิ่งจบแบบไม่เจ็บ ?
“การที่จะวิ่งให้จบแบบร่างกายไม่เจ็บ นักวิ่งต้องมีองค์ประกอบ ดังนี้

1. ร่างกายต้องมีความสมบูรณ์แข็งแรง
2. ต้องฝึกซ้อมและสะสมความต่อเนื่องให้ยาวนานและเพียงพอ
3. ประเมินต้นทุนตัวเองแล้ว อย่าวิ่งเกินขีดต้นทุนที่ตัวเองมีอยู่ อย่าฝืน และอย่าใจร้อน
4. อุปกรณ์มีผล โดยเฉพาะรองเท้า เพราะเท้าของคนเราไม่เหมือนกัน แค่เท้าข้างซ้ายกับเท้าข้างขวาเรายังไม่เหมือนกันเลย หากสามารถหาพื้นรองเท้าที่ออกแบบมาได้พอดีกับโครงสร้างเท้าของแต่ละคนจะช่วยได้มาก อย่างที่ร้าน Rev Runnr เป็นสเปเชียลตี้สโตร์สำหรับนักวิ่งเจ้าแรกในประเทศไทยที่นำนวัตกรรมแผ่นรองเท้าที่เป็น Customized Insoles นี้จะช่วยซัพพอร์ทเท้าในทุกการเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างพื้นรองเท้าที่ออกแบบมาให้พอดีกับเท้าของแต่ละคนได้เลย”

บีเอ็มดับเบิลยู เบอร์ลิน มาราธอน 2018 – #มิชชั่นเบอร์ลิน เป็นหนึ่งในโปรแกรมสิทธิประโยชน์ The Ultimate JOY Experience กิจกรรมสุดเอ็กคลูซีฟที่ BMW จัดขึ้นให้แก่สมาชิกผู้ใช้รถยนต์ BMW นับเป็นกลุ่มคนไทยเพียงไม่กี่คนที่ได้มีโอกาสสุดพิเศษไปวิ่งในสนามนี้ ซึ่งจะเดินทางระหว่างวันที่ 11-18 กันยายน 2561 ยังไงของส่งแรงใจไปเชียร์ให้วิ่งจบแบบไม่เจ็บกันทุกคน

ที่มา : https://sport.mthai.com/other/354326.html

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เศรษฐศาสตร์ว่าด้วย "การจัดงานวิ่ง" (ตอน 1)

ในปัจจุบัน ผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองด้วยการออกกำลังกายกันมากขึ้น และหนึ่งในวิธีการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ก็คือ การวิ่ง เพราะไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้อื่นเหมือนการเล่นกีฬาประเภทอื่น ๆ จะวิ่งเมื่อใดก็ได้ สถานที่ใดก็ได้ นอกเหนือจากการวิ่งเองตามศูนย์ออกกำลังกาย หรือ ตามสวนสาธารณะแล้ว การวิ่งตามงานวิ่งต่าง ๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมหนึ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของนักวิ่งหลาย ๆ คน ด้วยกระแสของการออกกำลังกายที่มีอย่างต่อเนื่อง นโยบายของภาครัฐที่รณรงค์ให้ผู้คนหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น

กระแสจากภาพยนตร์ไทยของค่ายภาพยนตร์ GTH เรื่อง "รัก 7 ปี ดี 7 หน" ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับการวิ่งมาราธอน รวมไปถึงกระแสจากโครงการก้าวคนละก้าวของพี่ตูน ที่ได้จุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คน ลุกขึ้นมาออกกำลังกายโดยการวิ่งกัน จึงทำให้เกิดงานวิ่งขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา สุดสัปดาห์หนึ่ง ๆ จัดพร้อมกันหลายงานก็มี มีแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่รวบรวมตารางการจัดกิจกรรมงานวิ่งต่าง ๆ ในรอบปี ไว้หลายแหล่ง ให้ผู้ที่สนใจได้เลือกสมัครกัน


