วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

13 นาทีต่อรอบสวนลุม


2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาทดลองวิ่ง รอบแรกของสวนลุมด้วยความเร็ว 16 นาที รอบสองก็ใช้เวลาเท่ากันสังเกตุจังหวะการหายใจจะไม่ต้องหายใจทางปากเลย การก้าวเท้าจะปวดน่องด้านหน้านิดหน่อย ส่วนอื่นปกติดี

รอบสามหลังจากกินน้ำเร่งจังหวะซอยขา หายใจทางปากและก้าวยาวขึ้น เอนตัวไปข้างหน้าอีกนิด สามารถควบคุมการวิ่งจนได้ระยะเกือบ 2 กม.(คือเกือบครบรอบสวนลุม) แต่ช่วง 500 เมตรสุดท้ายจะเริ่มเจ็บจุกๆ ชายโครงนิดๆ ต้นขามีอาการอ่อนล้า ความเร็วลดลงแต่ไม่มาก

จำได้ว่า 2 เดือนก่อนเร่งได้ราวๆ 400 เมตรเท่านั้น และปีที่แล้วหน้าฝนวิ่งทำเวลาดีที่สุดที่นี้ ได้ 12.57 นาที

ต่อไปจะทดลองวิ่งด้วยความเร็ว 13 นาทีต่อรอบสวนลุม ให้ได้ 2 รอบติดต่อกัน

วันเสาร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

8 แนวทาง ที่จะทำให้คุณวิ่งได้ไกลขึ้น

ซ้อมมากแค่ไหน ก็วิ่งไม่ได้ไกลขึ้นสักที แบบนี้จะเพิ่มระยะการวิ่งในการแข่งขันได้อย่างไร เอาเป็นว่าใจเย็นๆ แล้วลองมาดู 8 แนวทาง ที่จะช่วยให้คุณวิ่งได้ไกลขึ้น หากนำไปปรับใช้กับการฝึกซ้อมของคุณกันดีกว่า

1. อย่าเร่งความเร็วมากไป
สำหรับการวิ่งระยะยาวคุณจะต้องเซฟพลังงานร่างกายเอาไว้ใช้ภายหลังบ้าง และสิ่งที่จะช่วยให้คุณทำอย่างนั้นได้คือการไม่เร่งฝีเท้ามากเกินไปนัก

บางทีคุณอาจจะพยายามผ่อนคลายด้วยการวิ่งไปคุยไป หรืออะไรก็ได้ในแนวทางของคุณที่ทำให้คุณไม่เบื่อการวิ่งยาวๆ แต่ให้จำใส่ใจเอาไว้ว่า ให้ลดความเร็วการวิ่งลงในทุกๆ 1 ไมล์ เป็นเวลา 1.30-2.00 นาที แล้วค่อยเร่งฝีเท้าอีกครั้ง

2. ค่อยๆ เพิ่มระยะทางวิ่งทีละน้อย
นักวิ่งทุกคนย่อมอยากพัฒนาการวิ่งให้ได้เร็วที่สุด แต่สิ่งที่เราแนะนำก็คือให้ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรหักโหมเพิ่มระยะวิ่งมากเกินไปเพราะจะเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บและกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

ถ้าตัดสินใจจะฝึกซ้อมเพิ่มระยะ ให้เพิ่มเพียงครั้งละ 1-1.5 ไมล์ และฝึกซ้อมจนร่างกายเคยชิน และไม่ควรเพิ่มระยะวิ่งเกิน 2-3 ไมล์ ในรอบสัปดาห์

3. ฝึกซ้อมวิ่งระยะที่ไกลกว่าปกติ เพียง 1 ครั้งต่อสัปดาห์
เลือกหาวันเหมาะๆ ที่ร่างกายพร้อมๆ เสาร์-อาทิตย์น่าจะเหมาะที่สุด คุณคงไม่อยากฝึกซ้อมแบบรีบๆ เพราะมีธุระอื่นต้องไปทำต่อแน่ๆ

