- วิ่งทำให้สุขภาพแข็งแรง
- วิ่งทำให้มีความสุขทางกายทางใจ
- วิ่งทำให้สดชื่นกระปรี้กระเปร้า
- วิ่งทำให้ไม่เป็นโรคไม่เรื้อรัง
- วิ่งทำให้กินอาหารมีประโยชน์
- วิ่งทำให้ได้ไปเที่ยว (เมื่อก่อนไปเที่ยวเรื่อยเปื่อย ตั้งแต่วิ่งจะไปไหนต้องมีงานวิ่งพ่วงจึงจะพากันไป)
- วิ่งทำให้ประหยัด (ไม่ต้องเสียเงินซื้ออาหาร เครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่นเหล้า เบียร์ ขนมหวาน)
- วิ่งทำให้ได้เพื่อนใหม่
- วิ่งทำให้เท่ หล่อ Handsome
- วิ่งวันนี้ทำให้ได้วิ่งวันต่อๆ ไป
- วิ่งทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น
- วิ่งทำให้รู้จักการอดทน
- วิ่งทำให้มีน้ำใจนักกีฬา
- วิ่งทำให้ชะลอความแก่ ลืมแก่
- วิ่งทำให้ไม่กลัวความตาย
- วิ่งทำให้อยากให้ถึงวันต่อไปที่จะได้วิ่ง
- วิ่งทำให้รู้จักการวางแผน
- วิ่งทำให้คนครอบครัวได้วิ่งด้วย
- วิ่งต้านมะเร็ง
- วิ่งเพื่อกระดูก
- วิ่งทำให้เส้นผมกลับมาดกดำ
- วิ่งสมาธิ
- วิ่งหนีหมอ
- วิ่งอนุรักษ์ธรรมชาติ
- วิ่งทำให้ sex ไม่เสื่อม
- วิ่งสร้างงาน
- วิ่งเพื่อมิตรภาพ
- วิ่งเพื่อเอาชนะ
- วิ่งเสรีชน
- วิ่งล่ารางวัล
- วิ่งล่าฝัน
- วิ่งตามฝัน
- วิ่งหาแฟน
- วิ่งสู้ฟัด
- วิ่งชมวิว
- วิ่งไปได้ไกลขึ้น
- เดินวิ่งปั่นป้องกันอัมพาต
- วิ่งทำให้ได้แต่งตัวสวยๆ
- วิ่งทำให้ได้ตากแดด
- วิ่งทำให้ตื้นเต้น ตื่นตัว
- วิ่งทำให้ติดวิ่ง (สารเคมีเอ็นโดรฟิน)
- วิ่งทำให้ได้เข้าสังคมดีๆ
- วิ่งทำให้ได้ขึ้นเครื่องบิน
- วิ่งทำให้ลดความเครียด
วันศุกร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560
ประโยชน์ 108 จากการวิ่ง
พอเราวิ่งมาได้ซัก 1 ปีครึ่ง ก็เริ่มคิดถึงประโยชน์ที่ได้รับจากการทุ่มเทให้กับการวิ่ง พอแยกแยะได้ดังนี้
วันอังคารที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2560
ฝึกซ้อมวิ่งชายทะเล
ตามโปรแกรมการฝึกซ้อมวิ่งยาวเพื่อเชียงรายมาราธอน ประจำ week 14 ต้องวิ่งยาว 19K ในวันอาทิตย์ กอรปกับเดินทางไปบ้านเกิดต่างจังหวัดที่สามร้อยยอด จึงได้วิ่งชายทะเล
หาดนี้มีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร เริ่มต้นที่หมู่บ้านหนองข้าวเหนียวไปถึงศูนย์ ปภ. หมู่บ้านหัวตาลแถว มีทาง 3 แบบให้เลือกวิ่งคือ ทางราบถนนยางมะตอย, ทางปั่นจักรยานถนนปูหิน และชายหาด