นักวิ่งหลาย ๆ คน ตัดสินใจเข้าร่วมงานวิ่งด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน เช่น การวิ่งคนเดียวอาจจะทำให้รู้สึกเบื่อ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำให้ไม่อยากวิ่งและล้มเลิกเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ถ้าวิ่งกับนักวิ่งคนอื่น ๆ จะได้เพื่อนร่วมทาง ได้บรรยากาศของการแข่งขัน สร้างกำลังใจที่จะวิ่งให้ถึงเส้นชัยให้ได้ หรือ เมื่อต้องจ่ายค่าสมัครเข้าร่วมงานวิ่งแล้ว ก็ต้องยอมสละเวลาตื่นเช้ามาวิ่งเพื่อให้คุ้มกับค่าสมัครที่เสียไป

รวมไปถึงการเข้าร่วมงานวิ่งเพื่อสะสมของที่ระลึกของงานวิ่ง เช่น เสื้อยืด ป้ายหมายเลขประจำตัวของนักวิ่ง เหรียญจากรายการวิ่งต่าง ๆ เป็นต้น

ประโยชน์ของการจัดงานวิ่ง นอกเหนือการที่นักวิ่งได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและเหตุผลทางธุรกิจแล้ว คือ การกระจายรายได้เข้าสู่พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดงานวิ่งที่ต่างจังหวัด นักวิ่งสามารถท่องเที่ยวในพื้นที่ต่อได้หลังจากการวิ่ง นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) แล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ได้อีกด้วย เช่น ธุรกิจที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้า การคมนาคม เป็นต้น

จากการรวบรวมข้อมูลและสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับงานวิ่งที่ผ่านมาของประเทศไทย พบว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (ปี 2559-2560) ประเทศไทยมีการจัดงานวิ่งทั้งสิ้น 1,305 รายการ เฉลี่ยเดือนละ 54 รายการ หรือ สัปดาห์ละ 12 รายการ โดยจัดขึ้นเกือบครบทุกจังหวัดในประเทศไทย เดือนที่มีการจัดงานวิ่งมากที่สุด ได้แก่ ธ.ค. และ พ.ค. คือ เดือนละประมาณ 160 รายการ

ส่วนเดือนที่มีการจัดงานวิ่งน้อยที่สุดในรอบปี ได้แก่ เดือน เม.ย. มีจำนวน 62 รายการ และวันในรอบสัปดาห์ที่มีการจัดงานวิ่งมากที่สุด แน่นอนว่า ต้องเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งมีจำนวน 940 รายการ คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 71% ของงานวิ่งทั้งหมด ตามมาด้วยวันเสาร์ ซึ่งมีจำนวน 240 รายการ คิดเป็นสัดส่วน 19% ของงานวิ่งทั้งหมด

เมื่อพิจารณาถึงจังหวัดที่มีการจัดงานวิ่งมากที่สุด แน่นอนว่า อันดับ 1 คือ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีมากถึง 386 รายการ เฉลี่ยเดือนละ 16 รายการ ตามด้วย สกลนคร เชียงใหม่ ชลบุรี ภูเก็ต และสงขลา และถ้าพิจารณาเฉพาะงานวิ่งที่จัดในกรุงเทพมหานคร สถานที่ที่ได้รับความนิยมในการจัดงานวิ่งมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ สวนลุมพินี สวนหลวง ร.9 และสวนวชิรเบญจทัศ (หรือสวนรถไฟ) ตามลำดับ

ในการแบ่งประเภทของการวิ่งตามระยะทาง พบว่า งานวิ่งส่วนใหญ่จะแข่งขันอยู่ใน 4 รูปแบบ ได้แก่ 1) Fun Run เป็นการวิ่งเพื่อความสนุกสนาน เป็นระยะทางสั้น ๆ ประมาณ 3-5 กิโลเมตร 2) Mini Marathon ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร 3) Half Marathon ระยะทางประมาณ 21 กิโลเมตร และ 4) Full Marathon ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร โดยค่าสมัครจะเพิ่มขึ้นตามระยะทางที่นักวิ่งได้สมัครไว้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยของค่าสมัครในการวิ่งประเภท Fun Run อยู่ที่ 312 บาท Mini Marathon อยู่ที่ 365 บาท Half Marathon และ Full Marathon อยู่ที่ 583 บาท และ 841 บาท ตามลำดับ