จัดสรรเวลาให้แน่ใจว่าคุณพร้อมจะวิ่งยาวๆ แบบไม่ต้องรีบไปไหนสัก 1 วันต่อสัปดาห์ ฝึกซ้อมให้เต็มที่ และทุกๆ 3-4 สัปดาห์ให้งดและพักผ่อนบ้างเพื่อป้องกันการซ้อมหนักเกินไป

4. ควรต้องวิ่งสลับเดินบ้าง
การที่คุณวิ่งยาวๆ โดยไม่หยุดนั้นแน่นอนว่าความอึดหรือความฟิตของร่างกายคุณจะเพิ่มขึ้นแน่ แต่ก่อนที่คุณจะทำได้ถึงขั้นนั้น การวิ่งและสลับเดินบ้างเมื่อเริ่มเหนื่อย ช่วยให้คุณวิ่งได้ต่อเนื่องมากกว่าการวิ่งยาวๆ แล้วหมดแรงไปเสียก่อน

5. ทานอาหาร และเติมพลังงานร่างกายให้พร้อม
ในที่นี้เราหมายถึงทั้งการทานอาหารก่อนวิ่ง รวมถึงทานอาหารเติมพลังงานให้ร่างกายในขณะวิ่งด้วยเพราะการวิ่งยาวๆ ในแบบที่ใช้เวลาวิ่งเกิน 1 ชั่วโมงแน่นอนนั้นการทานของเสริมพลังงานเช่นพวก Quick Blood Sugar หรือ Energy Bar นั้นเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำในการแข่งขัน

แต่ถามว่าตอนฝึกซ้อม เราต้องกินด้วยทำไม? นั่นก็เพราะเป็นการฝึกระบบร่างกายของเราให้เคยชิน อย่างไรก็ตามให้ทานอาหารเพิ่มพลังงานในสัดส่วนที่พอเหมาะ ทุกๆ 15-20 นาที หลังจากที่เราใช้พลังงานชุดแรกที่กินมาก่อนเริ่มวิ่งหมดไปแล้ว

6. ต้องเอาชนะ...ใจตัวเอง
เอาชนะมันให้ได้ ไม่ใช่ระยะทางหรือความเหนื่อยล้า แต่เป็นจิตใจของเราเองต่างหาก คุณคาดหวังว่าตัวเองจะพัฒนาขึ้น อยากวิ่งฟูลมาราธอนให้ได้ สิ่งแรกก็คือ คุณต้องเชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้ก่อน แล้วร่างกายจะตอบสนองเอง

หากคุณเอาแต่คิดว่าตัวเองคงไม่ไหว และฝึกซ้อมไปในสภาพแบบนั้นเป็นอะไรที่เสียเวลาเปล่า สิ่งสำคัญที่สุดคือจิตใจและความเชื่อมั่น

7. ให้ฝึกซ้อมในสนามที่เป็น Loop หรือบน Treadmill
การเลือกสนามฝึกซ้อมก็เป็นปัจจัยสำคัญเหมือนกัน แนะนำให้เลือกสนามหรือเส้นทางที่บรรจบกันเป็น Loop ระยะทาง 1-2 ไมล์ กำลังดี

นั่นก็เพราะหากคุณวิ่งเส้นทางยาวที่ไม่ได้วน Loop มาที่เดิมนั้น หากคุณเหนื่อยหมดแรงระหว่างทางอาจไม่มีแรงวิ่งขากลับก็เป็นได้ หรือถ้าวิ่งบน Treadmill ที่บ้านได้ก็จะดีมาก เพราะเราสามารถหาอะไรกินยามพลังงานใกล้หมด หรือเข้าห้องน้ำได้สะดวกมากหากวิ่งอยู่ที่บ้าน

ปัญหาเดียวของการวิ่งบน Treadmill ดูเหมือนจะเป็นเรื่องความน่าเบื่อ ต้องหาความบันเทิงบางอย่างประกอบตามสไตล์แต่ละคน

8. อย่าใจร้อน
การเสริมสร้างความฟิตเพื่อให้วิ่งได้ไกลขึ้นนั้นต้องใช้เวลา ดังเช่นที่นักวิ่งมาราธอนที่ประสบความสำเร็จกล่าวไว้ ว่า "Hurry slowly. Move ahead, but be patient."