ช่วงเริ่มต้นวิ่งตัวผมใช้ทางราบไปราวๆ 30 นาที แล้วเปลี่ยนไปใช้ทางจักรยานในช่วงที่สะดวก และช่วงใกล้ถึงศูนย์ฯ วิ่งชายหาด
สนุกทั้ง 3 แบบ วิ่งไป 2 ชั่วโมง วันนี้ชายหาดไม่สวยเพราะเป็นช่วงมรสุม ส่วนทางราบรถสัญจรน้อยมาก ช่วงที่วิ่ง 6 โมงเช้า สุนัขน้อยไม่รบกวนการวิ่ง มีนทท.ปั่นจักรยานซัก 10 คัน นทท.วิ่ง 3 คน และก็ทางจักรยานจะแข็งๆ เป็นลูกคลื่น ถือว่าเป็นการวิ่งไปนวดฝ่าเท้าไปด้วย
ภาพประกอบนี้เป็นชายหาดช่วงหน้าร้อน ทางจักรยานปูหินจะอยู่ด้านขวามือข้างๆต้นส้น ต้นมะพร้าว ถัดไปก็เป็นทางราบถนนยางมะตอย
วันจันทร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560
วิธีป้องกันอาการปวดเมื่อยเท้า เมื่อต้องเดิน-ยืนนาน ๆ
วิธีป้องกันอาการปวดเมื่อยเท้า เมื่อต้องเดิน-ยืนนาน ๆ
- ใส่รองเท้าที่มีพื้นนิ่มและหลวมเล็กน้อย เพื่อลดแรงกดที่เท้า
- พักการยืนบ่อย ๆ โดยหย่อนขาข้างหนึ่ง เพื่อลดแรงกดที่เท้าข้างเดียวซ้ำ ๆ จนเกิดอาการปวดหรือบวมขึ้นได้
- ยืนสลับนั่ง พยายามอย่ายืนท่าเดิมนาน ๆ ให้สลับมานั่งพักบ้างเพื่อเป็นการพักขาและเท้าไปในตัว
- ย่ำเท้าเมื่อรู้สึกเมื่อย หรือเดินไป-มา ประมาณ 2-3 นาที เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนจากขากลับเข้าสู่หัวใจดีขึ้น ป้องกันเส้นเลือดขอด

- ใส่รองเท้าที่มีพื้นนิ่มและหลวมเล็กน้อย เพื่อลดแรงกดที่เท้า
- พักการยืนบ่อย ๆ โดยหย่อนขาข้างหนึ่ง เพื่อลดแรงกดที่เท้าข้างเดียวซ้ำ ๆ จนเกิดอาการปวดหรือบวมขึ้นได้
- ยืนสลับนั่ง พยายามอย่ายืนท่าเดิมนาน ๆ ให้สลับมานั่งพักบ้างเพื่อเป็นการพักขาและเท้าไปในตัว
- ย่ำเท้าเมื่อรู้สึกเมื่อย หรือเดินไป-มา ประมาณ 2-3 นาที เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนจากขากลับเข้าสู่หัวใจดีขึ้น ป้องกันเส้นเลือดขอด

ยืนด้วยขาข้างเดียว เอาเท้าอีกข้างเหยียบบนลูกเทนนิส มือจับไว้ที่เก้าอี้ รักษาสมดุลโดยให้ส้นเท้าอยู่บนพื้น หายใจเข้าลึกๆ 30 วินาที - 1 นาที แล้วขยับลูกบอลบนฝ่าเท้า 30 วินาที พยายามนวดฝ่าเท้าทุกส่วน รวมถึงส่วนโค้งของฝ่าเท้า ถ้าบริเวณไหนปวดมาก ก็นวดตรงนั้นนานหน่อย แล้วทำแบบเดียวกันกับเท้าอีกข้าง

ที่มา : มิลนิธิหมอชาวบ้าน กับ http://www.liekr.com/post_151236.html
วันศุกร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560