ในการจัดงานวิ่งแต่ละงานนั้น ถ้าผู้อ่านเคยได้มีโอกาสเข้าร่วมในงานวิ่ง จะพบว่า มีรายละเอียดของการจัดงานค่อนข้างมาก ทั้งการเตรียมงานก่อนวันงาน ไม่ว่าจะเป็น การประชาสัมพันธ์การลงทะเบียน การรับเสื้อวิ่ง รวมไปถึงในวันจัดงาน ซึ่งโดยปกติงานวิ่งต่าง ๆ นั้น จะจัดโดยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งจัดขึ้นด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน เช่น ครบรอบการก่อตั้งสถาปนาของหน่วยงานนั้น ๆ หรือเป็นการวิ่งประจำปี วิ่งเพื่อการกุศล ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ที่จัด มักจะไม่มีความชำนาญในการจัดงานวิ่งด้วยตัวเอง จึงจำเป็นต้องอาศัยบริษัทรับจัดงานวิ่ง (Running Event Organizer) แบบมืออาชีพขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า (ในที่นี้ก็คือ ผู้ว่าจ้างให้จัดงานวิ่ง) และตัวผู้เข้าร่วมงานวิ่ง ซึ่งปัจจุบัน แทบจะทุกงานวิ่งจะต้องอาศัยบริษัทรับจัดงานวิ่งช่วยจัดงานให้

เมื่องานวิ่งเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ในแต่ละงานมีวิ่งมีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก จนทำให้ผู้จัดงานไม่สามารถดูแลนักวิ่งได้อย่างทั่วถึง ทำให้คุณภาพของการจัดงานวิ่งอาจจะไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้ความพึงพอใจของนักวิ่งในการเข้าร่วมงานวิ่งนั้น ๆ ลดลง จากการศึกษางานวิจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานวิ่ง พบว่า ประเด็นต่าง ๆ ที่นักวิ่งอยากจะให้ผู้จัดงานให้ความสำคัญให้มากที่สุด คือ เรื่องของความปลอดภัยในการวิ่ง ระบบการปฐมพยาบาลช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามด้วยการสร้างบรรยากาศภายในงาน ขั้นตอนการสมัคร และขั้นตอนการรับเสื้อและป้ายหมายเลขประจำตัวก่อนวันงาน

นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้จัดงานวิ่งควรคำนึงนอกเหนือจากการสร้างความพึงพอใจให้กับนักวิ่งแล้ว คือ การนึกถึงผู้อื่นที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิ่ง มี 2 ประเด็น ที่ควรคำนึงถึงในการจัดงานวิ่งบนถนนสาธารณะ คือ 1.การรักษาความสะอาดภายหลังการจัดงาน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในทุก ๆ งานวิ่งนั้น จะมีจุดบริการน้ำดื่มให้กับผู้วิ่งเป็นระยะ ๆ เมื่อผู้วิ่งรับน้ำมาดื่มจากแก้วกระดาษ หรือ แก้วพลาสติก พอดื่มเสร็จก็ต้องทิ้งลงในที่ที่ทางผู้จัดงานได้เตรียมไว้ให้ และภายหลังที่งานวิ่งเสร็จสิ้นลง ผู้จัดงานควรจะรีบจัดการกับขยะต่าง ๆ เพื่อเปิดทางให้ถนนสามารถได้ใช้งานได้ตามปกติ ไม่ให้มีขยะกีดขวางเส้นทางการจราจร