ปรับการฝึกซ้อมและพัฒนาร่างกายรวมถึงความฟิตของคุณอย่างช้าๆ แต่ต่อเนื่อง คือหนทางแห่งความสำเร็จ


หวังว่า 8 แนวทางนี้ จะช่วยให้เพื่อนๆ เพิ่มระยะวิ่งของตัวเองได้นะคะ

Story : Runnersworld

ที่มา; https://goodsportsthailand.com/th/knowledge?id_cms=118

วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2560

ทำอาหารธัญพืชกะผลไม้กวน


การทานถั่วเปลือกแข็งและธัญพืชเป็นคำแนะนำด้านอาหารและโภชนาการสำหรับนักกีฬา อาหารพวกนี้ให้สารอาหารโปรตีน น้ำมัน วิตามินและเกลือ การทานสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งจะให้ผลดีต่อร่างกาย

กระยาสาทไทยๆ ก็เป็นขนมตัวหนึ่งที่มีส่วนผสมของถั่วลิสงและงา ปัญหาคือมันมีน้ำตาลและกระทิเยอะมาก เจ้าสองตัวนี้ให้แคลลอรี่เกินจำเป็น แต่มันก็ทำให้การทานธัญพืชง่ายขึ้น จากความหวานมัน กลมกล่อม

เราลองทำอาหารคล้ายกระยาสาทโดยใช้น้ำผลไม้แทนน้ำตาล ส่วนกระทิใช้นมพร่องมันเนยแทน ปรากฎว่ามันออกมาไม่ดี จึงเปลี่ยนสูตรไปใช้สับปะรดกวนแทน คราวนี้ก็ไม่อร่อยเพราะพอกวนรวมกันถั่วลิสงจะนิ่มไม่กรอบ สูตรต่อไปเราใช้ข้าวโอ๊ตผสมกับน้ำตอลและกระทิได้ผลออกมาอร่อยมันมีกลิ่นหอมของข้าวโอ๊ต

สูตรการทำ Energy Bar

มาทำ Energy Bar เก็บไว้ทานกันครับ จะพกไว้ตอนแข่ง หรือทานตอนซ้อมก็สะดวกดีครับ วิธีการทำก็ไม่ยุ่งยาก
วัตถุดิบ :
- อินทผาลัมแกะเม็ดออกแล้ว หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 300 กรัม
- ถั่วพิสตาคิโอ้ 280 กรัม
- ถั่วอัลมอนด์ 60 กรัม
- ผงโก้โก้ 75 กรัม
- เกลือทะเลเล็กน้อย
- มะพร้าวอบแห้ง 40 กรัม
- กลิ่นวนิลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเย็น 2-3 ช้อนโต๊ะ
(ถ้าใครชอบถั่วชนิดอื่นๆ หรือผลไม้อบแห้งชนิดอื่นๆก็นำมาปั่นรวมกันได้ครับ)
วิธีทำ :
ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในโถปั่น ปั่นเร็ว ปั่นช้าสลับกันไปมา จนส่วนผสมเข้ากัน
ระหว่างที่ปั่น เติมกลิ่นวนิลา และหยอดน้ำลงทีละนิด จนส่วนผสมชื้นได้ที่
ตักส่วนผสมลงถาด กดให้หนาเท่ากัน แล้วนำไปแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะห่อด้วยแผ่นฟอล์ย เป็นแท่งๆ สำหรับเก็บไว้ทาน เวลาแกะออกจะได้ไม่ติด
สุคีริน ทวีสุข ทีมเวโลเช่

วันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2560

ไอดอลของตัวผม


ชื่อ: Falk Cierpinski

ชื่อเล่น: Falkone

วันเกิด: 17/05/1978

ความสูง: 181 ซม.

น้ำหนัก ; 67 กก.