อย่าเน้นความเร็ว
นักวิ่งไม่ว่าจะเป็นหน้าใหม่ หน้าเก่า
มักจะให้ความสำคัญในเรื่องของความเร็วในการวิ่ง
เราจึงจะเห็นการสื่อสารที่ออกมาแต่ละวันของนักวิ่ง
จะมีแต่เรื่องของอัตราความเร็วออกมาเป็นส่วนใหญ่
เมื่อเน้นความเร็วสิ่งที่จะตามมาก็คือวิธีการฝึก
เพื่อให้ได้ความเร็วที่ต้องการ โดยมีองค์ประกอบอื่นๆ
มาเป็นตัวช่วยสนับสนุน
หัวข้อหลักๆในการฝึกจึงไม่พ้นไปจากการเร่งเวลา
ในการฝึกซ้อม เพื่อให้เกิดผลในการพัฒนาที่ต้องการ
อย่างข้ามขั้นหรือก้าวกระโดด
อาจมีบ้างที่ประสบความสำเร็จ
แต่ก็คงมีอีกจำนวนมากที่ต้องพบกับอาการบาดเจ็บ
ก่อนไปถึงดวงดาวที่คาดฝัน
สาเหตุหลักๆที่เกิดขึ้นจริงเป็นส่วนใหญ่
ก็จะเป็นการเพิ่มความหนักอย่างต่อเนื่อง ขึ้นทุกๆวัน อาทิ
การเพิ่มความเร็วที่มากเกินในระยะทางวิ่งที่เคยวิ่ง
การเพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้นอย่างก้าวกระโดด เช่น
จากเดิมที่เคยวิ่ง 10 กม.ในความเร็ว 5 นาทีต่อกม.
ก็พยายามเค้นให้ลงมาที่ 4.40 - 4.50 นาทีต่อกม.
และยังพยายามที่จะเค้นให้ความเร็วดีขึ้นทุกๆวัน
หรือจากเดิมที่เคยวิ่งไกลที่สุดในรอบสัปดาห์ 10 กม.
ก็เพิ่มเป็น 15 หรือ 20 กม.โดยใช้ความเร็วเดิมๆที่เคยวิ่ง
หรือการวิ่งโดยใช้แรงต้าน ขึ้นเขาติดต่อกันหลายๆครั้ง
ในหนึ่งสัปดาห์
อย่าเพิ่งเน้นความเร็วครับ วิ่งช้าๆให้เป็นก่อน
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
8 กันยายน 2560
มักจะให้ความสำคัญในเรื่องของความเร็วในการวิ่ง
เราจึงจะเห็นการสื่อสารที่ออกมาแต่ละวันของนักวิ่ง
จะมีแต่เรื่องของอัตราความเร็วออกมาเป็นส่วนใหญ่
เมื่อเน้นความเร็วสิ่งที่จะตามมาก็คือวิธีการฝึก
เพื่อให้ได้ความเร็วที่ต้องการ โดยมีองค์ประกอบอื่นๆ
มาเป็นตัวช่วยสนับสนุน
หัวข้อหลักๆในการฝึกจึงไม่พ้นไปจากการเร่งเวลา
ในการฝึกซ้อม เพื่อให้เกิดผลในการพัฒนาที่ต้องการ
อย่างข้ามขั้นหรือก้าวกระโดด
อาจมีบ้างที่ประสบความสำเร็จ
แต่ก็คงมีอีกจำนวนมากที่ต้องพบกับอาการบาดเจ็บ
ก่อนไปถึงดวงดาวที่คาดฝัน
สาเหตุหลักๆที่เกิดขึ้นจริงเป็นส่วนใหญ่
ก็จะเป็นการเพิ่มความหนักอย่างต่อเนื่อง ขึ้นทุกๆวัน อาทิ
การเพิ่มความเร็วที่มากเกินในระยะทางวิ่งที่เคยวิ่ง
การเพิ่มระยะทางให้ไกลขึ้นอย่างก้าวกระโดด เช่น
จากเดิมที่เคยวิ่ง 10 กม.ในความเร็ว 5 นาทีต่อกม.