และ 2.การปิดการจราจรบริเวณสี่แยก หรือ การปิดจุดตัดทางรถไฟเป็นเวลานานเกินไปในช่วงเวลาของการวิ่ง เพ่ือให้นักวิ่งสามารถวิ่งได้อย่างต่อเนื่องนั้น อาจทำให้เกิดการจราจรติดขัด สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้เดินทาง ซึ่งถ้าผู้จัดงานคำนึงถึงประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้อย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่สร้างความพึงพอใจให้กับวิ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย

ในครั้งต่อไป ผู้เขียนจะกล่าวถึงการประกอบธุรกิจการรับจัดงานวิ่ง เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงโครงสร้างและรูปแบบของการจัดงานวิ่ง เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบถึงโครงสร้างและรูปแบบของการจัดงานวิ่ง รวมไปถึงการวิเคราะห์สถานการณ์การประกอบธุรกิจการรับจัดงานวิ่งเป็นลำดับถัดไป

ที่มา : http://m.thansettakij.com/content/295237

วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เดิน-วิ่งชิ่งหนี"เบาหวาน"

ผู้หญิงมีโอกาสเป็นเบาหวานมากกว่าผู้ชาย!!!
เดิน-วิ่งชิ่งหนี"เบาหวาน"

          ทั้งนี้จากสถิติเผยว่า ในปัจจุบัน ผู้หญิงมากกว่า 199 ล้านคนทั่วโลกป่วยเป็นโรคเบาหวาน ดังนั้น เนื่องในวันเบาหวานโลก สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดกิจกรรม “Healthy Women, Healthy Families, Healthy Economies” ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท เมอร์ค จำกัด สาขาประเทศไทย โดยภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมเดิน–วิ่ง ระยะทาง 4 กิโลเมตรพร้อมการเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานโดยเฉพาะในผู้หญิง พร้อมตรวจสุขภาพฟรีเพื่อคัดกรองความเสี่ยงในการเป็นเบาหวาน โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย นำไปบริจาคให้แก่น้องๆ ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในความดูแลของ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ต่อไป 

เดิน-วิ่งชิ่งหนี"เบาหวาน"

ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์

          ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า ปัจจุบันอัตราผู้หญิงเป็นเบาหวานมีมากขึ้น โดยเฉพาะในคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมาก หรือเป็นโรคอ้วนนอกจากนี้ผู้หญิงยังมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานมากกว่าผู้ชายเนื่องจากปัจจัยทางด้านสรีระร่างกายและพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หากมีการดูแลตัวเองไม่ดีพอ หรือบางกรณีอาจจะเป็นต่อเนื่องหลังจากคลอดบุตร หรือในบางรายมีโอกาสกลับมาเป็นอีกในระยะ 5–10 ปี  ซึ่งช่วง 24 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ นับเป็นระยะเวลาที่เสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานสูง เพราะเป็นช่วงที่มีการพัฒนาของรกเต็มที่ มีการฮอร์โมนผลิตสูง จึงอาจพบเป็นภาวะดื้ออินซูลินได้ ทั้งนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่เสี่ยงต่อเบาหวาน ได้แก่ กรรมพันธุ์ น้ำหนักเกิน หรือเคยมีประวัติการตั้งครรภ์ผิดปกติ แท้งโดยหาสาเหตุไม่พบ จึงควรตรวจสอบความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์อย่างสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำของแพทย์ ขณะที่ผู้หญิงยังมีโอกาสเกิดโรคถุงน้ำจำนวนมากที่รังไข่ ที่จะทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินได้ ซึ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานที่แตกต่างจากผู้ชาย 
          พญ.วรรณี ยังชี้แจงต่อไปว่า “โรคเบาหวาน หัวใจ  และสมอง มีสาเหตุ 80 เปอร์เซ็นต์ มาจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิต และ 20 เปอร์เซ็นต์ มาจากพันธุกรรม ดังนั้น จึงสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพของตนเองในเรื่องการกินอาหาร การดำเนินชีวิตประจำวัน การออกกำลังกาย รวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่เพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ความเครียด การดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ อย่างไรก็ดี ควรหมั่นตรวจเช็คร่างกายหรือตรวจคัดกรองเบาหวาน โดยเฉพาะเมื่ออายุ 35 ปี และระมัดระวังไม่ให้เกิดภาวะอ้วน อันเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกถึงสุขภาพไม่ดี ซึ่งมีวิธีการเช็คสุขภาพของตัวเองอย่างง่ายๆ  อย่างน้อยเดือนละครั้ง ดั้งนี้ 1.ชั่งน้ำหนัก วัด BMI  2.วัดรอบพุงและความสูงซึ่งรอบพุงต้องไม่เกินครึ่งหนึ่งของความสูงตนเอง จึงถือว่าปกติ และ 3.วัดความดัน เหล่านี้ล้วนเป็นดัชนีสุขภาพของเรา 