สถานที่ตั้ง: Halle (Saale)

คลับ: SG Spergau eV

โค้ช: วาลดีมาร์เซีอร์ปินสกี

ถนน 10km: 29:14

ชั่วโมงทำงาน: 19070m

เวลาดีที่สุดในมาราธอน; 02:13:30




ชื่อ/สกุล ; สังเวียน ศรณรงค์
เน็ตเนม/ฉายา ; -
อายุ ; 55 ปี
เพศ ; ชาย
สัญชาติ ; THA

วันอังคารที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2560

ต้องทดแทนน้ำให้ร่างกายอย่างไร

ในการออกกำลังกาย/เล่นกีฬา ควรมีการเตรียมน้ำ ให้ร่างกาย ตั้งแต่ก่อน/ขณะ/หลัง  การออกกำลังกาย/เล่นกีฬา เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับตัวได้ดีขึ้น ดังนี้
         

  •  ช่วง 2-4ชั่วโมงก่อนออกกาลังกาย ดื่มน้ำประมาณ 500-600 มิลลิลิตร (ml) ประมาณ 2 ถ้วย หรือ 1 ขวด

ขวด 600 ml ขวดละ 7 บาท


  • 10-15 นาทีก่อนออกกาลังกาย ดื่มน้ำ 240-400 มิลลิลิตร (ml) ประมาณ 1 ถ้วย
          
ขวดเล็กสุด 350 ml ขวดละ 5 บาท


  • ขณะออกกำลังกาย ดื่มน้ำประมาณ 100-240 มิลลิลิตร (ml) ประมาณ 1 ถ้วย ทุก 15-20 นาที ช่วงที่ออกกำลังกาย ไม่ควรดื่มน้ำและเครื่องดื่มเกิน 1 ลิตร/ชั่วโมง 
    ขวดใหญ่สุด 1.5 ลิตร ขวดละ 14 บาท จิบไปเลยๆ

  • หลังออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำทดแทน 1.5 ลิตร ต่อน้ำหนักตัวที่ลดลง 1 กิโลกรัม




วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2560

ความล้าของกล้ามเนื้อมาเยือน


Week / Day
Tue
Wed
Fri
Sun
Total
1
5
6.5
10
10
31.5
2
13
13
10
25
61
3
12.5
12.5
12.5
22.5
60
4
12.5
16
12.5
15
56
5
16
16
12.5
20
64.5
6
16
16
12.5
13
57.5

1
10
12.5
10
10
42.5
2
12.5
12.5
10
13
48
3
12.5
12.5
12.5
16
53.5
4
12.5
5
12.5
19
49
5
15
15
12.5
20
62.5
6
7.5
7.5
6.5
13
34.5
7
8
10
6.5
27
51.5

จากการทดสอบเป็นเวลา 11 สัปดาห์ของโปรแกรมฝึกซ้อมวิ่งแบบปรับแต่งเอง (ที่เพิ่มระยะทางวันอังคารพุธและศุกร์เป็นสองเท่า) ก็ได้ผลลัพธ์ในสัปดาห์ที่ 12 เป็นความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ คืออาการวิ่งแล้วเร่งฝีเท้าไม่ได้ รู้สึกหวาดกลัวความเหนื่อย

จากตารางข้างบนจะเห็นว่า ระยะทางวิ่งต่อสัปดาห์ช่วง 2 - 10 จะอยู่ราวๆ 42 - 65 กม.


ช่วงกล้ามเนื้ออ่อนล้า สัปดาห์ที่ 6 วิ่ง 3 รอบสวนลุม (7.5K) ทำเวลา 56 นาที ทั้งสัปดาห์เลย

แต่พอเริ่มสัปดาห์ที่ 7 ทำเวลาดีขึ้น 45 นาที จนเป็นปกติ แสดงว่าความอ่อนล้าหายไปแล้ว

ขณะนี้เข้าสู่โปรแกรมฝึกสัปดาห์ที่ 13 (6+7) ต้องกลับไปใช้โปรแกรมฝึกมาตราฐานก่อน รอจนกว่าสภาพร่างกายจะกลับสู่ปกติ จึงจะกลับไปใช้โปรแกรมแบบปรังแต่งได้ ช่วงนั้นก็คงหลังงานวิ่งมาราธอนที่ นาวิกโยธิน 2017 แล้ว (สงสัยตัวเองคงแก่ไปแล้ว เร่งไม่ขึ้น)