ก็พยายามเค้นให้ลงมาที่ 4.40 - 4.50 นาทีต่อกม.
และยังพยายามที่จะเค้นให้ความเร็วดีขึ้นทุกๆวัน
หรือจากเดิมที่เคยวิ่งไกลที่สุดในรอบสัปดาห์ 10 กม.
ก็เพิ่มเป็น 15 หรือ 20 กม.โดยใช้ความเร็วเดิมๆที่เคยวิ่ง
หรือการวิ่งโดยใช้แรงต้าน ขึ้นเขาติดต่อกันหลายๆครั้ง
ในหนึ่งสัปดาห์
อย่าเพิ่งเน้นความเร็วครับ วิ่งช้าๆให้เป็นก่อน
ครูดิน สถาวร จันทร์ผ่องศรี
8 กันยายน 2560
วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2560
ทริค แอนด์ ทิป ดีๆ สำหรับนักวิ่งเทรลมือใหม่
ปลายสัปดาห์แบบนี้ เรามาดู ทริค แอนด์ ทิป ดีๆ
สำหรับนักวิ่งเทรลมือใหม่กันหน่อยดีไหมคะ
มีอะไรบ้างล่ะ มาดูกันเลยค่าาาาา
.
1. การฝึกกล้ามเนื้อหรือ Resistance training อย่างเช่น การวิดพื้น สควอชและแพลงกิ้งค่ะ ซึ่งจะเสริมสร้างความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อ Core และ Lower โดยจะช่วยลดอาการบาดเจ็บของนักวิ่งได้ และพร้อมรับ Workload หนักๆ ได้
2. Short stride เป็นการ การซอยเท้าให้ถี่และสั้นลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวมากขึ้น
3. เวลาวิ่งนั้น ให้มองไปพื้นที่ข้างหน้า เพื่อสแกนเส้นทางวิ่ง ห่างจากตัวประมาณ 3-5 เมตร อย่ามัวแต่มองวิวสองข้างทางกันจนลืมดูเส้นทางวิ่งกันนะคะ
4. การวิ่งแบบอกผายไหล่ผึ่ง จะช่วยให้ปอดมีพื้นที่ในการฟองตัวเต็มที่ แถมช่วยคลายแรงกดบนกล้ามเนื้อหลังและคอได้ด้วยล่ะค่ะ
5. การกางศอกออก และปล่อยแขนตามสบาย โดยเฉพาะเวลาวิ่งลงเขานั้น จะช่วยสร้างสมดุลเวลาวิ่งบนทางขรุขระได้มากขึ้น
6. การวิ่งแบบลงเต็มเท้า หรือบริเวณ Midfoot จะช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสได้มากขึ้น อีกทั้งช่วยสร้างความมั่นคง บาลานซ์และแรงยึดเกาะได้ดีมากกว่าการลง Forefoot แต่ถ้าวิ่งจนชำนาญระดับโปรแล้วจะเร่งความเร็วลง Forefoot ก็ได้ไม่ว่ากันเลยค่ะ
.
วันนี้ขอเอามาฝากกัน 6 ข้อเบาๆ เอาไว้เตรียมตัวเบื้องต้นกันก่อนนะคะ
แล้วแอดมินจะเอาทริคและสาระดีๆมาฝากเพื่อนๆ กันอีกในคราวต่อไปค่ะ
ว่าแต่ว่า ใครมีทริคอะไรดีๆ มาแชร์และแบ่งปันกันได้เลยนะค๊า ^___^
.
สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะวิ่งระยะไหนนั้น
ขอให้เร่งตัดสินใจกันหน่อยนะค๊า เพราะใกล้จะปิดรับสมัครกันแล้วค่าาา
ส่วนที่ใครสมัครแล้วยังไม่ชำระเงิน ก็อย่าลืมชำระค่าสมัครกันด้วยนะคะ
.