เดิน-วิ่งชิ่งหนี"เบาหวาน"

รศ.พญ.ทิพาพร ธาระวานิช-ร.ศ.พญ. สุภาวดี ลิขิตมาศกุล

         ผู้คนทั่วไปมักอาจมีโอกาสเป็นเบาหวานแต่มักไม่รู้ตัวเนื่องจากระยะแรกนั้นอาจไม่พบอาการแสดงออกของโรค จนกว่าจะตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดเกิน 200 มก./ดล. แต่หากระดับน้ำตาลในเลือดเกิน 125 มก./ดล.ถือได้ว่าเป็นเบาหวานแล้ว เหล่านี้เป็นเหตุผลว่าทำไมต้องตรวจคัดกรองเบาหวานซึ่งถ้าสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน เพียงแค่การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและออกกำลังกายก็สามารถช่วยได้ โดยไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยยา” 
          สำหรับประเทศไทยจะมีการให้คำแนะนำในการปฎิบัติตนต่อบุคคลที่เรียกว่า “ว่าที่เบาหวาน” หรือภาวะก่อนเบาหวาน และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ยกตัวอย่างเช่น พบว่าผู้มีระดับน้ำตาลในเลือดเกินมาตรฐานจำนวน 30 คน จากผู้มาตรวจคัดกรอง จำนวน 100 คน แพทย์จะให้คำแนะนำในการปฏิบัติตน ซึ่งหากบุคคลทั้ง 30 คนที่ตรวจพบนี้สามารถปฏิบัติตนตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด จะพบว่ามีเพียง 10-15 คนเท่านั้นที่ป่วยเป็นเบาหวาน  ดังนั้นการป้องกันโรคด้วยวิธีต่างๆ จะช่วยลดการเกิดเบาหวานจริงได้มากถึง 50% หรือสามารถยืดเวลาการเป็นเบาหวานออกไปได้อีก 5-10 ปี ทั้งนี้ ระยะเวลาการเป็นเบาหวานขึ้นอยู่กับอายุที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน 

เดิน-วิ่งชิ่งหนี"เบาหวาน"

          ปัจจุบัน จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย พบว่ามีผู้ป่วยเบาหวาน 4.8 ล้านคน (2557) เมื่อเทียบกับปี 2552 ที่ 3.3 ล้านคน เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 2 แสนคน และพบว่าคนรุ่นใหม่มีโอกาสเป็นเบาสูงมากขึ้น     จากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นวันเบาหวานโลกในปีนี้ จึงให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้หญิง ในการดูแลและป้องกันเบาหวานให้กับตนเองและครอบครัว ในฐานะของแม่บ้าน ภรรยา และแม่ที่ดูแลความเป็นอยู่และโภชนาการของทุกคนในครอบครัว จึงถือเป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลเบาหวานไม่เพียงระดับครอบครัวเท่านั้น แต่ส่งผลถึงเศรษฐกิจของประเทศ กล่าวคือหากจำนวนผู้ป่วยเบาหวานเพิ่มมากขึ้น ภาระค่าใช้จ่าย ที่จะต้องเสียในการดูแลรักษาก็ย่อมต้องเพิ่มขึ้นทั้งเรื่องยา การวินิจฉัย ค่าเดินทางเพื่อรักษา ที่พัก ฯลฯ ซึ่งรัฐบาลก็ต้องจัดสรรงบประมาณมาช่วยเหลือ และยังส่งผลถึงคุณภาพประชากรของประเทศ ฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่สังคมเกินความจำเป็น เราควรที่จะหันมาดูแลรักษาสุขภาพตนเอง  ด้วยการออกกำลังกาย ทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ในปริมาณที่สมดุลพอเหมาะและควบคุมน้ำหนักของตนเอง เป็นต้น

เดิน-วิ่งชิ่งหนี"เบาหวาน"

ปัญญา กิจเจริญการกุล

          โดย ปัญญา กิจเจริญการกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมอร์ค จำกัด สาขาประเทศไทย เผยว่า “เมอร์ค ได้ให้ความสนับสนุน สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ จัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น เพื่อสร้างภูมิต้านทานห่างไกลโรค โดยร่วมรณรงค์ให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้หญิงและครอบครัวหันมาดูแลสุขภาพตนเอง ไปพร้อมๆ กับการมีส่วนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยเฉพาะน้องๆ เยาวชนที่กำลังเผชิญโรคนี้ ซึ่งเรารู้สึกดีใจที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย ได้นำไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือน้องๆ ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 ในความดูแลของ "สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ" ต่อไป 

ที่มา : http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/307710#.Wnwo1_3laag.facebook

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ประวัติคุณจอห์น โวลันเธน ในเรื่องวิ่ง

รอยยิ้มแบบนี้คงเป็นภาพแรกๆ ที่จุดแสงสว่าง
ในใจให้น้องๆ หมูป่าท่ามกลางความมืดชื้นในถ้ำ
วันนี้มีข่าวดี จากผู้เสียสละ ผู้กล้า ผู้ทุ่มเท ผู้ปิดทอง
หลังพระที่ไม่อาจกล่าวถึงได้หมด 
ผมขอถือโอกาสเป็นฤกษ์ดี
เปิดเพจด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกครับ
.
⚡️⚡️
⚡️
เนื่องจากมีข่าวสารเรื่องนี้หลายด้าน 
เพจรันนิ่งอินไซด์เดอร์ 
ขอเล่าด้านที่ตรงกับความสนใจและพอมีข้อมูล
.
คุณจอห์น โวลันเธน ปัจจุบันอายุ 47 ปี เป็นชาวอังกฤษ 
เขามีชีวิตอีกด้าน เป็น "นักวิ่งอัลตร้ามาราธอน"
ผ่านการวิ่งระยะไกลระดับ 100Km ,100Miles มากกว่า 8 สนามในรอบ 5 ปีนี้ หากเสิร์จชื่อของเขา 
นอกจากพบข่าวที่ดังไปทั่วโลกขณะนี้แล้ว
.
ยังมี Link นี้ [https://bit.ly/2tQpdTf]
ที่บอกเล่าความตั้งใจในการวิ่งระยะทาง 246 กิโลเมตร
แบบ Non-Stop ในงานสุดทรหด
ที่ชื่อว่า "สปาแทธลอน" (Spartathlon) ที่จัดขึ้น
ที่ประเทศกรีซ ช่วงเดือนกันยายน
นักวิ่งรายการนี้ต้องผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์ 
ก่อนคริสตกาล 490 ปี 
จากจุดตั้งทัพเปอร์เซียร์ วิ่งมายังกรุงเอเธนส์ 
นักโบราณคดีส่วนหนึ่ง ระบุว่า
เส้นทางสายนี้ทำให้เกิด "กีฬามาราธอน" อย่างทุกวันนี้
เพราะตำนานของ "ฟิดิปปิเดซ" (Pheidippides) ใช้เส้นทางนี้
วิ่งมาส่งสารจากสนามรบแล้วขาดใจตาย 
*แต่ต่อมามีทฤษฎีอื่น ที่ออกมาค้านเรื่องนี้ครับ 
.