เว็บไซต์รับสมัคร www.runningconnect.com
รายละเอียดการแข่งขัน
http://bit.ly/TNT2017_reg
.
สำหรับปีนี้ เราไม่มีการรับ Race Pack ล่วงหน้าที่กรุงเทพฯ ค่ะ
หากเพื่อนๆ ท่านใดคาดว่าจะไม่สะดวกมารับเองได้ที่ตะนาวศรี
ขอแนะนำให้ใช้วิธีให้จัดส่ง ปณ. จะสะดวกกว่าค่า
สำหรับนักวิ่งเทรลมือใหม่กันหน่อยดีไหมคะ
มีอะไรบ้างล่ะ มาดูกันเลยค่าาาาา
.
1. การฝึกกล้ามเนื้อหรือ Resistance training อย่างเช่น การวิดพื้น สควอชและแพลงกิ้งค่ะ ซึ่งจะเสริมสร้างความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อ Core และ Lower โดยจะช่วยลดอาการบาดเจ็บของนักวิ่งได้ และพร้อมรับ Workload หนักๆ ได้
2. Short stride เป็นการ การซอยเท้าให้ถี่และสั้นลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวมากขึ้น
3. เวลาวิ่งนั้น ให้มองไปพื้นที่ข้างหน้า เพื่อสแกนเส้นทางวิ่ง ห่างจากตัวประมาณ 3-5 เมตร อย่ามัวแต่มองวิวสองข้างทางกันจนลืมดูเส้นทางวิ่งกันนะคะ
4. การวิ่งแบบอกผายไหล่ผึ่ง จะช่วยให้ปอดมีพื้นที่ในการฟองตัวเต็มที่ แถมช่วยคลายแรงกดบนกล้ามเนื้อหลังและคอได้ด้วยล่ะค่ะ
5. การกางศอกออก และปล่อยแขนตามสบาย โดยเฉพาะเวลาวิ่งลงเขานั้น จะช่วยสร้างสมดุลเวลาวิ่งบนทางขรุขระได้มากขึ้น
6. การวิ่งแบบลงเต็มเท้า หรือบริเวณ Midfoot จะช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสได้มากขึ้น อีกทั้งช่วยสร้างความมั่นคง บาลานซ์และแรงยึดเกาะได้ดีมากกว่าการลง Forefoot แต่ถ้าวิ่งจนชำนาญระดับโปรแล้วจะเร่งความเร็วลง Forefoot ก็ได้ไม่ว่ากันเลยค่ะ
.
วันนี้ขอเอามาฝากกัน 6 ข้อเบาๆ เอาไว้เตรียมตัวเบื้องต้นกันก่อนนะคะ
แล้วแอดมินจะเอาทริคและสาระดีๆมาฝากเพื่อนๆ กันอีกในคราวต่อไปค่ะ
ว่าแต่ว่า ใครมีทริคอะไรดีๆ มาแชร์และแบ่งปันกันได้เลยนะค๊า ^___^
.
สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะวิ่งระยะไหนนั้น
ขอให้เร่งตัดสินใจกันหน่อยนะค๊า เพราะใกล้จะปิดรับสมัครกันแล้วค่าาา
ส่วนที่ใครสมัครแล้วยังไม่ชำระเงิน ก็อย่าลืมชำระค่าสมัครกันด้วยนะคะ
.
เว็บไซต์รับสมัคร www.runningconnect.com
รายละเอียดการแข่งขัน
http://bit.ly/TNT2017_reg
.