⚡️⚡️
⚡️
คุณจอห์น โวลันเธน เคยไปร่วมวิ่ง Spartathlon ครั้งแรกใน 2015
แต่ทำได้ 90 ไมล์ ( 144Km)
ในปี 2016 เขากลับไปจบ 246 กิโลเมตรที่เวลา 34 ชั่วโมง 34 นาที (34:34 hrs) 
.
แน่นอนว่า ย่อมผ่านการทดสอบที่เอาเรื่อง ลมกรรโชกแรงที่ริมทะเล
เมดิเตอร์เรเนียนโดยปลายทางที่เส้นชัย
ของงานนี้ คือ อนุสาวรีย์ "เลโอไนดัส" Leonidas Monument
แม่ทัพผู้กล้าแห่งตำนานสปาร์ตัน ที่นำนักรบ 300 นายไปกร่ำศึก
แล้วสู้สุดชีวิตในวงล้อม มีประโยคดังก้องเป็นตำนานว่า 'Spartans Never Surrender" - " This is Spartan" 
.
เข้าใจว่านักวิ่งที่สนใจไปร่วมวิ่ง "สปาแทตลอน"
ก็คงอาบอิ่ม ฮึกเหิมไปด้วยสปิริตนักสู้เช่นนั้น
ใน ภ.โปรโมทสนามนี้มีภาพนักวิ่งหลั่งน้ำตา ก้มลงจูบเท้า
อนุสาวรีย์ เลโอไนดัสที่พวกเขาฝ่าฝันระยะทางวิ่งมาถึง
เส้นชัยสปาร์ตัน จอห์น โวลันเธน คือ 1 ใน 234 ชีวิตที่ทำได้อย่างภาคภูมิ ชีวิตด้านอื่นไม่ว่าจะเป็นนักสำรวจถ้ำ นักดำน้ำลึก 
นักกู้ภัยใจพระ ให้พี่ๆ ท่านอื่นที่สันทัดกรณีเล่าต่อนะครับ
.
.
🏅ฉายภาพประวัติอัลตร้ามาราธอนที่เด่นๆ ของ จอห์น โวลันเธน

2017 
👟Thames Path - 100 Miler งานวิ่งอัลตร้าในลอนดอน 
ระยะวิ่ง 160 km จอห์นจบที่ 21:36:44 Hrs

👟 Cappadocia Ultra Trail - 110K งานวิ่งอัลตร้าในตุรกี
ภูมิประเทศกึ่งทะเลทราย จอห์นจบที่ 17:43:13 Hrs

👟 South Downs Way 100 - 100 Miler งานวิ่งอัลตร้าในทุ่งกว้างอังกฤษ ระยะวิ่ง 160 km+ จอห์นจบที่ 19:56:28 Hrs
*เข้าใจว่านี้เป็น PB ในสนามนี้ของจอห์น

2015
👟 Rocky Raccoon - 100 Miler ข้ามฝั่งมาวิ่งงานอัลตร้าที่เท็กซัส
ภูมิประเทศป่าโป่ง ระยะวิ่ง 160 km+ จอห์นจบที่ 22:56:33 Hrs

ผมเห็นข้อมูลต่างๆ พบว่า จอห์น โวลันเธน ที่สังเกตได้ คือ
เขาติดอันดับ Top 100 ในสนามที่ไป [https://bit.ly/2u1ci07]

ตามข้อมูลจอห์นเข้าสู่โลกการวิ่งอัลตร้ามาราธอนในปี 2013
เริ่มจากระยะ 50ไมล์ 80Km | 9:40:00 Hrs ถือว่า ฝีเท้าดีมากๆ 
สำหรับวัย 42 ที่วิ่งมาราธอนมาก่อนหน้านั้น 
.
.
🛡
ข่าวล่าสุดที่อัพเดตเมื่อ 31 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา
คุณจอห์นได้ร่วมทีม British Spartathlon เขาน่าจะได้
ลงสนามวิ่ง 246KM ในกรีซอีกครั้งในกันยายนนี้ 
ถ้าไม่ติดภาระกิจเสียสละอื่นๆ
.
.
คำแนะนำที่คุณจอห์น บอกไว้สำหรับการไปวิ่งอัลตร้าครั้งแรก คือ
ให้บริหารการเดินเป็นส่วนมาก และบริหารเวลาการเข้าจุด Check Point 
ให้ดี

เครดิต : https://www.facebook.com/runninginsider/posts/259326578166262

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

อาการปวดกล้ามเนื้อ DOMS หลายคนเป็นอยู่...แต่ไม่รู้ตัว

DOMS ย่อมาจาก "Delayed Onset Muscle Soreness” คือ ความรู้สึกปวดตึงกล้ามเนื้อภายหลังจากการออกกำลังกาย อาจเป็นเพราะออกกำลังกายหนักมากเกินไป อาการปวดนี้มักเกิดบริเวณกล้ามเนื้อน่อง และกล้ามเนื้อต้นขา ซึ่งสาหตุการเกิดมีอยู่หลายปัจจัย เช่น การหดเกร็งของกล้ามเนื้อ การบาดเจ็บหรือการอักเสบของเนื้อเยื่อ แต่ไม่ต้องกังวัลเพราะเราสามารถบรรเทาอาการปวดประเภทนี้ในเบื้องต้นได้ ด้วยการใช้ตัวยาที่มีประสิทภาพในการลดอาการปวดอักเสบ เช่น ตัวยาไดโคลฟีแนค1% เพื่อช่วยลดอาการอักเสบ แทนการใช้ยาบรรเทาปวดสูตรร้อนและสูตรเย็นที่ให้ความรู้สึกแค่เฉพาะผิวหนัง เพราะตัวยาที่มีส่วนผลมของไดโคลฟีแนคจะสามารถซึมผ่านผิวหนังช่วยลดอาการปวดประเภท DOMS ได้เป็นอย่างดี หรือถ้าเพื่อนๆ คนไหนที่อยากรู้เรื่องอาการปวดประเภทอื่นๆ สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.thejoyofmovementthailand.com ได้เลยนะคะ

ที่มา : https://www.facebook.com/THEJOYOFMOVEMENTTHAILAND/photos/a.306688529685699.1073741833.277181009303118/551802405174309/?type=3

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แด่มาราธอนเนอร์ และ กับดักความเร็ว

แด่มาราธอนเนอร์

ประสบการณ์จะสอนให้คุณเรียน
รู้จังหวะการผ่อนหนักผ่อนเบา

เมื่อคุณลงสนาม มีแต่ตัวคุณเองเท่านั้น
ที่จะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เดียว
ที่คุณมีสิทธิ์ร้องขอหรือบนบานให้ช่วย

ไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆที่จะเกิดขึ้น
นอกจากการฝึกซ้อมที่สมบูรณ์แบบ
" เพื่อมาราธอน "

ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
17 กุมภาพันธ์ 2561


กับดักความเร็ว

ถ้าคุณเพลินและหลงอยู่กับการทำความเร็วในระยะทางสั้นๆ
ในขณะที่ยังไม่สามารถอดทนต่อความเมื่อยล้า
เมื่อต้องวิ่งในระยะทางที่ยาวไกลในระยะทางอย่างน้อย 3/4 ของมาราธอน
คุณจะพบกับความน่าสพรึงกลัวของมาราธอน

ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี

21 กุมภาพันธ์ 2561

ที่มา : https://www.facebook.com/SathavornRunningClub/photos/a.614330601918791.1073741827.278844635467391/1820958194589353/?type=3

https://www.facebook.com/SathavornRunningClub/photos/a.614330601918791.1073741827.278844635467391/1825479510803888/?type=3