สำหรับปีนี้ เราไม่มีการรับ Race Pack ล่วงหน้าที่กรุงเทพฯ ค่ะ
หากเพื่อนๆ ท่านใดคาดว่าจะไม่สะดวกมารับเองได้ที่ตะนาวศรี
ขอแนะนำให้ใช้วิธีให้จัดส่ง ปณ. จะสะดวกกว่าค่า
วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560
การวิ่งกับการใช้แรง
แรงจูงใจ คือ อะไรบางอย่างที่โน้มน้าว
แรงบันดาลใจ คือ สิ่งที่คิดถึงอยู่ร่ำไป
แรงกาย คือ การฝึกซ้อม
แรงใจ คือ ความรู้สึกฮึกเหิมจากสิ่งกระตุ้น
แรงปรารถนา คือ เป้าหมาย
แรงปฏิกิริยา คือ เนินเขา , ระยะทางไกล, ความเร็ว
แรงอธิษฐาน คือ คำข้อจากใจเพื่อให้ได้มาซึ่งแรงใจ
แรงริษยา คือ อารมณ์ทางใจต่อสิ่งไม่พึ่งปรารถนา
แรงดึง คือ ต้องพยายามดึงสติไว้ตลอดเวลาขณะวิ่ง อย่าคิดมาก ฟุ้งซานเพราะสมองทำงานเยอะใช้ออกซิเจนเยอะมีผลต่อประสิทธิภาพการวิ่ง
แรงผลักดัน ตรงข้ามกับ แรงปฏิกิริยา
แรงบันดาลใจ คือ สิ่งที่คิดถึงอยู่ร่ำไป
แรงกาย คือ การฝึกซ้อม
แรงใจ คือ ความรู้สึกฮึกเหิมจากสิ่งกระตุ้น
แรงปรารถนา คือ เป้าหมาย
แรงปฏิกิริยา คือ เนินเขา , ระยะทางไกล, ความเร็ว
แรงอธิษฐาน คือ คำข้อจากใจเพื่อให้ได้มาซึ่งแรงใจ
แรงริษยา คือ อารมณ์ทางใจต่อสิ่งไม่พึ่งปรารถนา
แรงดึง คือ ต้องพยายามดึงสติไว้ตลอดเวลาขณะวิ่ง อย่าคิดมาก ฟุ้งซานเพราะสมองทำงานเยอะใช้ออกซิเจนเยอะมีผลต่อประสิทธิภาพการวิ่ง
แรงผลักดัน ตรงข้ามกับ แรงปฏิกิริยา
วันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560
จบการฝึกซ้อมวิ่งยาว 35K ประจำ week 13 สำหรับงานเชียงรายมาราธอน
@สวนลุมพินี เริ่ม ตี 4 ครึ่ง จบ 8 โมงเช้า ผลการวิ่งคือ
ข้อสังเกตุ
- 10K (4 รอบแรก) ทำเวลาได้ 59 นาที
- 20K (8 รอบผ่าน) ทำเวลาได้ 1:03 ชม.
- 30K (12 รอบผ่าน) ทำเวลาได้ 1:05 ชม.
- 35K (2 รอบสุดท้าย) ทำเวลาได้ 34 นาที
ข้อสังเกตุ
- ร่างกายโดยรวมปกติ ยกเว้นเจ็บกล้ามเนื้อก้นและต้นขาขวา
- 2 รอบสุดท้ายไม่ยุบไม่ท้อ (เป็น 2 รอบที่รอคอยหลังจากวิ่งผ่านไป 30K เพื่อจะดูว่าร่างกายจิตใจมีอาการอย่างไรบ้างเมื่อจะถึงระยะ 35K)
- กินสปอนเซอร์ 2 ครั้ง ตอน 20K กับ 30K กินน้ำทุก 2.5K หลังจากผ่าน 10K แล้ว
- กินแตงกวาดองมื้อเย็นวันเสาร์และก่อนวิ่ง 1 ชม. ปริมาณ ครึ่งถ้วยน้ำพริก
- ไม่เกิดตะคริว แต่มีอาการกล้ามเนื้อหน้าแข้งและน่องกระตุกนิสๆ ตอน 30K ขึ้น
"กล้ามเนื้อหลังจากการวิ่งจะมีอาการบาดเจ็ดนิสหน่อย เจ็บกล้ามเนื้ออยู่ 48 - 72 ชม. ถ้าใครบาดเจ็บยาวกว่านั้นแนะนำให้ไปพบแพทย์"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





